ช่วงสงกรานต์ครูอิงได้มีโอกาส หลั่น  หลั่น  หล้า พาลูก ๆ ไปเที่ยวหัวหิน เนื่องจากเป็นคนหัวหินมาก่อน สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่ไปมาหมดทุกซอกทุกมุม  แต่มีอยู่ที่หนึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ และเป็นความภาคภูมิใจ กับไอเดียสุดยอดสร้างสรรค์ของคนกลุ่มหนึ่ง  ที่คิดสร้างชุมชนย้อนยุค  ไปเที่ยวกับครูอิงนะคะ " เพลินใจ เมื่อไปเพลินวาน" ไปกันเลยค่ะ

”เพลินวาน” ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณซอยหัวหิน 38 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใกล้เขตพระราชวังไกลกังวล เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น.
       
       ชมภาพบรรยากาศใน “เพลินวาน” ได้ที่นี่!! http://www.plearnwan.com/home.html

วิ่งไปตามถนนเพชรเกษม จนถึง หัวหิน ระหว่างซอย ๓๘ กับ ๔๐
จะเห็นเพลินวาน ติดริมถนนเลย  ถ้าไปจากกรุงเทพฯ

เพลินวานจะอยู่ทางขวามือนะคะ
ให้สังเกต ป้าย index livingmall ทางฝั่งซ้ายจากนั้น

ก็มองไปทางขวาก็จะเจอค่ะ  หรือจะจอดรถไว้ที่ index ก็ได้ค่ะ

 

  

 “เพลินวาน” หัวหิน เป็นบรรยากาศย้อนยุคค่ะ  ซึ่งหลายคนที่ไปหัวหินจะถวิลหาในบรรยากาศแบบนี้ รวมทั้งครูอิงด้วยหล่ะค่ะ ถึงแม้ "วันวานไม่ค่อยหวานเท่าไหร่" แต่ก็ อือ "ทำใจได้แล้วค่ะ" ก็ "หัวหินไม่สิ้นมนต์ขลัง" นี่คะ

 ”เพลินวาน” เป็นเหมือนศูนย์การค้าย้อนยุคแบบครบวงจร หากดูจากภายนอก ครูอิงว่ามันคล้ายโกดังหรือโรงไม้เสียมากกว่า แต่เมื่อเดินเข้ามาภายในแล้ว โห  ใช่เลย เหมือนหลุดเข้ามาอีกยุคหนึ่งที่มีบรรยากาศแตกต่างไปจากศูนย์การค้าอื่นๆอย่างสิ้นเชิง ภาพของร้านค้าในเรือนแถวไม้สองชั้น ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายร้านด้วยกัน

  


เริ่มกันที่ชั้นล่าง ที่ “ห้องเสื้อไฉไล” ห้องเสื้อเล็กๆ แต่มีเสื้อผ้าสไตล์เฉี่ยวไฉไลสมชื่อร้าน ทั้งแฟชั่นของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง เน้นเป็นแบบใส่สบายๆ เดินเล่นชายทะเล หากใครถูกใจเสื้อผ้าชิ้นไหนก็เลือกซื้อกันได้

 

   ร้าน ”ของเล่นเพลินวาน”  อีกแหละเข้ามาอยู่ในร้านแล้วความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า ของเล่นแต่ละชิ้นนั้นเตือนให้นึกถึงความสนุกสนานในวัยเด็ก ในยุคที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีเกมออนไลน์ไม่มีสิ่งบันเทิงทันสมัยมากมายนัก มีแต่ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตากระดาษ ตุ๊กตาไขลาน ของเล่นสังกะสี โห มากมายบรรยายไม่หมด หน้าร้านยังมีขนมต่างๆ ที่คุ้นหน้าคุ้นตาสมัยเมื่อเราเป็นเด็ก มีโปสการ์ดสวยๆให้เขียนหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์ด้วยหล่ะค่ะ

    

ส่วนที่ร้าน “กาแฟโบราณ” และ “แกงร้อนเพลินวาน” ก็เป็นสถานที่อิ่มอร่อยในบรรยากาศของร้านกาแฟเก่าๆ และร้านข้าวแกงที่เสิร์ฟความอร่อยมาในจานและถ้วยสังกะสี แบบที่ไม่ได้เห็นกันมานานแล้ว  แต่โห ครูอิงสั่ง ชามะนาวให้ลูก ๆ 2 แก้ว  แก้วละ 40 บาทค่ะ(แพงจัง) ต้องเก็บแก้วไว้เป็นที่ระลึก  แต่แก้วที่ใส่ชามะนาวเป็นแบบหิ้วเดินได้ค่ะ

  หากขึ้นไปที่ชั้นบน ก็จะได้พบกับ “เพลินวานไอศกรีม” ร้านไอศกรีมหวานแหวว เหมาะสำหรับคู่รักจะมานั่งจู๋จี๋ หรือกลุ่มเพื่อนซี้จะมานั่งเม้าท์กันพร้อมกับอร่อยไปกับไอศกรีมหวานเย็นหลากหลายรส รวมไปถึงไอศรีมผัด และน้ำจรวดหลากรสชาติ และร้าน “ขนมเพลินวาน” ก็เป็นอีกหนึ่งมุมน่านั่งเช่นเดียวกัน

ต่อไปนี้บรรยายด้วยภาพก็แล้วกันนะคะ  คือ....แบบว่าบรรยายไม่เก่งอ่ะค่ะ

  ที่นี่มี “ร้านเหล้าเพลินสำราญ” ไว้เอาใจผู้ที่ชอบสังสรรค์ด้วยการดื่มสุรา ให้นั่งดื่มกันอย่างมีความชื่นมื่น มีสุราให้ร่ำกันทั้งเหล้าไทย เหล้านอก รวมไปถึง ยาดอง ก็มีให้ลิ้มลอง เอ่อ  มีม้ากระทืบโรง โด่ไม่รู้ล้ม เสือ 11 ตัว (อิ..อิ..อิ...ว่าตามเขาเรื่อยเฉื่อย)  มีบรรยายสรรพคุณของยาดองแต่ละตัวไว้ที่ข้างโหลด้วยหละครับพี่น้องครับ    

 

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนแรกของ “เพลินวาน” จริง ๆ แล้วยังมีส่วนอื่น ๆ อีกมากมายก่ายกอง เช่น ร้านค้าจิปาถะ และการฉายหนังกลางแปลง รวมไปถึงโรงแรมที่พักในสไตล์ของ “เพลินวาน” แต่ครูอิงไม่ได้ไปสัมผัสค่ะ  เอาไว้ถ้ามีโอกาสไปอีกจะนำมาเล่าต่อในภาคต่อไปนะคะ   
      

 

เพลินวาน ยามค่ำคืนค่ะ

 จริง ๆ แล้ว แต่ก่อนแต่ไร มนต์เสน่ห์ของเมืองหัวหินมีอยู่ไม่เคยเสื่อมคลาย มาบ้ดฉะนี้มีเสน่ห์ของวันวาน จาก "เพลินวาน"  เข้ามาเพิ่มเติมเต็ม ทำให้เสน่ห์ของหัวหินมีเพิ่มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เสน่ห์ของวันวานที่สัมผัสได้ที่ “เพลินวาน” เชื่อแน่ว่าจะทำให้ผู้ที่มาเยือนได้ประทับใจไม่รู้ลืม