สวัสดีตอนสิ้นเดือนเมษาครับ
เบื้องหลังการทำงานที่ประสบความสำเร็จขนาดใหญ่
มักจะมีการทำงานที่เป็นทีมที่แข็งแกร่งร่วมอยู่ด้วยเสมอ
ผมมีโอกาสอ่านบันทึกปรัชญาชีวิตของ คุณบัญชา ล่ำซำ
อดีตประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย
เขาได้กล่าวเตือนใจตัวเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นสัจธรรมแห่งชีวิตที่น่าคิดว่า
ชีวิตเหมือนตะเกียงมะพร้าว ทุกคนมีไส้ตะเกียงที่มีน้ำมันมาเท่าๆกัน
เมื่อมีลมแรงพัดก็ทำให้มีการเผาไหม้ทั้งไส้ตะเกียง และน้ำมันให้มันหมดไปเร็วยิ่งขึ้น
คนมีความอิจฉาริษยา มุ่งประโยชน์ส่วนตนมากเกินไป
ก็เหมือนกับเป็นการนำลมมาเร่งโหมทำลายตนเองให้ดับเร็วยิ่งขึ้น
การจะทำทีมได้ต้องมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
ไม่เอาเปรียบ ไม่อวดเก่ง ไม่อิจฉาริษยากัน
ถ้ามีความดีความชอบก็แบ่งปันความดีความชอบเท่าๆ กัน
ถ้ามีความผิดพลาดก็ถือเป็นความผิดร่วมกัน ไม่กล่าวโทษกัน
จึงจะนับได้ว่าเป็น ทีมเดียวกัน

อีกคนหนึ่งคือ คุณเทียม โชควัฒนา
ได้ให้ข้อคิดในการอยู่ร่วมกันเป็นทีม
โดยใช้วิธีหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาว่า
สิ่งที่บั่นทอนความเจริญของการทำงานคือ
โทสะ คนเราต้องใจกว้าง อารมณ์เย็นมีขันติธรรม เพื่อดับโทสะ
ยอมกลืนกินคำเสียดสีถากถางที่เกิดขึ้น
ไม่ลุกขึ้นต่อสู้ให้เกิดโทสะกันทั้งสองฝ่าย
หากทำได้อย่างนี้แล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวเราและผู้อื่น
ขันติธรรมจะทำให้คนเราหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาด้วยอารมณ์
เพราะคนที่แก้ปัญหาด้วยอารมณ์ อาจขาดความระมัดระวังในการใช้คำพูด
อาจมีคำพูดที่รุนแรงที่ทำให้เกิดการโกรธ การเสียน้ำใจกัน
งานเครือข่ายที่ต้องทำงานกับคนหมู่มาก ทำงานกับคนหลายร้อยหลายพันคน
จำเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องรู้จักวิธีการการทำงานเป็นทีม
หวังว่าแนวคิดของผู้ที่ประสบความสำเร็จที่ผมนำมาฝากครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านบ้างนะครับ
จะมีสันติ ต้องมีขันติ