ร่างกายของคนเรา ต้องดูแลรักษาทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ดี สามารถใช้งานไปได้นานๆ การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดร่างกายภายนอก การดื่มน้ำที่ถูกต้องเป็นหลัก ก็คือ การทำความสะอาดชำระล้างอวัยวะภายในของร่างกาย
ในส่วนประกอบทั้งหมดของร่างกาย มีส่วนที่เป็นของเหลวถึง 3 ใน 4 ส่วน หรือคิดเป็น 85 % ของน้ำหนักในตัวคน น้ำอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย ได้แก่ ในโลหิต ในกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด แม้แต่ส่วนที่เป็นของแข็ง เช่น กระดูก เล็บ ฟัน เส้นผม นั่นก็คือ ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญแม้แต่ในส่วนที่เล็กที่สุดชีวิตของคนเรา อาจขาดอาหารได้นานนับเป็นเดือนแต่จะขาดน้ำได้เพียง 3 – 7 วันเท่านั้น ฉะนั้นน้ำจึงมีความสำคัญยิ่งต่อร่างกาย และการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง
ร่างกายของคนปกติธรรมดา ต้องการน้ำในชีวิตประจำวันประมาณ 10 แก้ว ใน 1 วัน (ประมาณ 4,000 ซี.ซี. หรือ 4 ลิตร เป็นอย่างน้อย) ส่วนผู้ที่ต้องสูญเสียน้ำในร่างกายมากในวันหนึ่งๆ เช่น นักกีฬา,ผู้ที่ต้องทำงานกลางแดด,กรรมการงานหนัก ต้องเสียเหงื่อจำนวนมาก ย่อมต้องการน้ำมากกว่าคนธรรมดา
การดื่มน้ำให้ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดี มีหลักปฏิบัติที่จดจำง่าย ดังนี้
1.น้ำที่ดื่ม เป็นน้ำธรรมดาไม่เป็นน้ำที่ร้อนมากหรือที่เย็นจัด ถ้าเป็นน้ำอุ่นๆ เล็กน้อย ดื่มในตอนเช้าจะให้การขับถ่ายดีขึ้น ลำไส้สะอาด
2.ระยะเวลาที่ดื่มน้ำ ในวันหนึ่ง (อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยตามความสะดวก)
ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มน้ำ 1 แก้ว (แก้วบรรจุ 400 ซี.ซี.)
ตอนสาย ดื่มน้ำ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9.00-10.00 น)
ตอนบ่าย ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาณ 13.00-14.00 น)
ตอนเย็น ดื่มน้ำ 3 แก้ว (เวลาประมาร 19.00-20.00 น)
ก่อนเข้านอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลับสบายดีขึ้น รวมแล้วให้สามารถดื่มน้ำเปล่าได้วันละ 10 แก้ว นอกเหนือจากนั้น ท่านสามารถดื่มน้ำผลไม้, น้ำนม ฯลฯ ได้อีกไม่จำกัด
3.ข้อควรจำ
3.1 ไม่จำเป็นต้องดื่มครั้งละ 2-3 แก้วติดต่อกันทันที่ดื่มตามปรกติสบายๆ ผู้ที่ดื่มครั้งแรก ๆ จะรู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อยเป็นอาการปรกติธรรมดา ทั้งนี้เพราะผนังลำไส้ และกระเพาะอาหารขยายตัวขึ้น ต่อไปจะไม่มีอาการอีก สามารถดื่มได้ง่ายและเกิดความชื่นชอบ รู้สึกสดชื่นสบายที่ได้ดื่มน้ำมากๆ
3.2 เมื่อดื่มน้ำไปสักครู่หนึ่ง จะปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะครั้งแรกๆ จะมีสีเหลืองข้นขุ่นกลิ่นฉุน เนื่องจากน้ำที่ดื่มไปชะล้างไตให้สะอาด ไตเป็นเสมือนเครื่องกรองน้ำของร่างกาย
3.3 อย่าดื่มน้ำมากก่อนหน้าที่จะรับประทานอาหาร (ควรงดดื่มน้ำมากสักครึ่งชั่วโมงก่อนรับประทานอาหาร) และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ ก็ไม่ควรดื่มน้ำมากๆ ทันที่
3.4 การรับประทานอาหารพร้อมกับดื่มน้ำตลอดเวลาเป็นนิสัยที่ควรเลิกหากรู้สึกฝืดคอในระหว่างรับประทานอาหารให้ซดน้ำซุบแกงจืดแทน การดื่มน้ำมากในระหว่างรับประทานอาหารทั้งก่อนหน้าและหลังอาหารทันที่จะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง การย่อยเป็นไปได้ไม่ดี
3.5 ไม่ควรรับประทานอาหารในแต่ละมื้อจนอิ่มแน่นท้องเกินไป ควรให้อิ่มพอดีแล้วรับประทานผลไม้สดจะทำให้สะอาดคอ แล้วจิบน้ำตามนิดหน่อยท่านจะรู้สึกสบายท้องหลังจากนั้นสักครึ่งชั่วโมง จึงดื่มน้ำตามปรกติ
หากท่านได้ดื่มน้ำให้ถูกหลักเช่นนี้เป็นประจำ จะเป็นผู้มีสุขภาพอานามัยดี ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่าแข็งแรง สามารถที่จะประกอบภาระกิจการงานได้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
ข้อมูลจาก อ.ธีระพัฒน์ กู่วรรณรัตน์
http://www.me.buu.ac.th/lms/mod/forum/discuss.php?d=15
สวัสดี ครับ
ขอบพระคุณ ความรู้เรื่องสุขภาพที่นำมาฝาก นะครับ
ดีมากครับกับข้อมูลเรื่องนี้ เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านมากๆ