ทุกๆ เช้าที่เราตื่นขึ้นมานั้นเป็นวันที่ดีเสมอ

 

วันนี้เป็นเช้าที่ดีอีกวันหนึ่ง...ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองยังหายใจอยู่

เช้านี้เป็นอีกวันที่สามารถเอาชนะความขี้เกียจที่สั่งสมอยู่ในตัวได้ หลังจากเป็นทาสของมันมาหลายวันแล้ว การตื่นขึ้นทันทีที่รู้สึกตัวนั้น สำหรับข้าพเจ้า จะว่ายากก็ยาก จะว่า ง่ายก็ง่าย เพราะอาศัยเพียงการตัดสินใจ ณ วินาทีนั้น  คือ ถ้าหากโอ้เอ้ไม่ยอมลุก มัวแต่บอกตัวเองว่า อีกเดี๋ยวน่า...อีกห้านาทีนะ...รับรองว่าอีกยาวแน่ๆ จะว่าไปก็เหมือนกับการดวลดาบกับความขี้เกียจในตัวเอง ต้องตัดสินใจในฉับพลัน ฟาดดาบลงโดนความขี้เกียจแล้วก็ จบ!!! เราสามารถลุกขึ้นมาได้ เพื่อเริ่มต้นเช้าวันใหม่พร้อมกับความภูมิใจกับตัวเอง(เปรียบเทียบเกินไปมั้ยเนี่ย?)


แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุด ข้าพเจ้าก็ยังมีงานที่ต้องทำ อย่างแรกเลยคือการซักผ้า ไม่อยู่บ้านมาหลายวัน เมื่อกลับมาก็ถึงเวลาที่ต้องเก็บกระเป๋า ขนเอาเสื้อมาออกมาซัก...โอ๊ย เริ่มขี้เกียจอีกแล้ว 555


มีผ้าขาวหลายผืนที่ต้องซัก ตอนแรกข้าพเจ้าก็ซักไปตามธรรมดา คือแช่ผ้าเอาไว้ ขยี้ผ้าในกะละมัง แล้วก็เอาไปล้างน้ำสะอาด ตากบนราวตากผ้า


แต่เมื่อได้คลี่ผ้าออกเพื่อที่จะตากนั้น ปรากฏว่า รอยสกปรกคราบเปื้อนยังมีอยู่หลายรอย จึงได้นำไปซักใหม่ ขณะกำลังซักผ้านั้น ข้าพเจ้าก็นึกเปรียบการซักผ้าและจิตใจคนเรา หากไม่เคยคลี่ผ้าออกมาดู ไม่เคยสำรวจใจ ย่อมมองไม่เห็นว่ามีรอยเปื้อนที่ใดบ้าง...


ข้าพเจ้าเอาผงซักฟอกแต้มลงบนรอยคราบเปื้อนเหล่านั้น แล้วค่อยๆ ขยี้ผ้าให้สะอาด...

คราบเปื้อนบางคราบออกหมดจด ไม่หลงเหลือร่องรอยทิ้งไว้


บางคราบพอขยี้แล้ว ออกเป็นบางส่วนทำให้รอยเปื้อนนั้นจางลง


บางคราบเป็นคราบฝังแน่น ไม่ยอมออกเลยไม่ว่าจะขยี้เท่าไหร่

(สงสัยคงต้องไปซื้อน้ำยาซักผ้าขาวมาซักซะแล้ว)


จิตใจคนเรานั้นเหมือนกันผ้าขาว พอมีสีมาเปื้อน มีสิ่งสกปรกมาทำให้เป็นรอยด่างดำ เราก็จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาด หากทิ้งไว้นาน ก็จะกลายเป็นคราบฝังแน่น ซักออกได้ยาก จึงต้องหมั่นซักทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งหากเป็นคราบที่ํซักยากๆ ก็ต้องพยายามซักเพราะเพียงมือขยี้คงไม่ออก คงต้องหาตัวช่วย...

 



วันนี้เราคลี่ผ้าขาวแห่งใจออก เพื่อทำความสะอาดแล้วหรือยัง?