การจัดการศึกษาของไทยทุกยุคได้ให้ความสำคัญแก่วิชาภาษาไทยเป็นลำดับแรก เพราะภาษาไทยเป็นพื้นฐานในการแสวงหาความรู้อื่น นอกจากนี้ภาษาไทยยังเป็นมรดกทางปัญญาที่บรรพบุรุษมอบให้คนทั้งชาติ เอกลักษณ์ทางภาษาเป็นแบบอย่างของตนเองที่แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และความเจริญงอกงามทางอารยธรรมระดับสูงควรที่คนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันอนุรักษ์มาตรฐานภาษาไทยให้ธำรงอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องของแม่บท และสามารถประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมและเทคโนโลยีการสื่อสารในโลกปัจจุบันได้อย่างสร้างสรรค์ การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย คือ (1) เพื่อพัฒนาหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านขามเดื่อราษฎร์สงเคราะห์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จำนวน 23 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลมี 4 ชนิด คือ หนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จำนวน 9 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เป็นแบบ ปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30ข้อ แผนจัดการเรียนรู้จำนวน 18 แผนจัดการเรียนรู้และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนหนังสือส่งเสริมการอ่าน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาประสิทธิภาพ และทดสอบสมมติฐานใช้ t – test (Dependent Samples)
ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า
1. หนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 93.38 / 91.59สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
2. นักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนที่เรียนด้วยหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ เท่ากับ 0.8375 ซึ่งแสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 83.75
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยรวมมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.38อยู่ในระดับมาก
ผลการศึกษาค้นคว้าแสดงให้เห็นหนังสือนิทานร้อยกรองชาดก เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ที่พัฒนาขึ้นในครั้งนี้ มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ สามารถนำมาใช้เป็นสื่อ นวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนั้นครูผู้สอนควรมีการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้หนังสือนิทานร้อยกรองชาดก ในกลุ่มสาระอื่น ๆ เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้น