โอ้...ชีวิตแต่ละชีวิตล้วนมีการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ...

 

ท่ามกลางสายลมที่โชยพัดกระหน่ำอยู่ไม่ขาดระยะของเช้าตรู่เดือนตุลา  ลมหนาวพัดมาเย็นยะเยือกมองไปท้องทุ่งนากว้างเห็นยอดรวงข้าวสีทองเอนลู่ไปตามทิศทางลม 

 เมื่อดวงตะวันกลมโตสีแดงโผล่พ้นขอบฟ้าเบื้องทิศบูรพา  หมู่สกุณาต่างพากันบินว่อนส่งเสียงร้องก้องไปทั่วท้องทุ่งนา  บ้างก็บินเล่นลมโฉบเฉี่ยวไปมาอย่างสนุกสนานเพื่อแสวงหาอาหารไปตามประสานกทั้งหลาย

      ณ ท้องทุ่งนาแห่งนั้นมีกระต๊อบโทรม ๆ ตั้งโดดเด่นไม่แยแสต่อความหนาวที่พัดผ่านไประลอกแล้วระลอกเล่า  ภายในกระต๊อบแห่งนั้นมีสามีภรรยากำลังชื่นชมต่อชีวิตหนึ่งพึ่งเกิดขึ้นมาดูโลกเป็นเพศชายน่ารักน่าชัง

 เนื่องจากเด็กชายคนนี้ถือกำเนิดในเวลาพระอาทิตย์กำลังขึ้นชื่อของเขาจึงเกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ 

นับจากนี้ไปพอรู้ความเขาก็เริ่มรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ มีความจนยากแทบทุกครัวเรือน 

ทุกคนในหมู่บ้านต่างมีวิถีชีวิตดิ้นรนหาเช้ากินค่ำปากกัดตีนถีบ  บางวันถึงกับกัดก้อนเกลือกินเป็นอาหารปนกับน้ำตาที่ไหลรินลงอาบแก้มต่างน้ำแกง

      โอ้...ชีวิตของคนจนยากนี้เป็นชีวิตที่ใครผู้ใดที่ไม่เคยประสพมาและอยู่ในสภาพอย่างนั้นย่อมไม่รู้ว่าภายในจิตใจของเขาคิดอะไรอยู่...

และมีความทุกข์เพียงใด  ชีวิตคนจนบางคนนอกจากได้รับความจนยากแล้วยังโดนมนุษย์จิตใจสัตว์ในคาบผู้ดีบางคนหยิบยื่นความทารุณโหดร้ายทรมานใจเจ็บแสบอย่างแสนสุดจะทนได้...โดยถือว่าคนบ้านนอกนี่มันโง่  โง่เสียจนทำอะไรมันก็ได้สารพัดอย่าง...

 อนิจจา...เด็กน้อยคนนั้นเกิดมาในครอบครัวที่ไม่แปลกไปจากเพื่อนบ้านเดียวกัน 

แต่ด้วยอาศัยความเข้มแข็งอดทนของผู้เป็นพ่อและด้วยดวงใจที่แสนดีมีเมตตาของแม่ตลอดถึงความกรุณาปราณีของครูบาอาจารย์และเพื่อนบ้านญาติมิตร  จึงทำให้วิถีชีวิตข้อนข้างดีกว่าเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกัน

      หลังเรียนจบชั้น ป. 4 มีอุปสรรคขวางทางจะเรียนต่อไปก็ไม่ได้...ถ้าอยู่ไปก็เหมือนกับคนสิ้นคิดมีชีวิตปล่อยไปตามทางของคนจนยาก  อยู่กับความแห้งแล้งและอับจนในที่สุดก็เอาดินถมร่างโดยไม่ได้ทำอะไรให้เป็นแก่นสารแก่โลกเหมือนกับคนบ้านนอกรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ลาล่วงลับไป...

วันหนึ่งในเดือนห้าหน้าแล้งเด็กชายคนนั้นจึงเปลี่ยนทางเดินชีวิตชุบชีวิตใหม่ในร่มเงาผ้ากาสาวพัตร์อยู่ในร่มเงาของพุทธศาสนาเป็นวิถีชีวิตอยู่ในมุมหนึ่งของสังคม  เขาได้เป็นคนของสังคมไปแล้ว

      โอ้...ชีวิตแต่ละชีวิตล้วนมีการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด  แต่บางชีวิตนอกจากจะต่อสู้เพื่อตนเองแล้วยังต่อสู้เพื่อเพื่อนมนุษย์หลายร้อยล้านคน  ซึ่งตกอยู่ในอุ้งมือมนุษย์มารปีศาจร้ายหรือจิ้งจอกสังคมอีกด้วย...

      จากเดือนเป็นปีจากปีเป็นหลาย ๆ ปีที่เกิดความแปลงเปลี่ยนไปจากสามเณรน้อย ๆ กลายมาเป็นพระภิกษุมีวิถีชีวิตคนจรย้ายจากถิ่นที่หนึ่งไปยังอีกหลายถิ่นที่จนบัดนี้เขาอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่เรียกว่ามีความเจริญสูงสุดของประเทศนี้มีสารพัดอย่าง 

 ชีวิตของคนเมืองกรุงเป็นชีวิตที่แตกต่างกับคนบ้านนอกราวฟ้ากับดิน เพราะทุกชีวิตที่นี่ล้วนต่างคนต่างเร่งรีบรวดเร็วเร่งร้อนดิ้นรนและหลายชีวิตก็นอนสงบนิ่งในสุสานที่ปะปนไปกับตึกแถวสูงสลับซับซ้อนอันเป็นป่าคอนกรีตดี ๆ นี่เองนับเป็นสัจธรรมแห่งชีวิตนั้นแล.

-----------------------------

เรื่องเล่านี้ยูมิเขียนด้วยปากกาหยดหมึกบันทึกไว้ราว พ.ศ. 2525 .วันเดือนจำไม่ได้ วันนี้ทำความสะอาดบ้านค้นเจอกระดาษเก่ากึ๊กนี้...