เมื่อเราได้สัมผัสกับปรากฏการณ์แต่ละอย่างขึ้น ในชีวิต หากต้องการเข้าถึงที่สุดแห่งการณ์นั้นๆ ลองใช้วิธีที่ธรรมฐิตรับกับการณ์นั้นๆดูนะขอรับ ๑.เราจะไม่ถอย ๒.เราจะไม่สู้ ๓.เราจะไม่หนี และ ๔.เราจะไม่หยุด เมื่อนั้นเราจะถึงที่สุดแห่งการณ์นั้นๆได้อย่างงดงามตามความเป็นจริง ธรรมะสวัดีขอรับ..
กราบนมัสการเจ้าค่ะ....
ไม่ถอย ไมู่สู้ ไม่หนี ไม่หยุด....คิดๆดูก็คล้ายๆ กับลูกหนี้ที่มีคติที่ว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เลยนะเจ้าคะ อิอิ
เมื่อเรียนรู้ก็จะเข้าใจเพื่อเข้าถึงและยอมรับมันอย่าสง่าผ่าเผยโดยชื่นใจ..
ผมก็เคยนะครับ ถูกตำหนิแรงๆในที่ประชุมต่อหน้าผู้เข้าประชุมมากมาย ผมใช้วิธี
"ไม่หนี ไม่สู้ ไม่เอาชนะ ไม่ยอมแพ้"
จ้องตาเฉยๆ อยู่อย่างนั้น (แต่ในใจมันพลุ่งพล่านไปหมดละครับ อยากเถียง อยากโต้ตอบ)
นมัสการเจ้าค่ะ
เป็นการฝึกความอดทนจนเกิดสมาธิ..นิ่ง..ในที่สุด
นมัสการเจ้าค่ะ
กราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ
แต่ละข้อที่ท่านธรรมฐิตนำเสนอมานั้น แม้ว่าจะทรงพลัง แต่ทว่าไม่แข็งกร้าว เป็นการรับมือกับปัญหาต่างๆ อย่างสุขุม นิ่มนวล
หากเปรียบปัญหาที่พุ่งเข้าใส่ เหมือนกับคนขว้างแก้วน้ำใส่เรา เราคงไม่วิ่งหนีหลบแก้ว แต่จะต้องใช้ความเร็วของสติรับแก้ว แล้วต้องใช้ความอ่อนโยน นิ่มนวล ของสัมปชัญญะและปัญญา ค่อยๆ ประคองแก้วไว้ไม่ให้แตก ซึ่งการที่จะทำได้นั้นคงต้องฝึกฝนทั้งความเร็ว วิธีการ แรงที่ใช้ว่าจะผ่อนหนักเบาเพียงไร
ขอน้อมรับไปพิจารณาและฝึกฝน...
กราบขอบพระคุณท่านธรรมฐิตเจ้าค่ะ
สาธุๆๆ
ฝึกแล้วฝนจนละเอียดแหลมคม
เมื่อนั้นแหละจะใช้งานได้ทันท่วงที
นักกีฬาบางประเภทเวลาแข่งขันเพียงแค่ไม่ถึงนาทีก็รู้ผลทันที
แต่ทว่า..กว่าจะขึ้นแข่งได้เป็นตัวจริงบางคนต้องฝึกฝนเป็นสิบปี
แต่ใจเราไม่ต้องรอเพราะเป็นตัวจริงเสมอและเข้าแข่งขันอยู่ทุกลมหายใจเนาะ
สยบความเคลื่อนไหว" หรือเปล่าคะ
นมัสการเจ้าค่ะ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะที่ส่งใบไปบอกบุญ ยินดีรับแปะเจ้าค่ะ
อ่านน้องดาวสีฟ้าแล้วขำไปด้วยเลยเจ้าค่ะ
แบบว่าให้กิเลสมันหลงทางประมาณนั้นเนาะ
นมัสการพระน้องเจ้าค่ะ สาธุ ... จะพยายาม ๆ ต้อง พยายาม ค่ะ ;)
"ของจริงนิ่งเป็นใบ้" ใช่ไหมครับท่าน