ความภูมิใจของการได้รับทุนไจกา
ความภูมิใจของการได้รับทุนไจกาของข้าพเจ้านั้น เกิดจากการที่ตัวเองมีกำลังใจว่ามีคุณสมบัติที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยได้ ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง และยังส่งผลถึงตัวเองในเรื่องความภูมิใจในตัวเอง การให้การเคารพนับถือตัวเอง ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า (self esteem) ข้าพเจ้าคิดว่า คำนี้มีความสำคัญมาก ในทางจิตวิทยา ถือว่า เป็นพื้นฐานขั้นต้นที่ทุกคนต้องมี ก่อนที่จะเกิดความภูมิใจขั้นอื่น ๆ ที่สูงขึ้นต่อไป ถ้าคนใดขาดความรู้สึกนี้ไปก็จะทำให้เกิดปัญหากับตัวเองตามมา เช่น ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า รู้สึกว่าเกิดมาทำไม เมื่อไม่เห็นคุณค่าของตัวเองแล้วก็จะไม่เห็นคุณค่าของคนอื่น ๆ และสิ่งใด ๆ เลยได้ และก็ทำให้เกิดปัญหาของสังคมเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันนี้
การสอบสัมภาษณ์ก่อนที่จะได้รับทุน ที่สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ได้ถามถึงว่า “มีความสามารถอะไร และจะนำไปแสดงถึงความเป็นไทยให้กับประเทศญี่ปุ่น” ความที่ข้าพเจ้าทำกิจกรรม และเป็นตัวแทนในโรงเรียนก็มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของวิชาการ เช่น ตอนประถมศึกษา ได้เป็นตัวแทนประกวดมารยาทไทย ทางด้านกีฬาเป็นตัวแทนทีมวอลเลห์บอล ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นตัวแทนด้านการรำกลองยาว ที่จะใช้รำตอนงานวันตักบาตรดอกไม้ ของอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นตัวแทนการอ่านทำนองเสนาะของโรงเรียน เรื่องการอ่านทำนองเสนาะต้องผ่านการแข่งขันภายในโรงเรียนก่อน และต้องผ่านการฝึกซ้อมการอ่านเยอะมาก ก่อนจะเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขัน ข้าพเจ้าต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์สอนภาษาไทยทุกท่านที่ทำให้ข้าพเจ้ารักการอ่านมาจนถึงปัจจุบัน ในเรื่องการอ่านทำนองเสนาะนี้ นอกจากข้าพเจ้าจะติดเรื่องการรักการอ่านมาแล้ว ยังรู้สึกรักความเป็นไทย รักภาษาไทย รักคนไทยสมัยก่อนที่มีความรู้ ความสามารถ ในด้านการประพันธ์ ด้านภาษา ให้คนรุ่นปัจจุบันได้อ่านอย่างมากมาย มีวรรณศิลป์ในการเขียน การเล่าเรื่อง และจังหวะการเชื่อมคำ ที่สอดรับกันอย่างลงตัว นอกจากร้อยแก้วแล้ว ยังมีร้อยกรองหลากหลายรูแบบการอ่านที่ผู้อ่านต้องเรียนรู้การอ่านก่อนว่ากลอน โคลง หรือ กาพย์ ชนิดนี้อ่านอย่างไร เป็นต้น สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับรางวัลหนังสือหลายเล่ม และกว่าจะได้ที่ 1 ของจังหวัดสมุทรสาครในปีนั้น มันยากลำบากมาก เพราะต้องผ่านการสัมภาษณ์บุคคลใกล้ชิดของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครู ในโรงเรียนด้วย ข้าพเจ้าได้รับความรู้สิ่งหนึ่งว่า “ถ้าเราเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว ก็จะผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย” เพราะตอนที่ข้าพเจ้าเข้าไปสอบการอ่านทำนองเสนาะในห้อง กับคณะกรรมการ ทั้ง 3 ท่าน เป็นคนแรก และอ่านบทร้อยแก้วและร้อยกรองอย่างไม่ติดขัดเลย บางบทยังจำได้ถึงปัจจุบัน บทร้อยกรองที่ข้าพเจ้าจำได้ อาจจะเป็นบทร้อยกรองที่หลาย ๆ คนน่าจะชอบเช่นกัน เป็น กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานและว่าด้วยงานนักขัตฤกษ์ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชการที่ 2 ในราชวงศ์จักรี ว่า
มัสมันแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
ระดับมัธยมปลาย นอกจากจะเป็นคณะกรรมการนักเรียนแล้ว ก็ยังคงเป็นตัวแทนโรงเรียนอ่านทำนองเสนาะอยู่ และสิ่งที่ได้รับ คือ พบว่ายิ่งเราได้เจอคน และสังคมมากขึ้น เราจะพบว่ามีคนที่เก่งกว่าเราอยู่เยอะมาก ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้ตอบคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ทุนไจกานะครับ แต่ตอบแค่เพียงว่า มีความสามารถเรื่อง “การอ่านทำนองเสนาะ” ซึ่งข้าพเจ้ายังจำได้อีกว่า มีการโชว์ ขับเสภา การแห่เรือให้กับคณะนายกรัฐมนตรีจากประเทศต่าง ๆ ฟัง ตอนมีการประชุม เอเปค ในปีนั้น ทราบว่านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในสมัยนั้นยังชมว่าเพราะดี ในเรื่องการอ่านทำนองเสนาะ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว ที่ญี่ปุ่นก็มีการอ่านทำนองเสนาะเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงจังหวะและภาษาเท่านั้น เมื่อได้ไปญี่ปุ่น พบว่ามีความแตกต่างกับประเทศไทยมาก เพราะปัจจัยที่ไม่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศที่ส่งผลให้สภาพแวดล้อมดูสะอาดตา และเกิดแผ่นดินไหวและเกิดการเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการบูรณะสภาพพื้นที่ใหม่อยู่ตลอด เช่นที่ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโกะ หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองที่ไม่ได้มีงบประมาณสนับสนุนกิจการทางทหารก็นำเงินนั้นไปในเรื่องการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และพัฒนาประเทศดังที่เราได้เห็น ได้ตื่นเต้นกับนวัตกรรมใหม่ ๆ และมีส่วนได้ใช้กันเกือบทุกครัวเรือน เช่น รถยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ประกอบกับการที่ได้ทราบว่าคนญี่ปุ่นพยายามทำทุกอย่างเพื่อขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไปกับเพื่อนบ้านในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และความที่พื้นเพแล้วคนญี่ปุ่นก็เป็นคนอัธยาศัยดีอยู่จึงต้อนรับขับสู้ดีมาก เพื่อนคนไทยที่ไปญี่ปุ่นด้วยกัน มีความสามารถกันทุกคน ต่างก็มาจากหลากหลายอาชีพ และได้โชว์ความเป็นไทยให้กับคนญี่ปุ่นได้ดู เมื่อสังเกตลักษณะที่คนญี่ปุ่นกำลังรับชมการแสดงอยู่นั้น บางคนถึงกับเกร็งมือ เพราะกลัว และทึ่งในการรำดาบ ของเพื่อนคนไทย ความจริงคนญี่ปุ่นในสมัยก่อนก็ใช้ดาบ เช่น เวลาจะรบกัน เช่น พวกซามุไร และการจะคว้านท้องตัวเองตาย หรือ ฮาราคีรี ก็ใช้ดาบ แต่ว่า ลักษณะการใช้ดาบไม่เหมือนกันเนื่องมาจากวัฒนธรรมนั่นเอง
เมื่อกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก็ได้รับเกียรติจากสมาคมผู้รับทุนไจก้าแห่งประเทศไทย โดยท่าน นคร ศิลปอาชา เป็นนายกสมาคม ติดต่อให้ข้าพเจ้าได้รับเกียรติเป็นคณะกรรมการสมาคม ฝ่ายกิจการพิเศษ ตอนแรกข้าพเจ้าคิดว่าจะแค่สมัครเป็นสมาชิกธรรมดา ซึ่งการที่จะดำรงตำแหน่งน่าจะยังไม่สมควรจะได้รับเกียรตินี้เนื่องจากหลายกรณี แต่ก็ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการเพราะอย่างน้อยน่าจะมีโอกาสได้ทำงานเพื่อประเทศไทย หรือส่วนรวมก็ได้ หลังจากนั้นก็จำได้ว่าได้ไปประชุมกับคณะกรรมการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องการจะจัดวิ่งมาราธอนการกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระหว่างการประชุมก็มีการแนะนำคณะกรรมการคนใหม่ และได้รับเกียรติจากท่านเลขาสมาคม กรุณากล่าวแนะนำว่า “จะได้รับเข้าฝึก เข้ามาเรียนรู้” ซึ่งข้าพเจ้าประทับใจมาก ในวันนั้นเป็นวันลอยกระทงพอดี ทางเทศบาลเมืองพระนครศรีอยุธยา ได้ให้ทางสมาคมได้ขึ้นไปกล่าวเรื่องการจะจัดการวิ่งมาราธอนการกุศล และหลังจากนั้นก็มาลอยกระทงที่แม่น้ำที่อยู่ติดกับเวที ซึ่งกระทงทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดเตรียมไว้ให้ หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็ยังไม่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมและทำงานกับสมาคม ฯ เนื่องจากว่า ที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดและไกลจากกรุงเทพ ฯ มาก ถ้ามีโอกาสและได้ร่วมงานกับทางสมาคม ฯ ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือทันที ก็อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่าข้าพเจ้าเป็นคนไทยคนหนึ่ง ถ้าได้ช่วยประเทศชาติแม้จะเพียงเล็กน้อย และสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าติดตัวอยู่เสมอคือความกตัญญู ก็คือได้ตอบแทนบุญคุณกับประเทศ และสังคมที่ให้เกิดและได้อยู่อย่างสบายไม่เหมือนชาติใดในโลก จากที่ข้าพเจ้าภูมิใจในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็เนื่องมาจากว่า สังคม ของประเทศไทยสงบสุข และมีความสุขก็เพราะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งปีนั้นก็เป็นปีที่ประชาชนชาวไทยทุกคนได้เฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี นั่นเอง
อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับทุนไจก้าจังเลยค่ะ
ถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่ web site
jica.co.jp หรือ สมาคมผู้รับทุนไจกาแห่งประเทศไทย
และทุนนี้ส่วนใหญ่จะประสานงานกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์