วันก่อนพบบัณฑิตเก่าจากคณะอื่นที่จะมาช่วยงาน บอกว่าขณะที่ไปเรียนในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯก็รู้สึกว่าอากาศไม่ค่อยร้อนเท่ากับมหาวิทยาลัยใหม่ๆทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยเหล่านั้นมักมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมเป็นร่มเงา ทั้งบังด้านข้างของอาคารไม่ให้ซับความร้อนระหว่างที่แดดส่อง ทั้งยังเป็นร่มเงาไปตามทางเดินฟุตปาธและถนนภายใน
ทำให้การสัญจรโดยการเดินเท้าเป็นความรู้สึกที่ดีที่ไม่ต้องรีบร้อน ผ่อนคลาย ได้กำลังและได้ชมความสวยงามของสถานที่ไปในตัว---ลดการใช้ยวดยานอีกต่างหาก
สองคืนที่ผ่านมานี้อยากเก็บบันทึกความรู้สึกถึงสภาพภูมิอากาศที่ร้อนของเดือนพฤษภาคมว่ามันร้อนมากจริงๆจากความรู้สึกคือร้อนกว่าปีที่แล้ว แล้วคิดว่าจะวางแผนสำหรับพฤษภาปีหน้าอย่างไรดี
ดูจากข้อมูลตรวจวัดโดยกรมอุตุนิยมวิทยา (เว็บไซต์ดีมากเลยครับ!!! แวะชมใช้ลิงค์ข้างล่าง) อุณหภูมิที่จังหวัดใกล้เคียงคือนครสวรรค์เท่ากับ 42 องศาเซลเซียส ดังนั้นที่พิษณุโลกก็คงประมาณนี้ (อาจารย์บางท่านว่าจากเทอร์โมมีเตอร์อ่านค่าที่ 41 องศา)

ที่รู้สึกได้คือพื้นห้องพักอาจารย์ที่เวลาตีสี่ครึ่ง---จำไม่ผิด--เช้านี้ยังอุ่นอยู่เลย (ทั้งๆที่พระอาทิตย์กำลังส่องอยู่ที่อีกฝากหนึ่งของโลก! กำๆๆ) บอกอะไรผม คือบอกผมว่าง่ายนิดเดียว "ต้องติดแอร์ ติดแอร์ และติดแอร์" (สร้างความเย็นภายในแต่ไม่สร้างความเย็นภายนอก) หรือไม่ก็มีต้นไม้มาบังผนังห้องอย่าให้ความร้อนถูกซับ (แล้วคลายความร้อน ระอุ กลายเป็นเตาอบอยู่ในห้อง)
แต่ดูเหมือนว่า สภาพอากาศกำลังดีขึ้น เมื่อเช้าออกมาเริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝนแล้ว (สงสัยติดแอร์สำหรับ พฤษภาหน้า) และพยากรณ์อากาศก็ว่าอุณหภูมิลดลงๆ

จะเห็นว่าอากาศเริ่มเย็นลง อย่างน้อยก็เท่ากับอุณหภูมิร่างกายในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ และโดยเฉลี่ยแล้วเดือนนี้ฝนจะตกประมาณ 16 วัน ดังนั้นน่าจะเริ่มตกได้แล้ว..
สิ่งที่คิดสำหรับพฤษภาคมปีต่อๆไป คือ ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น!!!!!! ให้ร่มเงาปกคลุมให้มากยิ่งขึ้น
ใครว่าวันที่ร้อนที่สุดผ่านไปแล้ว (22 เมษายน 2553)
ข้อมูลจาก
เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา
http://www.tmd.go.th/EN/weather_report_daily.php?StationNumber=48400
http://www.tmd.go.th/EN/province.php?id=36