คนที่วางตนเป็นกลางหรือเกียร์ว่างคือกำลังสำคัญของชาติ เพียงแต่เปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้า

หากจะถามว่าระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงใครทำเพื่อส่วนรวมที่แท้จริง

ถ้าหากสังคมไม่รู้ หรือคิดไม่ได้ หรือรู้แต่กลัวแล้ววางตัวไม่ทำอะไรแล้วอ้างว่าเป็นกลาง เป็นกลางคืออะไร

ถ้าสังคมไม่รู้ไม่เข้าใจว่าประโยชน์ส่วนร่วมคืออะไร สงครามกลางเมืองก็อยู่ไม่ไกล

หากสังคมร่วมกันประมาณคนไม่ปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง คนร้ายก็ไม่เหิมเกริม รัฐบาลก็มีกำลังใจ ถ้ารัฐบาลไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากประชาชน ประโยชน์ของการแสดงออกไม่จำเป็นต้องฆ่าฟันกันก็มีประโยชน์ทั้งสิ้น

คนส่วนมากจะคิดว่าถ้าไปยุ่งแล้วจะเป็นผลร้ายต่อตัวเองภายหลัง ถ้ารัฐบาลชนะสนับสนุนไปก็ไม่มีดีหรือร้ายต่อตน แต่ถ้าอีกฝ่ายชนะก็เกรงว่าผลร้ายจะมาถึงตัว เพราะเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายนั้นโหดร้ายขนาดไหน ตามที่คนมักจะสั่งสอนกันมาว่า "รักรักษาตัวรอดเป็นยอดดี" อะไรทำนองนี้ ทำให้คนเราอ่อนแอทางด้านคุณธรรม ถึงคราวต้องตายก็ไม่ได้ภาคภูมิใจแต่อย่างใด

บางทีปัญหาบางอย่างที่ยังไม่จบจะอยู่ที่ความไม่รู้ไม่เข้าใจของคนที่คิดว่าตนเองเป็นกลางนั้นเอง คนเสื้อแดงเขาชัดเจนว่าเขาต้องการอะไร แต่สิ่งที่เขาทำนั้นใจร้อนเกินไป และคนที่อยู่ตรงข้ามเสื้อแดงก็ชัดเจน ถ้าคนที่วางตนเป็นกลางนั้นมีมากถ้าสนับสนุนฝ่ายใดก็แล้วแต่ แล้วเหตุการ์ณต่างๆ ก็จะจบลงด้วยดี ถ้าเข้าข้างแดงๆ ก็จะชนะสงครามก็ไม่เกิด ถ้าสนับสนุนรัฐบาลเสื้อแดงก็จะถอยสงครามก็ไม่เกิด

คนไม่ดีนั้นเขากลัวคนพวกมากและเข้มแข็ง คนไม่ดีจึงมักจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง