...เราพลาดการเรียนรู้สิ่งที่สำคัญในชีวิตไปหรือไม่...
ช่วงนี้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเรื่อง The Tibation of Living and Dying เล่มแปลเป็นภาษาไทยโดย ท่านพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เขียนโดย ท่าน โซเกียล รินโปเช วัชราจารย์แห่งธิเบต
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ภาคภาษาอังกฤษมาแล้ว อ่านรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง เพราะความรู้ภาษาอังกฤษแค่พอใช้ แต่ด้วยความสนใจเพราะรู้สึกว่า เราเรียนรู้แต่ที่จะดำรงชีวิต แต่ทางโลก แทบจะละเลยการเติบโตทางจิตวิญญาณ และ เราก็ยังรู้น้อยมาก หรือ แทบจะไม่รู้เลยเกี่ยวกับ ความตาย ทั้งๆที่ความตายนั้นเกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มกำเนิด และอยู่กับเราตลอดเวลาที่เราดำรงชีวิต และ เราทุกคนก็ใกล้ความตายมากขึ้น มากขึ้นอยู่ทุกขณะจิต
ช่วงปีที่แล้วผมเห็นหนังสือเล่มนี้วางแผงอยู่ในร้านหนังสือแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย จึงซื้อติดมือ และ ราคาก็ไม่แพงมากนัก ได้สารัตถะพอสมควรจากการอ่านครั้งนั้น และ กอปรกับมีกัลยาณมิตร คือ คุณคนไม่มีราก แนะนำนานมาแล้วว่าให้ลองหาภาคภาษาไทยมาอ่าน จึงลองสั่งซื้อภาคภาษาไทยมาอ่านก็รู้สึกว่า ได้เรียนรู้ เข้าใจในรายละเอียดมากขึ้น สำหรับภาคภาษาไทย ท่านพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้เมตตาแปลไว้แบ่งป็น ๒ เล่ม คือ ๑. เหนือห้วงมหรรณพ คำสอนธิเบตเพื่อการอยู่และตายอย่างไร้ทุกข์ และ ๒. ประตูสู่สภาวะใหม่ คำสอนธิเบตเพื่อเตรียมตัวตายและช่วยเหลือผู้ใกล้ตาย สำนวนแปลของท่านพระอาจารย์ไพศาลทำให้การอ่านนั้นราบรื่น ไม่รู้สึกติดขัด เข้าใจ เข้าถึงได้ง่ายเพราะเป็นภาษาไทย และ เพราะท่านก็เป็นผู้รู้ในพระพุทธศาสนาท่านหนึ่ง ทั้งสองเล่มจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง เนื้อหาสาระของหนังสือทั้งสองเล่มควรยิ่งที่จะศึกษาถึงการที่จะอยู่ และ ตาย อย่างสงบ จะรับมือกับสภาวะความตายของตน และ ผู้อื่นอย่างมีสติได้อย่างไร
ตอนนี้ผมกำลังศึกษาเล่มแรกอยู่ครับ และ อ่านไปก็ประทับใจนิทานธิเบตอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งผู้เขียน คือ ท่านเกียลเซ รินโปเช ชอบเลยนำมาฝากเพื่อนๆครับ นิทานเรื่องนี้ ชื่อ บิดาของ “ดังเท่าพระจันทร์”

เรื่องมีอยู่ว่า ชายยาจกเข็ญใจผู้หนึ่ง หลังจากทำงานหนักมามาก ก็สะสมข้าวได้เต็มกระสอบ เขาภูมิใจในตัวเองมาก และ เมื่อกลับบ้านก็ผูกกระสอบแขวนไว้กับขื่อคาเพื่อป้องกันหนูและขโมย เขาปล่อยให้มันแขวนอยู่อย่างนั้นและนอนอยู่ใต้กระสอบตอนกลางคืนเพื่อความแน่ใจ ขณะที่นอนอยู่ก็เริ่มคิด “ถ้าฉันขายข้าวทีละนิด ก็จะได้กำไรมากที่สุด สามารถซื้อข้าวได้เพิ่มขึ้น และ ถ้าทำเหมือนเดิม ไม่นานฉันก็จะรวย และ เป็นที่นับหน้าถือตาของชุมชน สาวๆจะรุมตอมฉัน ฉันจะแต่งงานกับสาวสวย ไม่นานก็จะมีลูก...จะต้องเป็นลูกชาย...เราจะตั้งชื่อเขาอย่างไรดี?” เมื่อมองไปรอบๆก็ไปหยุดที่หน่ต่างเล็กๆ มองออกไปเขาก็เห็นพระจันทร์กำลังขึ้น
“เป็นลางดีแท้” เขานึก “ช่างเป็นฤกษ์ดีเสียนี่กระไรชื่อนี้เยี่ยมจริงๆฉันจะตั้งชื่อเขาว่า 'ดังเท่าพระจันทร์ ' ” ขณะที่ใจองเขาล่องลอยไปกับแผนการ หนูตัวหนึ่งก็ไต่ขึ้นไปที่กระสอบและกัดเชือก จังหวะที่คำว่า “ดังเท่าพระจันทร์” หลุดออกจากปากเขานั้นเอง กระสอบก็ตกจากเพดาน และ ฆ่าเขาทันที “ดังเท่าพระจันทร์” ไม่ทันได้เกิดมา
...มีกี่คนกันที่เพลิดเพลินหลงใหลไปเหมือนชายคนนี้จนไม่มีเวลาตระเตรียม รู้จักกับสิ่งสำคัญที่ปรากฏในนาทีสุดท้ายแห่งชีวิต...

เคยมีคนในวัด สุขภาพแข็งแรง หายใจเข้าแต่ไม่ได้ทันหายใจออกเพราะอาหารติดคอตาย เราคงต้องเตรียมตัวตลอดเวลานะคะโดยตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
สวัสดีคุณหมออัจฉราครับ
ขอบพระคุณมากที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ
เราควรเตรียมตัวตลอดเวลา และ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทครับ
ขอบพระคุณมากครับ...
สวัสดีคะ แวะมาอ่านนิทานคะ
เส้นชัยของชีวิตคือความตาย
น่าเสียที่คนเราส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความจริง
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้
ตั๊กก็ได้ส่งคุณลุงของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ณ ชายขอบเส้นชัยมา
กลุ่มควันที่ลอยล่องออกจากปล่องเมรุ
ทำให้ฉุกคิดถึงความหมายของการดำรงอยู่
โชคดีมาได้อ่านบันทึกนี้ทำให้ความเข้าใจกระจ่างชัดขึ้น
สวัสดีคุณ ปีตานามาจิตต์ ครับ
ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณลุงด้วยครับ
"เส้นชัยของชีวิตคือความตาย
น่าเสียที่คนเราส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความจริง"
ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมครับ...
สวัสดีค่ะ ดิฉันเข้ามาเยี่ยมชม ดิฉันเห็นด้วยนะค๊ะ ที่ว่า เส้นชัยของชีวิตก็คือความตาย เพราะสุดท้ายแล้วคนเราก็แค่ตาย จริงมั๊ยค๊ะ
สวัสดีคุณ ไม้ร่ำครับ
เส้นชัยของชีวิตก็คือความตาย เพราะสุดท้ายแล้วคนเราก็แค่ตาย
ชีวิตหลังความตายก็น่าเรียนรู้นะครับ เพราะในทางพุทธเราไม่ได้เพิ่งเกิดมาชาติเดียว และ จะมีชาติต่อไปอีก
ขอบพระคุณครับ...
สวัสดีค่ะ
สวัสดีพี่ครูคิมครับ
"คนเราต้องไม่ประมาทและหลงไหลได้ปลื้มกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงนะคะ ความเป็นปัจจุบันขณะหายไปหมด"
ขอบพระคุณมากครับ...