ดอกแก้วแม้จะสวยงาม และหอมกรุ่นเพียงใด แต่เวลาบานของเค้าช่างน้อยนิด...เพียงแค่คืนสองคืนก็ร่วงลงสู่ผืนดิน แต่ถึงกระนั้นกลิ่นหอมก็ยังติดตรึงอยู่ในใจและความทรงจำ ไม่เลือนหาย....
เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้ายุ่งๆ อยู่กับการเก็บข้าวของและขนย้ายทรัพย์สมบัติ ซึ่งส่วนมากก็ได้แก่ ต้นไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ บ้านพัก ข้าพเจ้าให้คนมาช่วยขุดและขนย้ายจากบ้านพักที่ รพ.คำเขื่อนแก้ว เพื่อไปปลูกยังบ้านที่อุบล ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะข้าพเจ้าต้องไปเรียนต่อ ถ้าทิ้งต้นไม้ไว้ เกรงว่าจะไม่มีคนดูแลเพราะผู้ที่มาอาศัยอยู่ใหม่เค้ามีบ้านที่จังหวัด จึงไปๆมาๆ จะมาพักที่บ้านพักของทางโรงพยาบาลในเวลาที่ต้องอยู่เวร
 

 

คุณแม่เคยบอกว่าข้าพเจ้าเป็นคนที่ผูกพันกับสิ่งต่างๆ ซึ่งก็คงจะจริงอย่างที่คุณแม่บอก จึงไม่แปลกที่พอได้ปลูกต้นไม้แล้ว ก็มักจะมีความผูกพันกับต้นไม้....ก่อนจะทำการขุดล้อมต้นไม้เพื่อขนย้าย ข้าพเจ้าได้บอกกล่าวให้บรรดาคุณๆ ต้นไม้ของข้าพเจ้าทั้งหลายเตรียมตัวเตรียมใจย้ายที่อยู่ ไปอยู่กับข้าพเจ้าที่บ้านที่อุบล ขออนุญาตเค้าเพื่อที่จะทำการตัดรากและกิ่งบางส่วนของเค้าออกเพื่อสะดวกในการขนย้าย
 
คุณลีลาวดีพันธุ์ขาวพวงออกดอกสะพรั่ง จำต้องสลัดดอกทิ้งใบบางส่วนในขณะขนย้าย..
 
ต้นจำปีทีทำท่าจะออกดอกก็ต้องตัดใบทิ้งบางส่วน เพื่อให้อาหารไปบำรุงรากให้งอก...ไม่งั้นเดี๋ยวอาหารจะไปเลี้ยงใบเสียหมด
 
อ่างบัวทั้งหมด 4 อ่าง ต้นดอกบัว ข้าพเจ้าขนย้ายไปทั้งหมด...วันที่ขนย้ายนั้น อากาศร้อนแดดจัดมาก พอถึงบ้านต้นบัวเหี่ยวเฉาราวกับผ่านสงครามสนามรบมาอย่างโชกโชน
 

 

พอนำต้นไม้ลงดินเสร็จ...ได้แต่บอกกับต้นไม้ว่า ขอให้เค้าเจริญงอกงาม มาอยู่ด้วยกันที่บ้านที่อุบลแล้วนะ...หากว่าต้นไม้เหล่านี้เป็นคนไข้ เค้าคงอยู่ในไอซียูอีกสักพักกว่าที่จะฟื้นตัว เห็นใบเหี่ยวๆ แล้วก็อดสงสารเค้าไม่ได้
 

 

ข้าพเจ้ามีเวลาพักผ่อนที่บ้านหนึ่งคืนก่อนจะกลับมาทำงานต่ออีกสองวัน...กะว่าเคลียร์งานเอกสารที่เหลือให้เสร็จก่อนที่จะเดินทางเข้า กทม. ข้าพเจ้าต้องไปเข้าร่วมการปฐมนิเทศก่อนจะกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง
 

    

 

 

 ...เดินดูต้นไม้รอบบ้าน ต้นดอกแก้วริมรั้วออกดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล จะว่าไปต้นแก้วต้นนี้อายุเกือบจะ 20 ปีแล้ว คุณพ่อปลูกไว้ตั้งแต่ข้าพเจ้ายังเด็ก จำได้ว่าตอนนั้นที่โรงเรียนมีต้นดอกแก้วขนาดใหญ่อยู่หน้าอาคารเรียนหลังเก่าที่เป็นไม้สองชั้น เด็กนักเรียนผู้ชายชอบปีนป่ายเป็นประจำ เวลาเดินขึ้นบันไดไปเรียนที่ห้อง ป.4  ซึ่งอยู่ชั้นที่สอง ก็จะได้กลิ่นดอกแก้วโชยมา สิ่งนี้เองทำให้ข้าพเจ้าร่ำร้องอยากให้มีดอกแก้วที่บ้านบ้าง
 

 

  

 

 

แรกเริ่มเดิมทีนั้น คุณต้นดอกแก้วเค้าก็มีขนาดสูงเพียงเข่า แต่ทว่าตอนนี้สูงเกินริมรั้วบ้านแล้ว คุณแม่ต้องคอยให้คนตัดกิ่งเค้าออกเพื่อไม่ให้เค้าสูงมากเพราะกิ่งจะระสายไฟ
 
ต้นแก้วมีผลเล็กๆ รีๆ สีเขียว....เหลือง แล้วก็กลายเป็นสีส้มๆ แดงๆ...พอบีบผลของต้นดอกแก้วดู จะพบว่ามียางเป็นลักษณะใสๆ เหนียวๆ คล้ายกาว ตอนเด็กๆ ข้าพเจ้าเคยเอาไปใช้แทนกาวน้ำติดกระดาษ เวลาที่กาวหมด 555
 

 

       

 

 

เวลาที่ดอกแก้วเค้าออกดอก เค้าจะออกดอกทั้งต้น เป็นสีขาวพราวเต็มต้นไปหมด กลิ่นดอกแก้วหอมแรงมากๆ เวลาข้าพเจ้าเข้าไปดมใกล้ๆ ทำเอาข้าพเจ้าซึ่งเป็นภูมิแพ้จามติดๆ กันเสียหลายครั้ง แต่ถึงกระนั้น ข้าพเจ้าก็ยังชอบกลิ่นดอกแก้วที่โชยมาตามลม ความหอมแทรกอยู่ในอากาศ ลอยตามลมเข้าไปถึงในบ้านทีเดียว

 

       

 

 

ตอนกลางคืนฝนตก พอตื่นเช้ามาก็พบว่า ดอกแก้วสละกลีบร่วงโรยลงมาบนพื้นหญ้าเสมือนได้รับความบอบช้ำจากสายฝน...เอ จะเป็นเพราะฝนตกกระหน่ำรุนแรง หรือว่าเป็นเพราะเจ้าแก้วช่างแสนจะบอบบางกันนะ?
  

 

 

 

ดอกแก้วแม้จะสวยงาม และหอมกรุ่นเพียงใด แต่เวลาบานของเค้าช่างน้อยนิด...เพียงแค่คืนสองคืนก็ร่วงลงสู่ผืนดิน แต่ถึงกระนั้นกลิ่นหอมก็ยังติดตรึงอยู่ในใจและความทรงจำ ไม่เลือนหาย....
 

 

เปรียบดังจิตใจอันงดงามและความดีงามที่แต่งแต้มให้โลกนี้น่าชื่นชม แม้ว่าคนคนนั้นจะอยู่เพียงไม่นาน แต่กลิ่นหอมของความดีงามก็ยังไม่จางหายไปจากโลกใบนี้ กลิ่นของความดีงามยังคงกรุ่นอยู่ในใจของใครต่อใครอีกหลายคนให้ระลึกถึงไปอีกนานเท่านาน...