เหตุการณ์ที่จุฬาฯลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่โรงพยาบาลจุฬาฯเป็นเรื่องที่ยาวมากๆๆๆๆๆที่กระทบที่ผ่านมาเป็นเรื่องผลต่อบุคลากรและนิสิตของมหาวิทยาลัยที่ต้องยกเลิกการเรียนการสอน การประชุม การสอบ มาตลอด

เหตุการณ์ที่โรงพยาบาลจุฬา ค่ำวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๓

*ความในใจจากหมอจุฬา*

From: Prasert Trivijitsilp

To:

Sent: Friday, April 30, 2010 8:59 AM

Subject: Re: Ratchaprasong Today

       โรงพยาบาลต้องปิดบริการทั้งหมด ย้ายคนไข้ที่นอนในโรงพยาบาล หรือเพิ่งผ่าตัดไปที่ รพ.อื่นๆ แม้ว่าจะย้ายมาจากตึกหน้าที่ ภปร และสก แล้ว แต่เมื่อคืนมันบุกแบบ กักขฬะ เลวทรามมาก   ขอให้ช่วยกันส่งประนามความชั่วมันด้วย   บาปกรรมที่ทำขอให้ย้อนสู่มันด้วยเทอด

      สาธุ

      ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์

      ช่วยส่งต่อด้วย โดยเฉพาะตัวการที่อยู่ต่างประเทศ

 

Date: Thu, 29 Apr 2010 20:50:55 -0700 (PDT)

From: Valaikanya Plasai <valaikanya(at)yahoo.com>

Subject: Fw: ความในใจจากหมอจุฬา

To: [email protected]

เรียนคุณหมอประเสริฐ,

      เค้าทำอะไรบ้างคะที่ว่า   อยากให้เขียนเล่าให้พวกเราฟังโดยละเอียด    จะส่งต่อให้ทั่วโลกเลย พวกเราเห็นแต่ในข่าวซึ่งพวกเขาก็อ้างว่าบิดเบือน

      หากคุณหมอซึ่งอยู่ในเหตุการณ์สามารถเล่าเรื่องจากมุมมองของแพทย์ชึ่งประสบเหตุการณ์ด้วยตนเองเผื่อว่าจะทำให้หลายๆในหมู่เพื่อนๆเรา    ซึ่งมองไม่เห็นความผิดปกติของการชุมนุมของคนเหล่านีได้ตาสว่างมากขึ้นว่าการเรืยกร้องประชาธิปไตยของพวกเราเป็นการรุกรานและริดรอนเสรีภาพของพวกเรา

      หากมีภาพถ่ายซึ่งถ่ายโดยฝีมือของแพทย์และพยาบาลให้เหตุการณ์ด้วยก็จะยิ่งทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีกค่ะ

      เป็นกำลังใจให้ต่อสู้เพื่อคนไข้ต่อไปนะคะ

      วไลกัญญา

 

From: Prasert Trivijitsilp <*Prasert.T(at)chula.ac.th*

Sent: Fri, April 30, 2010 1:03:28 PM

Subject: Re: Fw: ความในใจจากหมอจุฬา

เรียนทุกท่าน

        เหตุการณ์ที่จุฬาฯลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่โรงพยาบาลจุฬาฯเป็นเรื่องที่ยาวมากๆๆๆๆๆที่กระทบที่ผ่านมาเป็นเรื่องผลต่อบุคลากรและนิสิตของมหาวิทยาลัยที่ต้องยกเลิกการเรียนการสอน การประชุม การสอบ มาตลอด

        ที่ รพ.จุฬาฯมีผลต่อการเดินทางเข้าออกฝั่งถนนราชดำริ รวมทั้งทางเข้าออกห้องฉุกเฉิน  และความปลอดภัยของบุคลากร คนไข้และญาติ มาตลอดเช่นกัน

        ผู้ป่วยและญาติที่อยู่หอผู้ป่วยบริเวณถนนราชดำริต้องได้รับการรบกวนเสียงตลอดทั้งคืน ทาง รพ.จุฬาฯได้ขอร้องให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดทางเข้าห้องฉุกเฉิน หัวมุมถนนราชดำริ หรือ ถอยห่างไปเล็กน้อย    แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่เคยสนใจ   คิดแต่ประโยชน์ของเขาเอง ทั้งที่ผู้ชุมนุมก็มิได้เต็มถนนราชดำริเลย    ถ้าถอยไปถึงหัวมุมสามแยกถนนสารสินก็ได้ พวกมันเข้าออก รพ.จุฬาฯอย่างสะดวก   ใช้ห้องน้ำ และบริเวณเป็นที่พักผ่อน

       เวลาไม่สบายก็เข้ามารับการรักษาโดยเราไม่รังเกียจ เดินเข้าออกอย่างสบาย  

       สวนลุมก็เข้าไม่ได้ แถมบุคลากรยังโดนบังคับขอเงิน หรือข่มขู่

       รพ.ต้องหยุดคลินิกพิเศษนอกเวลาทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยที่นัดผ่าตัดนอกเวลา ตั้งแต่ วันที่ ยี่สิบเจ็ด เมษายน หลังเกิดเหตุการณืยิงกันวันที่ ๒๒ เมษายนเพราะความไม่ปลอดภัย ในการเดินทางของผู้ป่วยและญาติในเวลาค่ำ

      ที่สำคัญบุคลากรต้องกลับบ้านหลัง สอง หรือ สามทุ่ม ผู้ป่วยที่นัดและที่เตรียมผ่าตัดที่เป็นมะเร็งต้องมารับยาเคมีบำบัด ต้องเลื่อนไปทั้งหมด

       คืนวันที่ ๒๖ ก็บุกเข้า ตึก สก เพื่อจะจับอาจารย์ตุลย์ โดยไม่เกรงกลัวใคร คืนวันที่๒๗ ก็สงสัยว่ามีตำรวจ   เลยบุกเข้าที่ห้องฉุกเฉินจน่ากลัวมากๆ (ก็ดูหน้าตาแต่ละคนที่มาก็แล้วกัน)

       รพ.ต้องสั่งหยุดบริการผู้ป่วยนอกและการผ่าตัดทั้งหมด คราวนี้กระทบคนทั้งหมด   และรพ.เท่ากับหยุดการทำงานทั้งหมด สุดท้ายต้องย้ายผู้ป่วยจากตึก ภปร ตึก สก และตึกวชิรญาน(ที่ประทับของสมเด็จสังฆราช) เพื่อหลีกหนีเสียงรบกวน   โดยย้ายไปที่ตึกด้านถนน อังรีดูนังต์ เมื่อวันพุธที่ ๒๘ เมษายน

      ลองนึกภาพดูว่า ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจ อยู่ ไอซียู ผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัด   ทารกที่หายใจหอบเหนื่อยและอีกมากมาย ต้องทุลักทุเล ย้าย (ก็ไม่ใช่ญาติของพวกมัน )   แต่พวกมันคิดและระแวง (ก็ทำผิดกฎหมายและเกินสิทธิ์รบกวนสิทธิ์ผู้อื่น) ว่าทาง รพ.จุฬาฯจะสนับสนุนให้ ตำรวจและทหารสลายการชุมนุม

       เมื่อคืนวันที่ ๒๙  เมษายน พายัพ ปั้นเกตุ ( ต้องติดป้ายชื่อนามสกุลไว้หน้าโรงพยาบาล)    พาคนพร้อมผู้สื่อข่าว มาเพื่อ ขอตรวจค้นโดยไม่มีอำนาจที่จะบุกรุกยามวิกาล   ผมไม่ได้อยู่ในเหตุกาณ์ แต่รับรู้ว่า พวกมัน บังคับให้ผู้บริหารยอมให้ตรวจค้น พวกมันแสดงกิริยาดุดัน กราดเกรี้ยวแบบไม่เกรงใจใคร   และสัญญาว่าจะเข้าตรวจค้นไม่กี่คน  แต่บุกเข้าเป็นร้อย สัญญาว่าจะตรวจแค่ตึก สก และตึก ภปร (ตึกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของเรา)แต่ก็เข้าตรวจทั่ว  รพ.จุฬาฯเพราะตรวจสองตึกแล้วไม่พบ ทหาร ตำรวจ

       สุดท้ายยังข่มขู่ว่าจะเข้ามาอีก วันนี้ รพ.จุฬาฯเป็นห่วงถึงความปลอดภัยต่อ ผู้ป่วย ญาติ นิสิตแพทย์ พยาบาล แพทย์และบุลากร ผู้บริหารต้องสั่งปิด รพ.จุฬาฯและ ย้าย ผู้ป่วย (ที่เพิ่งย้ายมาจากตึกด้านหน้าเมื่อสองวันก่อน)โดยสั่งให้กลับบ้านสำหรับผู้ป่วยที่พอกลับได้   ส่วนที่ต้องอยู่ รพ. ต่อ ก็ ติดต่อและดำเนินการย้ายไปที่ รพ.ศิริราช  รพ.ราชวิถี และที่อื่นๆที่รับได้ ยกเว้นที่ต้องอยู่ไอซียู  และย้ายไม่ได้ก็ยังให้อยู่เท่านั้น   เท่ากับสั่งปิด รพ.จุฬาฯ ไปเลย

       โดยสามัญสำนึก แม้แต่ตอนสงคราม พวกนักรบที่จะเข่นฆ่ากันให้ได้   ก็ยังยกเว้นส่วนการพยาบาลไว้ แต่ นี่เป็นอะไร ไม่ฟัง ไม่สน   บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร

       ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง รพ.จุฬาฯ ด้วยเถิด

       รศ.นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์

       แพทย์ประจำรพ.จุฬาฯ

      ปล. ช่วยกระจายเมลล์ด้วยครับ

 

From: Chantaporn Gomutputra <chantaporn(at)haringroup.com>

Date: 2010/4/30

เรียนอาจารย์อรชุนที่เคารพ

       ตามที่เรียนกับอาจารย์ทางโทรศัพท์ ว่าหมอจุฬาฯ จำเป็นต้องทำอย่างที่ได้ทำไปแล้วเพื่อความปลอดภัยของญาติ และผู้ป่วย    ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ทั้งสิ้น   อยากให้อาจารย์อ่านความในใจของคุณหมอประเสริฐฯ จากข้างล่างนี้ (หมายถึงข้างบน – วิจารณ์)

      จะเห็นว่าหมอจุฬาฯ ได้พยายาม ทำตัวเป็นกลางมาตลอดค่ะ

      แต่สงสัยจะใกล้จะทนไม่ได้เข้าไปทุกที่แล้ว ปกติประเสริฐเป็นคนใจเย็นค่ะ

      หมอประเสริฐฯ นอกจากจะเป็นหมอแล้วยังทำหน้าที่ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ ด้วยค่ะ

      กรุณาส่งต่ออีกเยอะๆ ค่ะ

      เดือน

 

      เป็นเรื่องเล่าเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ   ที่สะท้อนสภาพของการชุมนุม นปช. ในขณะนี้   และผมนำข่าวและภาพใน นสพ. มาลิ้งค์ไว้ด้วยที่นี่ , ,  

วิจารณ์ พานิช

๑ พ.ค. ๕๓