ปรุงเหมาะเจาะ ก็ไม่ก่อโรค

 สวัสดีค่ะญาติๆชาวG2Kทุกท่าน

      รู้สึกว่าดิฉันใช้สระเอาะมากไปหรือเปล่า คราวที่แล้ว "กินพอเหมาะไม่เพาะโรค" วันนี้มา "ปรุงเหมาะเจาะ ก็ไม่เกิดโรค"

         เนื่องจากเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเองค่ะ วานนี้พูดถึงสัดส่วนอาหาร วันนี้จะพูดเรื่องเครื่องปรุงค่ะ เพราะอยู่คู่กัน แต่ขอพูดเรื่อง ผัก ก่อนก็แล้วกันนะคะ บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีอย่างหนึ่งที่ " กินได้ไม่จำกัดจำนวน" คือ ผัก นั่นเอง

     แต่ผักก็มีแบ่งประเภทอีกนะคะ มี

      ประเภท ก และ ประเภท ข ค่ะ

       ประเภท ก ได้แก่ ผักประเภทใบทั้งหลายแหล่ ผักเหล่านี้รับประทานได้ไม่จำกัดจำนวน ไม่ต้องนำมาคำนวณแคลอรี่ ได้แก่ ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักสลัด ต้นหอม ตำลึง คึ่นฉ่ายเป็นต้น

     ผักประเภท ข ได้แก่ ผักที่เป็นก้าน เป็นหัว เช่น คะน้า กะหล่ำปลี แครอท หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด ถั่วงอก มะละกอดิบ หอมหัวใหญ่ ผักกระเฉด มะรุม เป็นต้น     ผักเหล่านี้จะมีแป้งเยอะ ไม่ควรรับประทานมากเกินไปเพราะถ้านำมาคำนวณแคลอรี่แล้ว 1 ทัพพี เท่ากับ 25 กิโลแคลอรี่ เพราะฉะนั้นจะกินคะน้าห้ามทิ้งใบนะคะ ทิ้งก้านดีกว่า เพราะเราได้แป้งมาจากข้าวเยอะแล้ว

     มาต่อกันที่เรื่องของเครื่องปรุงรสกันดีกว่าค่ะว่า  ใน 1 วันเราใช้เครื่องปรุงรสได้แค่ไหน ?ถึงจะไม่เกิดโทษ

        เอาแค่ 3 อย่างก็พอนะคะ

     น้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา

     น้ำมัน(รวมทั้งไขมันจากสัตว์)ไม่เกิน 3 ช้อนโต๊ะ 

     เครื่องปรุงที่มีรสเค็ม (น้ำปลา ผงชูรส ซอส ซีอิ๊ว

    ปลาร้า)ทุกอย่างรวมกันไม่เกิน 1 ช้อนชา

          หวังว่าเวลารับประทาน ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ผัดไทย คงไม่ขอเครื่องปรุงเพิ่มนะคะ เพราะแม่ค้าเค๊าปรุงมาพอดีแล้วล่ะ  ดิฉันเลิกปรุงเพิ่มมานานแล้ว กินทีไรก็อร่อยทุกที เราไม่ควรยึดติดอยู่กับรสชาดของอาหารนะคะ มองที่คุณภาพดีกว่าค่ะ ไม่งั้น โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงก็จะมาด้อมๆมองๆ อยู่หน้าบ้านท่าน เผลอเมื่อไหร่ก็จะแว๊บเข้ามา ไล่ก็ไม่ไปด้วยซิ เป็นอันว่าไม่ต้องเคร่งเกินไปก็ได้ค่ะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป เดี๋ยวก็ชิน อ้อ! ลืมไปค่ะ

     พริก วันละ 10 เม็ด กำลังดีนะคะคุณสาวๆ    อาหารยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ยังมีต่ออีก เบรคหน้าค่ะ