สวัสดีความทุกข์ “ดับทุกข์ความรัก” 

รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ”  สำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่แล้ว  ประโยคนี้คงไม่ค่อยใครได้ยิน  และถึงได้ยินเขาก็คงไม่คิดหรือรู้สึกว่าพลานุภาพของความรัก  ที่ว่ารุนแรงและห้าวหาญเหมือนโคถึกนั้นมันเป็นอย่างไร  เพราะความรักของคนยุค 2000 เขารวดเร็ว รุนแรง ฉับไว ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นจนจบ  แค่คุยโทรศัพท์ ติดต่อกันทางอินเทอร์เน็ต ทำความรู้จักกันผ่านคำพูดและตัวหนังสือ โดยที่ไม่ต้องเห็นหน้ากัน ไม่ต้องเรียนรู้นิสัยใจคอกันให้ลึกซึ้ง คนสมัยนี้เขาก็รักกันได้แล้ว

เวลาที่มนุษย์ได้ครอบครองความรัก ก็มักจะสร้างจินตนาการไปต่าง ๆ นานา คิดว่ารักจะต้องเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ เช่น ถ้าใครใช้ความรักเป็นเหยื่อล่อก็จะจินตนาการว่า รักของตัวนี้ดีที่สุด เป็นที่น่าหลงใหลที่สุด และใครๆ ก็จะต้องมาสนใจรุมแย่งความรักไปจากเรา

ดังเวลาที่คนเราเจ็บปวดเพราะถูกคนรักทอดทิ้ง เยื่อใยที่มีต่อกันก็เหมือนสายเอ็นที่ดึงรั้งระหว่างกัน ยิ่งเราทำท่าทีทุรนทุราย ดิ้นรน เดือดร้อนไปกับรักที่ไม่สมหวังเท่าไร เยื่อใยนั้นก็ยิ่งรั้งให้รู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น

นี่แหละที่เขาเรียกว่ารักเหมือนโคถึก  มันทั้งคึกคะนอง รุนแรงและนำทุกข์มาให้ทั้งผู้รับและผู้ให้รัก แต่เราสามารถจะหยุดทุกข์นี้ได้ ถ้าเราใช้สติ ไม่ดิ้น ไม่ทุรนทุราย และไม่เรียกร้องหาความรักจนเกินตัว ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เสียใจกับเรื่องความรักมักได้แก่วัยรุ่น  เพราะวัยนี้เหมือนโคถึกที่กำลังคึกคะนอง อยากจะลองอยากจะรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้อยู่ตลอดเวลา และมักจะขาดสติได้ง่ายๆ หากไม่มีคนคอยตักเตือน

เรื่องของความรักจึงเป็นเหมือนของคู่กันกันวัยหนุ่มสาว เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ไม่ว่าหญิงหรือชายต่างก็อยากจะลองมีความรัก บ้างก็รักเพราะแฟชั่น บ้างก็รักเพราะคิดว่าตัวเองขาดรัก บ้างก็รักเพราะความเกรงใจและบ้างก็รักเพราะต้องการเอาชนะ คนที่มีความรักด้วยเหตุผลเหล่านี้ร้อยละ 70 ล้วนผิดหวังกับเรื่องความรัก เพราะเหตุของความรักมันเกิดมาจากความเห็นแก่ตัว แล้วพอรักไม่เป็นอย่างที่ตัวเองเห็นก็เป็นทุกข์ ร้อนใจ ไม่มีความสุข พยายามทำร้ายตัวองด้วยการอดอาหาร ร้องไห้จนผ่ายผอมเพื่อให้คนอื่นมาเห็นใจ หากคนรักกลับมาเห็นใจก็ดีไป แต่มันก็จะไม่ใช่ความรักที่แท้จริง มันคือความสงสารเสียมากกว่า

ทุกคนเมื่อมีความรักเกิดขึ้นกับใครก็ตามแต่  มักอยากยึดติดเกี่ยวพันเขาไว้ข้างเคียงกาย ทั้งที่รู้ว่ารักแล้วมันเป็นทุกข์ ทุกคนก็พร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อให้ได้มาครอบครองเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว

ดังนั้นวิธีง่ายๆ ในการรักไม่ให้เป็นทุกข์ก็คือ การรักแบบพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นความรักที่มีแต่การให้ และไม่หวังสิ่งตอบแทน ในโลกนี้ก็มีบุคคลอยู่จำพวกหนึ่งที่รักแบบพระพุทธเจ้าเป็น บุคคลเหล่านั้นคือ พ่อ แม่ ความรักจากพ่อแม่เป็นรักบริสุทธิ์ ปราศจากการปรุงแต่ง และไม่เคยเรียกร้องให้คนที่รัก อันได้แก่ ลูก กระทำสิ่งใดตอบแทน ดังมีคำกล่าวว่า “รักจากพ่อแม่เป็นรักยิ่งใหญ่ที่มาจากการให้อย่างแท้จริง

จากหนังสือ สวัสดีความทุกข์ 

เขียนโดยสุวัณโณ  วิมุติสุข