
สังคมหน้าด้าน
สี่ห้าปีหลังมานี้ ได้มีปรากฎการณ์ทางสังคมที่เข้าข่าย “ล้ำเส้น”เพิ่มมากขึ้น ผมใช้คำว่า “พฤติกรรมล้ำเส้น” หรือ “พฤติกรรมหน้าด้าน” โดยขออธิบายขยายว่า เป็นการแสดงออกหรือการกระทำที่เกินขอบเขตของสังคม นั่นคือในแต่ละสังคมนั้นจะเส้นขีดไว้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร แค่ไหนที่สังคมรับได้และไม่ปฏิเสธ
สิ่งที่ล้ำเส้น เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมหลายประการ ได้แก่การขึ้นป้ายโฆษณาสินค้าขนาดใหญ่ที่มีรูปหญิงชายนอนกึ่งเปลือยเพื่อโฆษณาถุงยางอนามัย การนำหญิงวัยรุ่นที่เรียกว่า “พริตตี้”นุ่งน้อยห่มน้อยมายืนแนะนำรถในงาน “มอเตอร์โชว์”หรือเต้นโชว์ไปตามถนนหนทาง(มีมากในต่างจังหวัด) การนุ่งชุดอาบน้ำวาบหวิวในตู้กระจกที่ตั้งอยู่บนรถยนต์ขับตระเวณไปทั่วเพื่อโฆษณาน้ำยาสระผม การโฆษณาครีมนมเด้งด้วยการเปิดเต้าอกนวดให้ดูต่อหน้าสื่อมวลชน การที่นักแสดงตลกเปลือยกายล่อนจ้อนวิ่งกุมของลับกลางถนนกลางวันแสกๆ การถ่ายเปลือยอกโฆษณาปกแผ่นเทปของนักร้องหญิงลูกทุ่งเพื่อเรียกร้องความสนใจ การนำหนังสือประเภทเสพกาม (ปกขาว)วางขายบนแผงในร้านหนังสือชั้นนำ ฯลฯ
เหล่านี้คือตัวอย่างที่ปรากฎขึ้นและทุกครั้งสร้างความฮือฮา จนหนังสือพิมพ์รายวัยเกือบทุกฉบับนำไปลงเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เรียกได้ทั้งดังและทั้งได้โฆษณาฟรีไปทั่วประเทศ (ถูกปรับในอัตราโทษเพียง 500 บาทเท่านั้น) โดยผู้กระทำนั้นไม่ได้คำนึงเลยว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเด็ก เยาวชนและสังคมโดยรวมนั้นจะเป็นเช่นไร
ครั้นเมื่อได้หันกลับไปดูประเทศที่ถูกระบุว่ามีเสรีภาพอย่างมากในการแสดงออก ก็ยังมีเส้นที่สังคมขีดไว้ เช่นประเทศสหรัฐอเมริกา คราวที่นักร้องหญิงชื่อดังคนหนึ่งออกมาร้องเพลง โดยมีนักร้องหนุ่มอีกคนมายืนคลอเคลียอยู่ด้านข้างและแสดงบทจบลงของเพลงด้วยการกระตุกเสื้อนักร้องหญิงจนเห็นเต้าอกข้างหนึ่งโผล่ออกมา ผลก็คือถูกสังคมตำหนิติเตียนและวิจารณ์กันอย่างหนักจนแทบเสียผู้เสียคนและต้องออกมาเอ่ยปากขอโทษต่อสังคมในเวลาต่อมา
ถามว่า “พฤติกรรมหน้าด้าน”ที่เพิ่มมากขึ้นสังคมไทยเช่นนี้จะกระทำเช่นไรเพื่อยับยั้งให้ลดน้อยถอยลง คำตอบสั้นๆ ก็คือ หนึ่ง...ต้องร่วมมือกันแจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองลุกขึ้นมาจัดการ (ใช้คำว่าลุกขึ้นมา เพราะมักชอบนั่งเฉย ไม่ขึ้นมาช่วยดูแลชาวบ้าน) สอง...รณรงค์ให้เกิดการต่อต้านไม่ใช้ ไม่ซื้อ ไม่ดู ไม่ฟังสิ่งที่โฆษณานั้น
คำตอบสั้นๆ ทั้งสองข้อนี้มีการใช้อย่างมากในประเทศที่ก้าวหน้าทั้งยุโรปและอเมริกา ซึ่งผลที่ออกมานั้นมีพลังมาก เช่นถูกเล่นงานจริงจัง และต่อต้านอย่างต่อเนื่อง จนบรรดาบริษัททั้งหลายหวั่นเกรงและจะต้องใช้ความคิดใคร่ครวญและความละเอียดยิ่ง ต่อการทำ “โฆษณาแต่ละชิ้น”เพื่อออกเผยแพร่ เพราะหากเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว บริษัทจะเสียหายมากและมีผลต่อการขาดทุนอย่างย่อยยับในที่สุด
ร่วมกันนะครับ เพื่อลด “พฤติกรรมหน้าด้าน”ให้ลดน้อยถอยลงในสังคมไทย
..................................

เห็นด้วยกับครูหยุยอย่างยิ่งเลยครับ
การโฆษณาประเภทไม่สนใจวัฒนธรรมที่ดีของสังคมก็เช่นกัน เช่น ดีดฝาเบียร์เฉี่ยวหัวคนอื่นในที่สาธารณะ การยกขวดน้ำขึ้นดื่มทั้งขวดโดยไม่สนใจว่าคนที่จะมาดื่มน้ำคนต่อไปเขาจะทำอย่างไร ต้องต่อต้านไม่ซื้อสินค้าพวกนี้ครับ
สวัสดีค่ะ
สื่อ..เห็นชัด ๆ มากมายทุกเรื่องนะคะ
การแต่งกายในละคร..ก็เหลือรับ
ในโฆษณา..ก็ไม่ไหว
พ่อแม่ไม่มีเวลาสอน..ไปกันใหญ่ค่ะ
เมื่อใดที่เห็นว่าสื่อเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้อง ทั้งที่เป็นข่าวหรือละคร ในหลายประเทศ เขามีวิธีการประท้วงด้วยความสุภาพคือ ชวนเพื่อนๆ เขียนไปรษณียบัตร "ต่อว่า"ไปยังผู้ผลิตละครหรือส่งไปยังบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ผู้ประกาศข่าวทีวี ปัจจุบันน่าจะทำได้ง่ายกว่านี้คือโพสต์ข้อความตัววิ่งไปตามรายการข่าวทีวีต่างๆ กระแสนี้น่าดำเนินการครับ แต่ต้องใช้ความอดทนและเวลาสักหน่อยในการสร้างวัฒนธรรมเช่นนี้ให้กลายเป็นกระแสหลักต่อไป