เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงมาถึงจุดนี้ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีใหม่เริ่มรุกเข้าไปในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผู้คนก็เริ่มวิตกว่า อินเตอร์เน็ตและขุมความรู้มหาศาลบนคอมพิวเตอร์ทั่วโลกจะกลายมาเป็นผู้ให้ความรู้แก่นักเรียนและผู้คนทั่วไปแทนครู แล้วครูจะไปทำอะไรถ้าไม่สอนหนังสือ

             บ้างกล่าวว่า "ความต้องการครูลดลงมากเพราะคอมพิวเตอร์จะเข้าไปทามงานถ่ายทอดความรู้แทนครูเรียบร้อยแล้ว"

รูปแสดงส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

             พัฒนาการของเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อการศึกษาอย่างสำคัญ ปัจจุบันนี้ข้อมูลข่าวสารอาจมาถึงตัวเด็กได้มากมายหลายวิธี สื่อและข่าวสารที่ผ่านมาโดยเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ น่าสนใจน่าตื่นเต้นมากกว่าการเรียนที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย

             และก็เพราะความเร้าใจของสื่อเทคโนโลยีเหล่านี้นี่แหละ ที่นำมาซึ่งข้อมูลด้านลบ การโฆษณาชวนเชื่อ การตอกย้ำระบบวิธีคิดและการให้เหตุผลที่ผิวเผิน ความฉาบฉวย ความไม่อยู่นิ่งและการไม่จดจ่อกับสิ่งใด ๆ ฯลฯ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการพัฒนาเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน

รูปแสดงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

              ด้วยเหตุนี้ ครูจึงยังคงมีความสำคัญอยู่เสมอและยังจะยิ่งสำคัญมากขึ้น เพราะในยุคที่ท่วมท้นไปด้วยเรื่องราว ข่าวสาร ข้อมูลจากสื่อต่างๆ ซึ่งเข้ามาถึงตัวโดยไม่อาจปฏิเสธได้นี้ เด็กต้องการคำแนะนำและความช่วยเหลือ เพื่อจะได้ไม่หลงทาง และไม่เป็นเหยื่อของธุรกิจและสื่อที่เอาแต่ค้ากำไร ครูควรจะต้องเข้าใจเทคโนโลยี สามารถที่จะกรองสิ่งที่เป็นสาระออกจากขยะข้อมูลทั้งหลาย

             ดังนั้น วงการศึกษาเองจึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง มีการสำรวจตรวจสอบแนวคิดทางการศึกษากันใหม่ มีการพัฒนาครูและบทบาทของครู เพื่อให้พรอ้มสำหรับเทคโนโลยีใหม่และสังคมที่เปลี่ยนไป  เพื่อจะได้สามารถนำเอาพลังของเทคโนโลยีดิจิตอลในรูปของคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียและระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี้ มาใช้ประโยชน์ทางการศึกษา  ได้อย่างจริงจัง รวมทั้งคิดด้วยว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถเตรียมตัวเด็กให้สามารถอยู่ในสังคมข่าวสารได้อย่างเหมาะสม

 

ดร.รุ่ง แก้วแดง

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

ได้กล่าวไว้ว่า ".....ครูกับผู้เรียนควรจะอยู่ควบคู่กันในทุกขั้นตอนการเรียนรู้ ผู้เรียนจะต้องได้รับการชี้แนะจากครูตลอดเวลา การเรียนที่มีความสุข คือการเรียนที่ได้ทดลองฝึกปฏิบัติจริง ได้ลองผิดลองถูก และได้รับการชี้แนะจากครู....."

จากที่ประชุมอนกรรมการการปฏิรูปการเรียนรู้ 4/2542, 31 ส.ค.2542