เป็นความโชคดีมากที่การเดินทางไปเยี่ยมเยือนทีม R2R โรงพยาบาลป่าติ้ว ข้าพเจ้าได้รับโอกาสพบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งท่านเป็นแพทย์คนเดียวของโรงพยาบาลที่ทำหน้าที่ตามภาระตลอดหนึ่งปีเต็ม...
การพูดคุย บอกกล่าว และแววตาที่ฉายออกซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นผู้มีความอดทนอย่างยิ่งยวดของผู้อำนวยการนั้น ทำให้ข้าพเจ้าแน่ใจในสิ่งที่สัมผัสได้ว่าเพราะอะไร คนหน้างานตัวเล็กๆ ที่นี่จึงได้มีพลังแห่งความดงามทางจิตวิญญาณ แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะประสบกับสภาวะวิกฤตแห่งการงาน แต่พลังแห่งความมุ่งมั่นที่ปรากฏเป็นความธรรมชาตินั้น ทำให้ผู้ที่ได้เข้าไปสัมผัสได้พบเจอกับขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ของคนทำงานที่ไม่ถูกตัดรอนหรือย่ำยีแห่งความเป็น "มนุษย์ชาติ"
การนัดหมายนี้อยู่นอกเหนือโปรแกรม
ปรากฏว่ามีคนหน้างานทุกระดับต่างๆ ทยอยเข้ามาเพื่อเติมเต็มกำลังใจให้แก่กัน
และเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่แต่ละคนมี "ความคิดอันสร้างสรรค์" ปรากฏเกิดขึ้นเป็นประเด็นวิจัย และมีความต่อเนื่อง ทำให้นึกไปถึงระลอกคลื่นแห่งกระแสน้ำ ที่ส่งต่อพลังงานจากกันถึงกันอย่างไม่เว้นวรรค
ข้าพเจ้ารู้สึกชอบใจ...
ตรงที่ว่า R2R ที่นี่ต่อยอดจากงานพัฒนาคุณภาพได้อย่างงดงาม และเป็นตัวแบบที่ไปอุดจุดอ่อนของคนทำงาน HA ที่มีความทุกข์ได้อย่างยอดเยี่ยม จากอดีตที่มุ่งมั่นทำงานพัฒนาคุณภาพตามนโยบายเพื่อให้ได้การรับรองคุณภาพนั้นทำให้คนหน้างานที่นี่เครียดอย่างหนัก ขนาดว่าไม่อยากพูดคุยหรือบอกกล่าวสะท้อนกันและกัน เพราะเกรงว่าจะเป็นการจับผิดและตำหนิกัน แต่เมื่อนำกระบวนการ R2R เข้ามาต่อยอด ทำให้บรรยากาศของความสัมพันธ์ดีขึ้น สามารถบอกกล่าวต่อกันได้ เพราะการบอกกล่าวหรือไถ่ถามกันเป็นหนึ่งในกระบวนการที่พวกเขาคนหน้างานทั้งหลายใช้ในการเก็บข้อมูล...
R2R ลดความขัดแย้ง...
จากที่คนตัวเล็กๆ ไม่กล้าบอกหัวหน้า เนื่องด้วยประสบการณ์คนรุ่นเก่าที่ทำงานมานาน เห็นความผิดพลาดของหัวหน้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่การศึกษาสูงกว่า ทำให้ลูกน้องไม่กล้าบอก ไม่กล้าเสนอ แต่พอคนตัวเล็กๆ ในงานตัดสินใจทำ R2R ทำให้กล้าที่จะบอก กล้าที่จะขอความร่วมมือผู้เป็นหัวหน้า...ทำให้หัวหน้าได้มองเห็นภาพสะท้อนความผิดพลาดจากการทำงานตนเองได้ ทำให้บรรยากาศการทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น
แววตา...และใบหน้า ตลอดจนโอกาสแห่งการได้พูด ได้เสนอ ได้บอกกล่าว ทำให้ "ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์" ของคนหน้างานตัวน้อยๆ นี้ได้รับการรดน้ำให้เกิดเป็นความชุ่มช่ำในจิตใจ
พี่แก้ว...หัวหน้าพยาบาล เป็นผู้ที่เปิดโอกาสทั้งปวง โดยมีผู้อำนวยการสนับสนุน พี่นิเป็นแกนนำสำคัญที่ให้น้องพยาบาลในความดูแล กล้าที่จะคิด กล้าที่จะทำ โดยปราศจากความรู้สึกว่าเป็นการสั่งการหรือควบคุม พี่โอ...คนเชียร์ที่ไม่ยอมปล่อยโอกาสแห่งการที่จะผลักดันและส่งเสริมศักยภาพผู้คนคนหน้างานออกมาให้มากเท่าที่จะมากได้ โดยฝึกฝนตนเองเคียงคู่ไปพร้อมกัน
การเดินทางไปเยี่ยมเยือน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R ครั้งนี้ สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้อยความของพี่มังกรที่บอกว่า
"ความเป็นกันเองนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก"... เป็นสิ่งที่พี่มังกรได้ตระหนักซึ้งในใจตนเอง หลังจากที่ได้รวมทีมกันทำ R2R เป็นกำไรของการงานชิ้นนี้ ว่าที่แท้แล้วระหว่างคนทำงาน และผู้มารับบริการ หรือทุกๆ คนที่มาสัมพันธ์กันนั้น เราสามารถสร้างปรากฏการณ์แห่งความเป็นกันเองให้มีเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ที่ผ่านมานั้นเราได้ละเลย...
ณ วันนี้ บรรยากาศแห่งความเป็นกันเอง...ได้เกิดขึ้นที่องค์นี้แล้ว...
๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ความทรงจำอันงดงาม
