ในทุกวัย และทุกสมองของคนไทย คนฝรั่ง คนจีน จะมีทิศทางพัฒนาจากสมองส่วนเดียวกับสัตว์ ไปถึงสมองมนุษย์ กล่าวคือ จากช่วยเหลือตนเอง ตัวกู ของกู ไปสู่ยับยั้ง ใตร่ตรอง รู้ผิด รู้ชอบ และปัญญา

หายไปนานทีเดียว แต่ติดตามอ่านงานเพื่อน ๆ ตลอดนะคะ ช่วงนี้พยายามพัฒนางานเรื่อง Mind Brain and Education อยู่ค่ะ ในห้วงการทำงานเรื่องนี้ได้รับความกรุณาจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้รู้มากมาย ในการประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ศ.นพ.ประเสริฐ บุญเกิด ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ คุณสรรพสิทธ์ คุมประพันธ์ พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ดร.ปัทมศิริ ธีรานุรักษ์ ศ.ดร.ปิยะรัตน์ โกวิตรพงษ์ คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ทุกท่านปรารถนาให้เกิดองค์ความรู้เกี่ยวสมองและการเรียนรู้ของมนุษย์ตลอดทุกช่วงวัย และเป็นความรู้ปฏิบัติ

จากการสังเคราะห์พบว่าทุกช่วงวัยมีห้วงของความเปราะบางทั้งด้านชีววิทยา จิตวิทยา และสังคมวิทยา จึงส่งผลแห่งพฤติกรรมการเรียนรู้แบบขาด ๆ เกิน ๆ จึงเกิดคำถามว่าความเปราะบางนี้แก้ไขได้ไหม แก้อย่างไร และแก้โดยใคร จึงดีที่สุด

ปฐมวัย ต้องสร้างสมรรถนะร่างกาย และสร้างฐานการเรียนรู้ โดยพ่อ แม่ ครู ผู้อยู่รอบ ๆ ตัวเด็ก แบบอารมณ์สนุก สุขนำ

วัยเรียน และวัยรุ่น สร้างความคิดเท่าทันอารมณ์ สมรรถนะร่างกาย เสริมทักษะแสวงหาความรู้ โดยพ่อ แม่ ครู ผู้อยู่รอบ ๆ ตัวเด็ก และกลุ่มเพื่อน แบบสนุก สุขนำ แต่ต้องมีการฝึกการแก้ปัญหาแบบกลุ่ม เด็ก กับเด็ก ผู้ใหญ่กับเด็ก เป็นการรักษาระยะสัมพันธภาพ และฝึกปฏิสัมพันธ์ระว่างบุคคล สังคม

วัยรุ่นตอนปลาย และวัยผู้ใหญ่ สร้างความมั่นใจ ความมั่นคงในอารมณ์ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสาธารณะ รักษ์สุขภาวะ และพึงสัมมาอาชีพ โดยพ่อ แม่ ผู้อยู่รอบ ๆ ตัวเด็ก ครู กลุ่มเพื่อน แบบมีการใช้การแก้ปัญหา อย่างสนุก สำเร็จ และแบ่งปันความสำเร็จเพื่อฝึกปฏิสัมพันธ์ระว่างบุคคล สังคม

วัยผู้ใหญ่ สร้างพัฒนาตนเองทั้งด้านสัมมาอาชีพ ครอบครัว รับผิดชอบต่อตนเองและสาธารณะ รักษ์สุขภาวะ โดยตนเอง ผู้อยู่รอบ ๆ ในสังคม ในแบบสติมาปัญญาเกิด อิ่มเอิบ เบิกบาน แบ่งปัน

วัยสูงอายุ พัฒนาการเป็นแบบอย่าง ดี มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสาธารณะ รักษ์สุขภาวะ และพอเพียง โดยตนเอง และผู้อยู่รอบ ๆ ในสังคม ในแบบผู้ใหญ่ใจดี ครูเอื้อ ครูอำนวย และสุดยอดโคช

ในทุกวัย และทุกสมองของคนไทย คนฝรั่ง คนจีน จะมีทิศทางพัฒนาจากสมองส่วนเดียวกับสัตว์ ไปถึงสมองมนุษย์ กล่าวคือ จากช่วยเหลือตนเอง ตัวกู ของกู ไปสู่ยับยั้ง ใตร่ตรอง รู้ผิด รู้ชอบ และปัญญา

ดังนั้นถ้าในแต่ละวัยไม่สามารถข้ามผ่าน ตัวกู ของกู กูไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ได้ พังเป็นพังกันให้หมด อย่างนี้จะเกิดแต่สมองสัตว์เต็มไปหมดในสังคม ถ้าสัดส่วนสมองสัตว์มากกว่าสมองมนุษย์ แล้วเราจะเรียกว่าเราอยู่ในสังคมมนุษย์ได้อย่างไร !!!