ถ้ารักตัวเอง อย่าเครียด

สวัสดีค่ะ 

                วันนี้มีสาระดี ๆ เรื่องการผ่อนคลายความเครียดมาฝากนะคะ  ในภาวะปัจจุบันนี้  ที่ชีวิตของเราต้องดำรงอยู่กับผู้คนมากมาย  มีทั้งคนรักคนชัง  ถ้าหากว่าเราเอาทุกอย่างที่คนอื่นพูดมาคิด  ก็จะเครียด  เวลาน้ำชามีความเครียดมักจะพูดกับตัวเองว่า “คนอื่นจดจำเรื่องของเราก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น   เหมือนเราไม่เคยจดจำเรื่องของคนอื่น  ฉะนั้นคำพูดหรือการกระทำของคนอื่นไม่อาจทำให้เราทุกข์ได้  นอกเสียจากว่าเราจะจดจำสิ่งที่ทำให้เราทุกข์จนเกิดความเครียด  นั่นคือเรากำลังไม่รักตัวเอง”  ขึ้นชื่อว่าเป็นคน  ชีวิตที่ดำเนินอยู่ในโลกใบนี้ยุ่งยากด้วยกันทั้งสิ้นแหละ  ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเครียดกับทุกปัญหาที่กำลังเผชิญนะคะ

ลองใช้ 5 วิธีขจัดความเครียดที่นำมาเสนอกันดีไหมค่ะ

Stress Fighter 1 สรรหางานอดิเรกนอกเหนือจากงานประจำขึ้นมา

คนที่เกิดความเครียดได้ง่ายนั้น มักเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตส่วนตัวสักเท่าไหร่ เวลางานกับเวลาส่วนตัวคาบเกี่ยวกันอยู่ คนที่เวลาส่วนใหญ่ทุ่มเทให้กับงานเช่นนี้ควรหาโอกาสทำอะไรที่ชอบบ้าง อย่างเช่น ไปร้องเพลงให้หลุดโลกในคาราโอเกะ เล่นกีฬา หรือใช้เวลาเล่นกับลูกในช่วงวันหยุด พอเรามีเวลาได้ทำกิจกรรมที่ชอบแล้ว เรื่องงานก็สามารถทุ่มเทได้เต็มที่ เหมือนกัน เรียกว่า " ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว " เลยค่ะ

Stress Fighter 2 คิดในเชิงบวก

เมื่อต้องทำเรื่องที่ไม่ชอบ ให้คิดในทางบวกว่าถ้าสามารถทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ก็เท่ากับเป็นการเพื่มประสบการณ์ให้กับตัวเองมากขึ้น ถึงแม้จะเกิดข้อผิดพลาดก็ไม่ควรนั่งกลุ้มใจ แต่คิดหาทางแก้ไขเพื่อที่จะไม่ให้ผิดซ้ำในจุดเดิม ถ้าสามารถปรับพฤติกรรมการคิดให้เป็นในลักษณะนี้ได้ จะช่วยให้เราทำอะไรเพิ่มได้อีกมากมายโดยปราศจากความเครียดด้วยค่ะ

Stress Fighter 3 นอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ

การนอนหลับคือการระบายความเครียด โดยการให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนจากการทำงาน ชั่วโมงนอนของผู้ใหญ่โดยทั่วไปไม่ควรต่ำกว่า 6 ชั่วโมง และจะดีที่สุดถ้านอนและตื่นในเวลาเดียวกันทุกวันเพราะจะทำให้ร่างกายกำหนดเวลาได้เองโดยอัตโนมัติ การใช้ชีวิตไปตามวงจรอย่างมีระเบียบแบบแผนจะทำให้มีสุภาพกายที่ดี สามารถรับมือกับความเครียดต่างๆ ได้
       ในกรณีที่คิดว่าก็นอนนานพอสมควรแต่ไม่สามารถตื่นนอนได้อย่างสดชื่น อาจมีสาเหตุมาจากการนอนหลับไม่สนิท ( การนอนหลับแบบตื้นๆ ) จึงไม่ช่วยคลายความเหนื่อยล้าต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารหรือดื่มสิ่งมึนเมาก่อนนอน การทำงานอย่างคร่ำเคร่งในช่วงกลางวันอาจมีผลรบกวนต่อการนอนหลับในช่วงกลางคืนได้ค่ะ

Stress Fighter 4 เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

พอทำงานยุ่งมากๆ เข้า มักจะละเลยกับการทานอาหารไปโดยปริยาย ควรทานอาหารให้ครบ 3 มื้อตามเวลาเพื่อให้ระบบทำงานภายในร่างกายดำเนินต่อไปโดยไม่ติดขัด
          ในบรรดาสารอาหารต่างๆ วิตามินและเกลือแร่จะช่วยในการทำงานของสมองและระบบประสาท และยังช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายสูงขึ้น คนที่มักเกิดความเครียดได้ง่ายควรวิเคราะห์ให้ดีว่าเกิดจากพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่เป็นปกติหรือเปล่า เพราะอาจส่งผลทางอารมณ์ที่ไม่มั่นคง และเชื่อมโยงไปสู่การขาดสมาธิในการทำงานได้ การทานอาหารนอกบ้านบ่อยๆ มักเป็นสาเหตุให้ขาดสารอาหารดังกล่าวหมั่นบริโภคผัก ผลไม้ หรือทานอาหารเสริมจำพวกวิตามินแร่ธาตุต่างๆบ้าง อาหารนั้นเป็นสิ่งที่ธรรมชาติคัดสรรมาอย่างดีแล้วสำหรับมนุษย์ ฉะนั้นหากเรารู้จักเลือกกินแต่ของดีมีประโยชน์ก็ย่อมเป็นการเพื่มพลังให้ชีวิตสดใสและอายุยืนยาว ความเครียดที่เคยเป็นปัญหาหนักอกนั้นก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
การดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่เพื่อระบายความเครียดของคนบางกลุ่มนั้น นอกจากเป็นผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังไม่สามารถช่วยแก้ไขที่ต้นเหตุของความเครียดนั้นๆได้

Stress Fighter 5 เหนื่อยนัก....ก็พักเสียก่อน

ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนระบบความคิดหรือวิถีการดำเนินชีวิต หากงานที่ทำอยู่มีปริมาณมากเกินไป จนคุณต้องทำล่วงเวลาอยู่เรื่อยๆ ความกดดันที่เกิดขึ้นนอกจากก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าแล้ว ยังเกิดความเครียดตามมาอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในกรณีเช่นนี้ควรกล้าที่จะหยุดพักผ่อน ร่างกายของเรามีเท่านั้นที่จะสามารถจัดการดูแลได้ เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่า " ไม่ไหวแล้~ว " ล่ะก็ อยากให้มีความกล้าที่จะบอกตัวเองให้หยุดพักบ้างเท่านั้นแหละค่ะ

สารอาหารเพิ่มภูมิต้านทานสุขภาพกายและใจต่อความเครียด

วิตามิน เอ  เพิ่มภูมิต้านทานในการรับมือกับความเครียด 

วิตามิน บี 1ช่วยบำรุงระบบประสาทให้เป็นปกติ และทำให้จิตใจสงบผ่อนคลาย  เช่น ข้าว เนื้อหมู ถั่ว

วิตามิน ซี เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ  เช่น  ผลไม้ ผัก ชาเขียวแคลเซียมลดภาวะอารมณ์แปรปรวน และความตื่นเต้น  เช่น นม โยเกิร์ต ปลา

สังกะสีเสริมภูมิต้านทานร่างกาย  เช่น  หอย ปลาไหล เนื้อวัว

ข้อมูลจาก : เครื่องสำอาง DHC www.dhc.co.th