เรื่องแบบนี้ต้องการมุมมองเชิงระบบ โดยมองจากมุมของผู้รับบริการ เพื่อหาทางจัดระบบบริการไปใกล้บ้านผู้ป่วย ลดการมาแออัดใช้บริการในกรุงเทพ หรือโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์


          เพราะสาวน้อยเขาปวดท้องเรื้อรัง   และตรวจพบจากการตรวจลำไส้ทางรังสีเมื่อปีที่แล้วว่ามีติ่งเนื้อ (polyp) ที่ลำไส้ใหญ่   เขาจึงนัดไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) ในวันจันทร์ที่ ๑๙ เม.ย. ๕๓ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีที่เขาทำงานอยู่

          ผมงดรับนัดครึ่งวันเพื่อไปเป็นเพื่อน   โดยเราไปถึงโรงพยาบาลเวลา ๗.๐๐ น. ไปนั่งรอที่หน่วยระงับปวด อาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ชั้น ๖   เพราะเวลานัดที่ห้องผ่าตัดเวลา ๘.๐๐ น.   แต่พอประมาณ๗.๔๐ น. เขาก็โทรศัพท์มาบอกให้ไปติดต่อที่ OPD ศัลย์ก่อน    ต้องไปยื่นเอกสารและรอประมาณ ๑๕ นาที ท่ามกลางคนแน่นแออัด   ผมถามสาวน้อยว่าคนแน่นอย่างนี้ทุกวันหรือ  ได้คำตอบว่าแน่นทุกวัน แต่วันจันทร์จะแน่นกว่าวันอื่น

          แต่ที่ OPD ศัลย์ยังไม่ใช่จุดที่คนแน่นที่สุดในโรงพยาบาลรามาธิบดี   จุดที่คนแน่นมากกกอย่างน่าตกใจคือ ที่หน้าศูนย์ชัณสูตรผู้ป่วยนอก   คนแน่นจนน่ากลัวว่าคนไข้ซึ่งร่างกายไม่แข็งแรงอยู่แล้ว จะเป็นลม   ผมบอกสาวน้อยว่าหน่วยนี้อยู่ผิดที่   ศูนย์ชัณสูตรผู้ป่วยนอกต้องการพื้นที่มากกว่านี้  และน่าจะมีเจ้าหน้าที่มาทำงานตั้งแต่เช้ามืด รองรับผู้ป่วยที่มาเช้ามาก   สรุปแล้วมีความท้าทายหรือโอกาสด้านการจัดการที่จะทำให้ประสบการณ์มา รพ. ได้รับความสะดวกสบายมากกว่านี้   โดยดำเนินการให้มี seamless service ตามแนวทางของ Lean Management   

          ที่จริงผมเป็นลูกค้าหรือผู้ใช้บริการของศูนย์ชัณสูตรผู้ป่วยนอกนี้ทุกๆ ๒ - ๓ เดือน   แต่ผมไม่เคยต้องมาสัมผัสความแออัดยัดเยียดนี้    เพราะสาวน้อยเขาขอเข็มและหลอดใส่เลือดไปเจาะกันเองที่บ้าน   แล้วจึงเอามาส่งตรวจ   ชีวิตของผมจึงจัดว่าได้รับความสะดวกกว่าคนทั่วไปในหลายด้าน   กล่าวง่ายๆ คืออยู่ในกลุ่มผู้ได้เปรียบในสังคม   ผมจึงคอยเตือนสติตนเองอยู่เสมอว่า ต้องหมั่นทำคุณประโยชน์ตอบแทนสังคม

          การมาสัมผัสความแออัดในโรงพยาบาลของรัฐทำให้ผมสะท้อนใจ   ว่าสภาพแบบนี้ ยังไม่ดีขึ้นนัก จากสมัยผมยังทำหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยเมื่อกว่า ๓๐ ปีมาแล้ว    เราน่าจะจัดระบบบริการสุขภาพได้ดีกว่านี้

          เรื่องแบบนี้ต้องการมุมมองเชิงระบบ   โดยมองจากมุมของผู้รับบริการ    เพื่อหาทางจัดระบบบริการไปใกล้บ้านผู้ป่วย   ลดการมาแออัดใช้บริการในกรุงเทพ หรือโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์

          การทำคุณประโยชน์ตอบแทนสังคมของผมในช่วงนี้ก็อยู่ตรงการกำกับดูแลระบบหรือภาพใหญ่นี่แหละ   บ่ายวันเดียวกันผมก็ไปประชุมคณะกรรมการบริหาร สวรส.    คือทำหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพนั่นเอง    และ ความแออัดของโรงพยาบาลของรัฐในกรุงเทพก็เป็นสภาพหนึ่งที่ควรได้รับการแก้ไข  ซึ่งจะแก้ไขได้ต้องแก้ที่หลายจุดอย่างซับซ้อนมาก   คือต้องดำเนินการแก้ทั้งระบบ   การมีกลไกกระจายผู้รับบริการไปตามสถานบริการที่เหมาะสม เป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่ง

 

          สรุปว่าผมช็อกกับสภาพผู้ป่วยแออัดที่ รพ. รามาธิบดีครับ   คงจะแสดงว่าผมเป็นคนไม่รู้เรื่องรู้ราวของสังคมเสียเลย

 

วิจารณ์ พานิช
๑๙ เม.ย. ๕๓