การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย Asthma แบบบูรณาการ

บริบท 

โรคหืดเป็นโรคที่หลอดลมของผู้ป่วยมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารภูมิแพ้และสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนปกติ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องร่วมกับการดูแลตนเองที่เหมาะสม ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและควบคุมโรคได้ แต่เมื่อเกิดอาการกำเริบเฉียบพลันอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้หากได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เหมาะสม

โรงพยาบาลท่าม่วงมีผู้ป่วยโรคหืด ที่มารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินเป็นปัญหาสำคัญอันดับต้นๆ   อัตราการรับผู้ป่วยเข้าเป็นผู้ป่วยในเฉลี่ยร้อยละ 11.24 ต่อเดือน(ตุลาคม 2546 – พฤษภาคม 2547) และการนอนโรงพยาบาลซ้ำโดยไม่ได้วางแผนเฉลี่ยร้อยละ 6.01 ต่อเดือน(ตุลาคม 2546 – พฤษภาคม 2547)  ทั้งนี้โรงพยาบาลประกอบด้วยแพทย์ทั่วไป และแพทย์ใช้ทุน 3-4 คน ( แพทย์เพิ่มพูนทักษะ 2 คน ) แพทย์เฉพาะทางจักษุ สูติแพทย์ กุมารแพทย์ อายุรแพทย์               รังสีแพทย์ อย่างละ 1 คน ออกตรวจทั้งในและนอกเวลาราชการ

วิเคราะห์ปัญหา พบประเด็นสำคัญดังนี้

ในกลุ่มผู้ป่วยโรคหืดที่มีอาการกำเริบเฉียบพลัน ( acute asthmatic attack )

-          ขาดการประเมินความรุนแรงเบื้องต้นที่เหมาะสม ทั้งด้านอาการ อาการแสดง การตรวจเพิ่มเติม

-          การรักษามีความหลากหลายในการปฏิบัติ

-          ขาดการประเมินซ้ำหลังการรักษา

-          การบันทึกเวชระเบียนไม่ครบถ้วน

ในกลุ่มผู้ป่วยโรคหืดเรื้อรังที่มารักษาที่แผนกผู้ป่วยนอก

-          ไม่มีการจำแนกผู้ป่วยตามความรุนแรงของอาการ

-          ไม่มีแผนการรักษา

-          มีความหลากหลายในการรักษาและยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

-          ขาดความต่อเนื่องในการติดตามผู้ป่วย การประเมินผลติดตามการรักษาผู้ป่วย

-          ขาดการประเมินการใช้ยารักษาโดยเฉพาะยาพ่น ทั้งทักษะและความร่วมมือของผู้ป่วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการรักษา  ผู้ป่วยไม่มีความเข้าใจในโรคที่เป็น รวมทั้งการดูแลตนเอง ความสำคัญในการรักษาต่อเนื่อง

-          บุคลากรที่ดูแลรักษาผู้ป่วยขาดความรู้ ความตระหนัก ในการรักษาที่ได้มาตรฐาน และการให้ความรู้                   ความเข้าใจแก่ผู้ป่วย

-          ขาดเครื่องมือที่ช่วยในการประเมินติดตามอาการผู้ป่วย

เป้าหมาย ( ตัวชี้วัด )

-          Admission rate

-          Re-admission rate

-          Acute asthmatic attack ที่มารับบริการที่แผนกฉุกเฉิน

-          Respiratory failure rate

 

 

การดำเนินงาน

-          จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโรคหืดแก่บุคลากร

-          จัดทีมสหวิชาชีพไปอบรมและร่วมจัดตั้งคลินิกโรคหืดที่โรงพยาบาล ( มิถุนายน 2548 )

-          จัดหาเครื่องมือ mini-peak flow มาใช้ประจำที่คลินิกโรคหืด แผนกฉุกเฉิน และหอผู้ป่วยใน

-          ในคลินิกโรคหืด ( ซึ่งดำเนินการโดยยึดแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ภายใต้มาตรฐาน )

  • มีแนวทางในการประเมินอาการของผู้ป่วย รวมทั้ง PEFR โดยพยาบาล
  • จำแนกผู้ป่วยตามระดับความรุนแรง และให้การรักษาตามแนวทางมาตรฐานของสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย
  • มีการดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ ร่วมกันประเมินและ empowerment ให้แก่ผู้ป่วย ในเรื่องโรคหืด

       การป้องกันการกำเริบ การดูแลรักษาและการใช้ยาที่ถูกต้อง การประเมินอาการและดูแลตนเอง     

       การมาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

-          เภสัชกรร่วมประเมิน และสอนผู้ป่วยถึงความสำคัญ และทักษะการใช้ยาพ่นที่ถูกต้อง ทั้งแผนกผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน

-          ประสานคณะกรรมการยาของโรงพยาบาล (PTC) จัดให้มีรายการยาที่จำเป็นเพิ่มสำหรับผู้ป่วยโรคหืดชนิด      รุนแรง โดยเพิ่ม long acting inhale beta2-agonist

-          ที่ห้องฉุกเฉิน ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติในการประเมิน และการรักษาเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคหืดที่มีอาการกำเริบเฉียบพลัน

ผลการดำเนินงาน  

  • ·  ตารางเปรียบเทียบอัตราการเกิด Acute attack และอัตราการ Admit ในผู้ป่วยหอบหืด แยกตามความรุนแรง                 เปรียบเทียบ ก่อน และ หลัง เข้า EAC ในระยะเวลาที่เท่ากัน

ระดับความรุนแรง

อัตราการเกิด Acute Attack (%)

อัตราการ Admit (%)

 

 

 

 

 

 

1.Intermittent  ( 12 ราย )

58.3

41.7

0

41.7

58.3

0

2. Mild  persistent  ( 30 ราย )

60.0

23.3

16.7

40.0

43.3

16.7

3. Moderate  persistent  ( 30 ราย )

80.0

10.0

10.0

30.0

50.0

20.0

4. Severe  persistent  ( 2 ราย )

100

0

0

100

0

0

  • ·ตัวชี้วัด

ตัวชี้วัด

เป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน

ก่อนทำ EAC

หลังทำ EAC

ปีงบ 2547

ปีงบ 2548

ปีงบ 2549

ปีงบ 2550(7 เดือน)

1. Admission rate

< 10 %

11.24

7.52

8.47

8.70

2. Re-admission rate

0 %

6.01

2.22

2.29

0

3. Acute asthmatic attack

< 10 %

ไม่มีการเก็บข้อมูล

4.34

0.93

3.21

4. Respiratory failure rate

0 %

ไม่มีการเก็บข้อมูล

2.08

0

0

 

แนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • · จากการประเมินติดตามตัวชี้วัดผลดีขึ้นตามลำดับ ได้มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่า

-          กลุ่มผู้ป่วยที่ยังมีอัตราการเกิด Acute Attack และ อัตราการ Admit เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่ระดับความรุนแรง Mild / Moderate persistent  ซึ่งสาเหตุเกิดจากการขาดยา และการใช้ยาไม่ถูกต้อง

-          แนวทางการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอกที่นอกเหนือจากคลินิกโรคหืดยังมีความหลากหลาย

-          ตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินยังไม่ครอบคลุม  ในเรื่องของคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้ป่วยในคลินิกโรคหืด

-          แนวทางที่วางไว้ยังไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและทั่วถึง ในการประเมินความรุนแรงที่แผนกฉุกเฉิน  ในแผนกผู้ป่วยนอก (นอกเหนือจากคลินิกโรคหืด) ขาดการจำแนกระดับความรุนแรง และประเมินอาการของผู้ป่วย  การนัดตรวจต่อเนื่อง

-          การบันทึกเวชระเบียนไม่ครบถ้วน

       · จึงได้วางแผนจะดำเนินการต่อดังนี้

-          เตรียมวิเคราะห์ข้อมูล ( ทำ RCA ) ในกลุ่มผู้ป่วยที่ระดับความรุนแรง Mild / Moderate persistent                     หา Root cause นำไปปรับปรุงและวางแนวทางการปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มนี้ เพื่อลดอัตราการเกิด Acute Attack และอัตราการ Admit  ต่อไป

-          จัดทำแนวทางการประเมินอาการ และจำแนกความรุนแรงของผู้ป่วยโรคหืดที่แผนกผู้ป่วยนอก

-          กำหนดตัวชี้วัดในการประเมินเรื่องของคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้ป่วยในคลินิกโรคหืด

-          เภสัชกรวางแผนการสอนและประเมินการใช้ยาพ่นในผู้ป่วยโรคหืดที่แผนกผู้ป่วยนอกทุกราย

-          จัดทำแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคหืด เพื่อเป็น guideline สำหรับแพทย์ทั่วไป

-          จัดทำแบบฟอร์มของเวชระเบียนผู้ป่วยนอก เพื่อใช้ในการประเมินอาการเบื้องต้นที่แผนกฉุกเฉิน

 

 

CQI 2 Asthma

1. จากการตรวจสอบการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยโรคหืดใน  OPD Card และ Chart ผู้ป่วยในจำนวน 15 ชุด พบว่า ในส่วนของผู้ป่วยนอก ประเมินได้ร้อยละ 26.67 ผู้ป่วยในประเมินได้ร้อยละ 51.67 (เป้าหมาย ร้อยละ 80)

ในส่วนของผู้ป่วยนอก พบว่ายังขาดการบันทึกในเรื่องการให้ความรู้ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับโรคหืด  การซักประวัติปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหอบและคำแนะนำในการกำจัดสาเหตุกระตุ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมใน Easy Asthma Clinic

ในส่วนของผู้ป่วยใน  พบว่าการบันทึก Nurse note ไม่แตกต่างจาก  URI อื่นๆ และไม่มีความชัดเจนในการดูแลผู้ป่วยโรคหืด เช่น ไม่มีการค้นหาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการหอบและไม่ได้มีการ  empower ให้ผู้ป่วยรู้จักดูแลตนเอง  ขาดการวางแผนจำหน่าย  ไม่มีการบันทึก PEF ก่อนadmit และก่อนจำหน่าย ขาดการบันทึกคำแนะนำและการประเมินการใช้ยาพ่น

วางแนวทาง

  • ปรับแบบฟอร์มการบันทึกของเวชระเบียนผู้ป่วยนอกและในโดยการกำหนดหัวข้อในการบันทึกให้ครอบคลุมและครบถ้วนมากขึ้น
  • ผู้ป่วยในให้บันทึก PEF ก่อนadmit และก่อนจำหน่ายทุกราย
  • ประสานเภสัชกรในเรื่องการบันทึกข้อมูลหลังการสอนและประเมินการใช้ยาพ่น
  • เพิ่มการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยนอกในส่วนของสาเหตุที่ผู้ป่วยมาตรวจรักษานอก Easy Asthma Clinic เพื่อดำเนินการปรับปรุงระบบต่อไป

2. ปรับปรุงแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคหืดให้ทันสมัยตาม GINA Guideline 2006 สำหรับแพทย์ทั่วไป และให้แพทย์ลงวินิจฉัยให้ละเอียดมากขึ้น (แยกตาม Severity ของผู้ป่วย)

3. การเก็บข้อมูลและการบันทึก  Acute Asthmatic Attack ที่ห้องฉุกเฉินยังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

วางแนวทาง

  • ปรับปรุงแบบบันทึกข้อมูลที่ห้องฉุกเฉิน กำหนดแนวทางในการประเมินความรุนแรงของผู้ป่วยที่ Acute Attack  และชี้แจงการเก็บข้อมูลให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

4. จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ป่วยและญาติจำนวน 36 ราย ที่รักษาใน Easy Asthma Clinic เป็นเวลามากกว่า 1 ปี โดยถามคำถามเกี่ยวกับความรู้เรื่องโรค  การปฏิบัติตัว การใช้ยา ทัศนคติด้านสุขภาพ และประเมินการใช้ยาพ่น เปรียบเทียบก่อนและหลังเข้า Easy Asthma Clinic (EAC)ได้ผลดังนี้

หัวข้อคำถาม

% ของผู้ป่วยที่มีความรู้ก่อนเข้า EAC

% ของผู้ป่วยที่มีความรู้หลังเข้า EAC

1. ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคหืด

27.78

80.56

2. รู้สิ่งที่กระตุ้นให้ตนเองเกิดอาการหอบ

50.00

86.11

3. รู้วิธีการปฏิบัติและแนวทางการจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือทำให้อาการหอบเป็นมากขึ้น

27.78

86.11

4. รู้จักยาพ่นที่ใช้ในโรคหืดที่ได้รับว่ามีความแตกต่าง และใช้ต่างกันอย่างไร

30.56

88.89

5. รู้วิธีใช้ยาพ่นที่ท่านได้รับ และสามารถใช้ยาพ่นได้ถูกวิธีตามขั้นตอน

30.56

88.89

6. ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ

44.44

91.67

7. ทราบผลข้างเคียงของยาพ่นที่ใช้และรู้จักวิธีปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

19.44

75.00

8. ทราบเกี่ยวกับวิธีการปรับการใช้ยาขยายหลอดลมชนิดพ่นก่อนเจอสิ่งที่กระตุ้นที่ทำให้หอบ

25.00

69.44

9. สามารถป้องกันหรือจัดการกับโรคหืดได้ เมื่อมีอาการ โดยไม่ต้องไปพบแพทย์แบบฉุกเฉิน

25.00

91.67

10. สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ โดยไม่มีปัญหาจากโรคหืด

16.67

83.33

11. ความมั่นใจว่าสามารถที่จะควบคุมโรคหืดได้

5.56

83.33

12. ความเห็นด้านสุขภาพโดยรวมหลังเข้าคลินิก

แย่ลง

เท่าเดิม

ดีขึ้น

0

2.78

97.22

         

 

โดยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความรู้และมีความมั่นใจในการที่จะควบคุมโรคหืดได้มากขึ้น และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยไม่มีปัญหาจากโรคหืดเพิ่มขึ้น

ในส่วนของเจ้าหน้าที่จะเพิ่มการเน้นย้ำในบางประเด็นที่ผู้ป่วยยังไม่เข้าใจต่อไป