มิตรภาพเท่านั้นที่ใช้ทดแทนทุกอย่างได้

        

ภาพจาก Internet

        มีคำกล่าวว่า  "น้ำบ่อ  น้ำคลองยังเป็นรองน้ำใจ  น้ำในที่ไหนๆ  ก็สู้น้ำใจไม่ได้ " เมื่อเราหิวกระหาย  พอได้น้ำเย็นๆสักแก้วก็สดชื่นขึ้นเยอะ
        น้ำจึงเป็นทรัพยากรที่มีคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่  นับเป็นแหล่งก่อกำเนิดของทุกสิ่ง  ช่วยหล่อเลี้ยงทุกชีวิตและสรรพสิ่งให้มีความเบิกบานและชุ่มชื้นตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากไม่มีน้ำในโลกนี้แล้ว  ทุกชีวิตก็คงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมมนุษย์ในปัจจุบัน  ถึงแม่ว่าเราจะมีทรัพยากรน้ำใช้ในการอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ แต่ก็ดูเหมือนว่าสังคมของมนุษย์เรากลับหาน้ำที่ดี  มีความสำคัญ  และยิ่งใหญ่อีกประเภทหนึ่งยากนัก  หาไม่ค่อยพบ นับวันยิ่งจะระเหิดระเหยสูญหายไปจากสังคมโลก นั่นก็คือ "น้ำใจ" ซึ่งเป็นวิถีทางแห่งมนุษยธรรม

มรรควิธีที่ ๑๖  มิตรภาพเท่านั้นที่ใช้ทดแทนทุกอย่างได้  การมีน้ำใจให้กัน  วิถีธรรมแห่งมนุษยสัมพันธ์  (Only friendship in used instead of everything.)

ภาพจาก  Internet

        "น้ำใจ"  ซึ่งสื่อความหมายคือ  ธรรมะที่ทำคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ  คุณธรรมหรือความดี  ความรักปรารถนาดีต่อกันที่มีอยู่ภายในจิตใจของมนุษย์แต่ละคน  โดยแสดงออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมในแง่ของการกระทำความดีงามต่อกันและกันอย่างไร้ขอบเขต  และแสดงออกถึงมิตรภาพความเป็นมิตรไมตรีต่อกัน
        ในสังคมหรือองค์กรที่ปราศจากคนดีมีน้ำใจ  และเต็มไปด้วยคนเห็นแก่ตัวนั้นคงยากที่จะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จให้มีความเจริญร่งเรืองได้  และนับวันก็ยิ่งจะมีแต่ความเสื่อมโทรมล้มเหลว  และความตกต่ำทางจิตใจอยู่ร่ำไป  เริ่มต้นที่ตัวเราอย่างง่ายๆ  ด้วยการแบ่งปันรอยยิ้ม  และมิตรภาพน้ำใจใหกับสังคม  เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้รับ  เพราะความสุขที่เกิดจากการให้ช่างยิ่งใหญ่และแตกต่างยิ่งนักกับความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้คอยรับเพียงอย่างเดียว  เพียงเท่านี้สังคมที่อบอุ่นที่เกื้อหนุนกันก็จะเกิดขึ้นจากน้ำใจที่เรามอบให้กันและกัน (จากหนังสือ ๓๙ พุทธมรรคา  รู้แล้วทำไมถึงไม่ทำ)
 
        ตั้งแต่ฉันเข้ามาเป็นสมาชิกของ Gotoknow  ฉันได้พบ "คลังแห่งปัญญา"  และ  "กัลยาณมิตร"  ในโลก Cyber มากมาย  และขณะนี้มีกลุ่มกัลยาณมิตรกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งกำลังมอบน้ำใจให้กันและกันในสังคมนี้   ทำให้ฉันรักและศรัทธาคนกลุ่มนี้มาก  มากเกินกว่าที่ฉันจะบรรยายเป็นตัวอักษรได้ 
        คนแรกที่ฉันรู้จักคือ  "อ.ดร.ขจิต  ฝอยทอง"  เมื่อครั้งโรงพยาบาลของพวกฉันจัดทำแผนพัฒนาเครือข่ายสาธารณสุข อาจารย์ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากระบวนการและร่วมกันถอดบทเรียน 
        ท่านต่อมาคือ  ท่านวอญ่า  ที่เป็นผู้ใหญ่ใจดี  และน่ารักมากๆๆๆๆ  ท่านบอกว่าเคยมาดูงานที่โรงพยาบาลที่ฉันปฏิบัติงานอยู่  ท่านได้แวะมาเยี่ยมพวกฉันอีกครั้งเมื่อคราวไปงานค่ายจิตอาสาที่  รร.วิทยสัมพันธ์  พิษณุโลก  ท่านบอกว่า "เดินทางหมื่นลี้  ดีกว่าอ่านหนังสือหมื่นเล่ม"
        อีกกลุ่มใหญ่ที่รู้จักในนามของ  คุณครูคิม  ที่พี่น้องและผองเพื่อนร่วมกันจัด "ค่ายไร้กรอบแต่ไม่ไร้ใจ  GotoKnow จัดให้   ผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน"  ซึ่งกลุ่มนี้จะมีเครือข่ายมาจากหลายที่  หลายทิศทาง  หลากหลายวิชาชีพ  เรียกว่ามืออาชีพโดยแท้  เรียกว่ามาเป็นค่าย  "ค่ายจิตอาสา"  รวมพลคนต่างวัยหัวใจใฝ่เรียนรู้  ซึ่งชาวค่ายได้จัดค่ายจิตอาสาไปแล้ว ๒ ครั้งที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์  จังหวัดพิษณุโลก  และที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ จังหวัดยโสธร  และจะมีครั้งที่ ๓  ที่โรงเรียนบ้านถ้ำพริก ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก  ในวันที่  ๓-๕ มิถุนายน นี้   และในวันพร่งนี้  ๙ พฤษภาคม  เครือข่ายของกลุ่มนี้ก็จะไปช่วยงาน"สาธารณสุข" ในนามของ ค่ายอาสา เยียวยาผู้ป่วยโรคไต  ที่โรงพยาบาลหนองคาย  จังหวัดหนองคาย

 

        กัลยาณมิตรกลุ่มนี้  กำลังปฏิบัติตามมรรควิธีที่ ๑๖  "มิตรภาพเท่านั้นที่ใช้ทดแทนทุกอย่างได้  การมีน้ำใจให้กัน  วิถีธรรมแห่งมนุษยสัมพันธ์  (Only friendship in used instead of everything.)"

       จึงขอเชิดชู  บูชา  และคารวะ  น้ำใจของทุกท่านด้วยความเคารพรักและศรัทธา  ไว้ในบันทึกนี้ค่ะ