การจัดการศึกษาของไทยทุกยุคได้ให้ความสำคัญแก่วิชาภาษาไทยเป็นลำดับแรก เพราะภาษาไทยเป็นพื้นฐานในการแสวงหาความรู้อื่น นอกจากนี้ภาษาไทยยังเป็นมรดกทางปัญญาที่บรรพบุรุษมอบให้คนทั้งชาติ เอกลักษณ์ทางภาษาเป็นแบบอย่างของตนเองที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และความเจริญงอกงามทางอารยธรรมระดับสูงควรที่คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันอนุรักษ์มาตรฐานภาษาไทยให้ธำรงอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องของแม่บท และสามารถประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมและเทคโนโลยีการสื่อสารในโลกปัจจุบันดังนั้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลของหนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนบ้านหนองขวาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ คือ หนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนจำนวน 9 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจ โดยใช้สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test
1. หนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 90.49/91.30สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ดัชนีประสิทธิผล หนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.8156 ซึ่งแสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 81.56
3. นักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.64 อยู่ในระดับมากที่สุด
ผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ สามารถนำมาใช้เป็นสื่อนวัตกรรมเพื่อใช้แก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนได้ ดังนั้น ครูผู้สอนควรมีการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน ประกอบการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ด้วย เพื่อส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น