งานมิตรภาพบำบัดที่จัดขึ้นฉลองครบรอบ 2 ปี ของการจากไป

ของนายแพทย์สงวน  นิตยารัมภ์พงศ์ และการยกย่องเชิดชูเกียรติ

ผู้ที่ทุมแรงกาย แรงใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยจิตอาสา เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง

ให้ได้เข้ารับรางวัลมิตรภาพดีเด่น

นายแพทย์สงวน  นิตยารัมภ์พงศ์ ประจำปี 2552 แล้วนั้น

บุคคลเหล่านี้มี 4 ประเภทคือ

1. ประเภทผู้ป่วยจิตอาสา มิตรภาพบำบัดดีเด่น

คุณมาลินี  ไหลสกุล ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

2. ประเภท เจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการ มิตรภาพบำบัดดีเด่น

คุณกานดาวศรี  ตุลาธรรมกิจ  พยาบาลรังสีรักษา

คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

3. ประเภท หน่วยงาน /องค์กรสนับสนุน งานมิตรภาพบำบัดดีเด่น

โรงพยาบาลสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

4. ประเภท สื่อสนับสนุน งานมิตรภาพบำบัดดีเด่น

รายการ "คนค้นคน" บริษัททีวีบูรพาจำกัด

โอกาสนี้ขอเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลทั้ง 4 ประเภท

และผู้ที่กำลังสร้างความ ดีงามให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ชมภาพบรรยากาศงานมิตรภาพบำบัดนะคะ

บางภาพอยู่ห่างไกลจากผู้บรรยายมาก

ความสามารถกล้องก็น้อย อีกอย่างไม่อยากรบกวนสมาธิของผู้ที่กำลังตั้งใจเรียนรู้

ภาพที่ได้มาจึงออกจะเบลอๆ

 

ของรพ.จุฬา รพ.ธรรมศาสตร์ ก็มาร่วมแบ่งปันความสำเร็จนะคะ

มิตรภาพคนพิการอบอุ่นมากๆเหมือนกันนะคะ แม้หูไม่ได้ยินก็มีล่ามภาษามือ

และล่ามเพื่อนพิการด้วยกันที่คอยบอก อธิบายเพื่อนที่ตาบอด

ภาพการใช้รถของคนพิการที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว และการแบ่งปันในผู้อื่น

สร้างความประทับใจมากๆ

เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังท้อแท้ หมดหวังกับชีวิต

ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ทั้งกาย และจิตใจ

น้องชายท่านนี้ ยืนอยู่ดีๆที่นครปฐม ก็โดนรถมอเตอร์ไซด์จากไหนไม่เคยรู้จัก

ทำให้ต้องสูญเสียการทรงตัว ขอทั้งสองใช้งานไม่ได้

อีกทั้งประสาทการรับรู้นั้นช้ามาก

แต่มีความพยายาม และเข็มแข็งมาก ขอยกย่องในความอดทน

และเสียสละเพื่อผู้ป่วยด้วยกัน

นี่แหละหนามิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน

 

 

 

ชีวิตคนเรา หากได้ทำอะไรเพื่อสนองกิเลศตนเอง

แม้มีความสุขก็หายังประโยชน์ที่แท้จริงไม่

ในเมื่อสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อผู้อื่น

บางคนโชคดีที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก และยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ด้วย

ความสุขที่ได้รับจึงเป็นความสุขที่นำความอิ่มเอิบมาสู่จิตใจ

ผู้ป่วยหลายรายรู้เวลาแห่งการจากของตนเองว่าใกล้เข้ามาแล้ว แต่กลับไม่ย่อท้อ

ไม่ป่วยให้ความเจ็บปวดมากีดกั้นความปรารถนาอันแรงกล้า เขากลับรีบทำความดี

 ไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปแม้เพียงเสี้ยววินาที นึกว่าตายเป็นตาย ยอมรับความจริงให้ได้

แล้วอยู่กับโรคที่คุกคาม ทำให้ได้สติ การใช้ชีวิตช่วงที่เหลือจึงเต็มไปด้วยสีสรร

และพลังแห่งการสร้างความดี หากได้ตระหนักอย่างนี้แล้วจักทำให้ได้มีโอกาส

ทำความดีมากเป็นหลายเท่ากว่าที่ใครหยิบยื่นโอกาสให้

การให้กำลังใจ และเห็นคุณค่า ศักดิ์ศรีของความเป็นคนที่สมบรูณ์

ให้มีความรัก มีพลัง มีความหมาย จึงเป็นเรื่องที่หลายๆคนทำได้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

นอกจากเปิดใจ และมอบความรักให้แก่กัน

ในรูปแบบต่างๆที่เพื่อนมนุษย์จะพึงมีให้กันได้ตามบทบาท

และหน้าที่ที่พึงมี พึงปฏิบัติ เพื่อสังคมแห่งความสุขร่วมกัน

มิตรภาพผู้ป่วยมีแล้ว

อยากให้มีมิตรภาพบำบัดในหมู่ครูบ้าง

ฉันยกมือแล้ว ใครร่วมด้วยช่วยยกมือค่ะ อิอิ

ขอบคุณค่ะ