การคิดด้วยความปรารถนาที่ดีและจริงใจ

          

 

         ผู้เขียนบอกว่าเมื่อในใจของเรามีความปรารถนาที่ลึกซึ้ง ที่ศรัทธา มีความจริงใจ  ทั่วทั้งจักรวาลจะประสานช่วยเหลือเรา   โดยข้อสำคัญอยู่ที่การตัดสินใจเลือกของเรา   อยู่ที่วิธีคิดของเรา 

 

       ผู้เขียนหยิบยกตัวอย่างกรณีวิธีคิดที่ถูกต้องที่เป็นวิธีคิดที่มีความสุข     ผมจึงนำหลักการวิธีคิดมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยกรณีตัวอย่าง ผมหยิบยกขึ้นมาเอง  ดังนี้ครับ

 

      สมมติว่าเราเป็นครูชื่อ  ก  เราไม่พอใจนักเรียน ชื่อ  เด็กชาย ข  เพราะเด็กชาย ข  ไม่ส่งงาน   เราจึงคิดว่า  เด็กชาย  ข   เป็นคนไม่รับผิดชอบ   เป็นเด็กที่ไม่เห็นความสำคัญการเรียน

 

      เมื่อมีความคิดอย่างนี้  ให้กลับมาดูในใจของเราว่าเป็นอย่างไร  ก็จะพบว่าเราไม่สบายใจ  มีความกดดัน  มีความเครียด

 

       แต่ถ้าเราทิ้งความคิดนี้ไป   ความกดดัน ความเครียด ก็จะหายไป   ดังนั้นวิธีทิ้งความคิดที่ไม่ดี   ต้องลองคิดดูใหม่   โดยคิดว่า

 

      เด็กชาย ข  ไม่ใช่คนไม่รับผิดชอบ  ไม่ใช่คนไม่สนใจเรียน

 

      จะพบว่า  ประโยคหลัง ไม่ได้เด่นหรือด้อยไปกว่าประโยคแรก

 

      และวิธีคิดอีกอย่างหนึ่ง  ลองเปลี่ยนวิธีคิด จาก เด็กชาย ข  มาเป็นตัวเอง ครู  ก   ว่า

 

      ครู  ก   เป็นคนไม่รับผิดชอบ   เป็นคนไม่สนใจการสอน

 

      ทั้งนี้  เพราะ หนึ่งนิ้วชี้โทษคนอื่น  แต่อีกสามนิ้ว  ชี้โทษตัวเอง

 

     ครับ เป็นการเปลี่ยนความคิด จากความคิดที่เป็นทุกข์ เป็นความ

คิดที่ศรัทธาและปราราถนาดี  

 

     เปลี่ยนจากวิธีคิดจากการ "คิดเพื่อเอา"  มาเป็นการ "คิดเพื่อให้"

ดังคำกล่าวที่ว่า

 

     "กำหนดที่ตน  ผ่อนปรนที่คนอื่น"

 

      ความคิดอย่างนี้ ก็จะทำให้ไม่เครียด  และ เป็นสุข ครับ