เรดาร์ตรวจฝน

ปัจจุบันเรดาร์มีประโยชน์มากในกิจการอุตุนิยมวิทยาเพราะเรดาร์สามารถตรวจจับและรายงานผลการตรวจในขณะที่ปรากฎการณ์ต่างๆกำลังเกิดขึ้นจริง (Real Time Observation) โดยเรดาห์สามารถช่วยให้เราทราบข้อมูลในบริเวณที่ห่างออกไปจากสถานีเรดาร์หลายร้อยกิโลเมตรได้ (ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาปกติ) ประโยชน์ของเรดาร์สามารถจำแนกได้ดังนี้
1. ใช้ตรวจจับหาบริเวณที่มีฝนหรือฝนฟ้าคะนอง รวมทั้งรายงานความแรงทิศทางและความเร็วในการเคลื่อนตัวของกลุ่มฝนนั้นๆด้วย
2. ใช้ตรวจและติดตามการเคลื่อนตัว รวมทั้งหาศูนย์กลางของพายุหมุน เช่น พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่น เป็นต้น
3. ใช้ตรวจหิมะ ลูกเห็บ เมฆ
4. ช่วยในการพยากรณ์อากาศระยะสั้น
5. ใช้วิเคราะห์ทิศทางและความเร็วลมชั้นบนในระดับต่างๆ
6. ช่วยในการเตือนภัยและเตรียมการป้องกันน้ำท่วม

ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างของเรดาร์ตรวจจับฝนครับ

ในการตรวจฝนของเรดาร์ตรวจวัดเป็นความแรง มีหน่วยเป็น มม./ชม. ดังนี้

ฝนกำลังอ่อน            ความแรง                 0.1-5.0

ฝนกำลังปานกลาง     ความแรง                 5.1-25.0

ฝนกำลังแรง             ความแรง                 25.1-50.0

ฝนกำลังแรงมาก        ความแรง                 50.1 ขึ้นไป

ตารางแสดงความสัมพันธ์ของความแรงระหว่างค่าสัญญาณสะท้อนกลับกับเป้าทางอุตุนิยมวิทยา (แสดงเป็นแถบสีบนแผนที่ของภาพแสดงเรดาร์ครับ)

20 dBZ         =       ฝนกำลังอ่อนมากแทบจะวัดปริมาณฝนไม่ได้

30 dBZ         =       ฝนกำลังอ่อน (ประมาณ 3 มม./ชม.)

40 dBZ         =       ฝนกำลังปานกลาง (ประมาณ 12 มม./ชม.)

50 dBZ         =       ฝนกำลังแรง (ประมาณ 50 มม./ชม.)

55 dBZ         =       ฝนกำลังแรงมาก (ประมาณ 100 มม./ชม.)

หมายเหตุ: ในบริเวณที่ตรวจพบความแรงสูงกว่า 55 dBZ มีความเป็นไปได้ที่จะตรวจพบลูกเห็บ

เมื่อทราบวิธีการดูข้อมูลเรดาร์แล้วเรามาลองตรวจดูว่าวันนี้จะมีฝนตกบริเวณใดของประเทศไทยบ้างหนอ? โดยไปดูข้อมูลจากเว็ปของกรมอุตุฯครับ (http://www2.tmd.go.th/radar/)