GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

แลกเปลี่ยนเรียนรู้...สาระความรู้จากแบบ ปพ.

ซึ่งแต่เดิม ศน.แต่ละคน อาจจะเรียกได้ว่า “รู้แต่ไม่ค่อยมั่นใจว่ารู้จริง หรือรู้ทั้งหมด” และสงสัยว่า ยังมีอะไรอีกไหม ที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับ แบบ ปพ. ถ้าเรารู้แล้วจะได้มีความมั่นใจในการไปพูดคุยกับโรงเรียน หรือแนะนำครูที่มีปัญหาในการใช้ได้

          เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2549 ศึกษานิเทศก์ เราพากันทำ KM เป็นครั้งที่ 3 วันนั้น เราพูดคุยกัน เรื่อง “สาระความรู้จากแบบ ปพ.” โดย รองจันทบูรณ์ เขตการ รับบทเป็น คุณอำนวย มีศึกษานิเทศก์เข้าร่วมวงแลกเปลี่ยนพูดคุยรวม 10 คน โดยศน.จรีพร สามารถ ศน.ที่รับผิดชอบเรื่องงานวัดประเมินผล และคุณอุบล วงษ์ทับแก้ว จากกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เป็นคุณกิจที่ทำหน้าที่ เพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assist) ไปด้วยในตัว

          ประเด็นที่ได้จากการพูดคุยในวันนั้น เป็นความรู้ที่แต่ละคนมีในเรื่องของ แบบ ปพ.หรือที่เรียกเต็ม ๆ ว่า “เอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน” ซึ่งแต่ละคน อาจจะเรียกได้ว่า “รู้แต่ไม่ค่อยมั่นใจว่ารู้จริง หรือรู้ทั้งหมด” และสงสัยว่า ยังมีอะไรอีกไหมที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับ แบบ ปพ. ถ้าเรารู้แล้วจะได้มีความมั่นใจในการไปพูดคุยกับโรงเรียน หรือแนะนำครูที่มีปัญหาในการใช้ได้

          ภายหลังการแลกเปลี่ยนพอจะสรุปได้ว่า จากการที่ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 กระทรวงศึกษาธิการ มอบให้โรงเรียนมีหน้าที่ดำเนินการวัดและประเมินผลการศึกษาภายในโรงเรียนเอง ดังนั้นเอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนต้องมี ได้แก่

          ส่วนที่ 1 เรียกว่า เอกสารควบคุม คือ แบบ ปพ.1-3 โรงเรียนต้องทำเรื่องขออนุญาต จัดซื้อมาที่ สพท. (ร.ร.ในสพท.สพ.2 ไปดำเนินการที่ศูนย์ประสานราชการอำเภอได้)

          ส่วนที่ 2 เรียกว่า เอกสารที่โรงเรียนต้องดำเนินการเอง คือ แบบ ปพ. 4-9
                 1) แบบ ปพ.1 คือ ระเบียนแสดงผลการเรียน 
                 2) แบบ ปพ.2 คือ ใบประกาศนียบัตร
                 3) แบบ ปพ.3 คือแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา
                     เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยห้ามทำลาย เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบวุฒิการศึกษาของผู้เรียน
                             - ช่วงชั้นที่ 3และช่วงชั้นที่ 4 โรงเรียนจัดทำ 3 ชุด เก็บไว้ที่โรงเรียน, เขตพื้นที่การศึกษา และสพฐ. อย่างละ 1 ชุด ทั้งนี้สถานศึกษาต้องส่งเอกสารให้เขตพื้นที่การศึกษา 2 ชุดเพื่อ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่ง สพฐ.
                             - สำหรับช่วงชั้นที่ 1 – 2 ทำเพียงชุดเดียวเก็บไว้ที่โรงเรียนเท่านั้น
                             - กรณีที่กรอกข้อมูลผิด ให้แก้ไขข้อมูลด้วยปากกาสีแดง พร้อมลงลายมือชื่อผู้อนุมัติด้วยปากกาสีดำ/น้ำเงิน
                             - เมื่อกรอกข้อมูลในแบบรายงานครบแล้วให้ขีดเส้นด้วยปากกาสีแดงกลางช่องในบรรทัดต่อมาเพื่อแสดงว่า หมดข้อมูลแล้ว พร้อมลงลายมือชื่อกำกับ ป้องกันการเพิ่มชื่อในภายหลัง
                             - ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ให้ลงผลประเมิน คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่านเกณฑ์การประเมิน 
                             - ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้ลงผลประเมิน คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่านเกณฑ์การประเมิน (ดูแนวโน้มพัฒนาการ)
                             - ช่องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้ลงตัวเลขหน่วยที่จัดให้เรียน และหน่วยที่ได้ เช่น 12.0/12.0 ข้อสังเกต การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน โดยทำการประเมินสะสมหลาย ๆ ครั้ง แล้วสรุปสุดท้ายของภาค/ปี ซึ่งสามารถบูรณาการกับการประเมินในวิชาอื่นๆ ได้ เช่นบูรณาการกับวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ หรืออาจประเมิน ต่างหากโดยสร้างแบบประเมินขึ้นใหม่
                  4) แบบ ปพ.4 คือ แบบแสดงผลการแสดงลักษณะอันพึงประสงค์ สถานศึกษาเป็นผู้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และเกณฑ์ที่กำหนด มี 3 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่านเกณฑ์การประเมิน 
                  5) แบบ ปพ.5 คือ แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บันทึกผลการเรียนเป็นรายวิชา
                  6) แบบ ปพ.6 คือ แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล บันทึกและรายงานพัฒนาการและผลการเรียนรู้ ให้ผู้ปกครองทราบ ควรรายงานภาคเรียนละ 1 ครั้ง 
                  7) แบบ ปพ.7 คือ ใบรับรองผลการศึกษา รับรองผลการเรียนกรณีไม่สำเร็จการศึกษา
                  8) แบบ ปพ.8 คือ ระเบียนสะสม มีข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนทุกด้าน เป็นประโยชน์กับการแนะแนว ส่งต่อให้ใช้ตลอด 12 ปี มีข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนเปลี่ยนแปลงให้บันทึกและลงวันที่กำกับไว้ด้วย          
                 9) แบบ ปพ.9 คือ สมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ใช้เป็นหลักฐานการศึกษา ใช้เป็นข้อมูลในการเทียบโอน และใช้เพื่อ สื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ (จำเป็นมากสำหรับนักเรียนย้ายโรงเรียนเนื่องจากต้องนำไปเทียบหน่วยกิต)
                          - เป็นหน้าที่โรงเรียนที่รับย้ายต้องนำผลการเรียนมาเทียบโอนให้นักเรียน เวลานักเรียนย้ายโรงเรียน ให้ออกเอกสาร ปพ.1,4,6,8,9 ให้นักเรียนนำไปให้โรงเรียนใหม่

          การจบช่วงชั้นของนักเรียน ให้โรงเรียนออกเอกสารหลักฐานการศึกษาให้นักเรียน ดังนี้ 
                 1) ปพ.1 ช่วงชั้นที่ 1 ทำแต่ไม่ต้องแจกนักเรียน
                 2) ปพ.2 ใบประกาศนียบัตร ปพ.2 : บ หมายถึง จบการศึกษาภาคบังคับ ปพ.2 : พ หมายถึง จบการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (ป.6 ไม่ต้องจัดทำให้นักเรียน) จัดทำเฉพาะช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 ในกรณีที่นักเรียนทำ ปพ.2 หายมาขอใหม่โรงเรียนออกใบแทนให้ตามแบบที่กระทรวงกำหนด
                 3) ปพ. 4 ( ถ้าจบช่วงชั้นและศึกษาต่อที่อื่น/ย้ายโรงเรียน)
                 4) ปพ.6

          ข้อสังเกตเพิ่มเติม
                           - การกรอกตัวเลขในแบบ ปพ. จะใช้เลขไทยหรืออารบิคก็ได้แต่ให้เหมือนกันทั้งฉบับ
                           - การออกปพ.1 ให้กับนักเรียน จะไม่ให้ตัวจริงไป ต้องถ่ายสำเนา 2 ฉบับ ให้นักเรียน 1 ฉบับ เก็บไว้ที่ ร.ร. 1 ฉบับ ผู้บริหาร ร.ร.คนปัจจุบันลงนามในใบถ่ายสำเนา
                           - ปพ.3 ต้องทำจากเอกสารจริงทั้ง 3 ชุด (จะทำชุดเดียวแล้วถ่ายเอกสารไม่ได้)
                           - การออกเอกสาร ปพ. อื่น ๆ ให้ตัวจริง

          KM ของพวกเราในครั้งหน้า จะเชิญตัวแทนของผู้บริหาร ร.ร. และ ตัวแทนคุณครูจาก ร.ร. ทั้งที่มีปัญหา และไม่มีปัญหาในการใช้ ปพ.มาร่วมพูดคุยกับพวกเราด้วย...เชิญชวนให้ติดตามการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของพวกเราต่อไปนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 35463
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 23
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (23)

 

ไป download โปรแกรมทำ ปพ.ง่ายๆ จาก

http://school.obec.go.th/haupeung/

  • ขอบพระคุณ อาจารย์ john มากค่ะ
  • ชื่นชมโรงเรียนบ้านห้วยผึ้ง หลังเข้าไปชม Web ที่ลิงค์ไว้ให้ จากข้อมูลทำให้รับทราบว่าเป็นโรงเรียนคุณภาพคับแก้วค่ะ
  • อยากเชิญชวนให้คุณครูทั้งหลายได้เข้าไปใช้ประโยชน์จากโปรแกรมทำ ปพ.ที่ทางร.ร.บ้านห้วยผึ้งกรุณาเผยแพร่ไว้
  • ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ
ลองดูที่เวบนี้ครับ
www.greenlaithai.com

ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ ปพ.ได้กระจ่างและชัดเจนด้วย  ขอบคุณมากจริง ๆค่ะ

เป็นคนสุพรรณเลือดเข้ม  แต่ต้องพเนจรทำมาหารับประทานที่อื่น  บอกชื่อไม่ได้นิ  คนรู้จักโคตร  รู้สึก  ศน.บ้านเฮา  ตื่นเร็วกว่าบ้านเพื่อนเนอะ...ยิ้มซิ    หาอะไรไม่ได้ก็เปิดหาเนี่ยะ

Thank   a  lot.

ไป download โปรแกรมทำ ปพ.ง่ายๆ จาก

http://school.obec.go.th/haupeung/

ตอนนี้เปลื่ยนมาเป็น

http://www.songsook.com/

 

http://www.igetweb.com/www/ladpoo/private_folder/tn%20(pp.%205)%20v.1.xls

ในโปรแกรมเขียนว่าค่าบริการ 200 บาท

แต่ผมทำให้ฟรีครับ

1)ยังไม่กระจ่างที่ว่า "การออกปพ.1 ให้กับนักเรียน จะไม่ให้ตัวจริงไป ต้องถ่ายสำเนา 2 ฉบับ ให้นักเรียน 1 ฉบับ เก็บไว้ที่ ร.ร. 1 ฉบับ ผู้บริหาร ร.ร.คนปัจจุบันลงนามในใบถ่ายสำเนา"

ไม่ทราบเป็นการออกกรณีใด?

ซึ่งปพ.1ของโรงเรียนจะมี 2 ส่วนที่เหมือนกันมีรอยปรุให้ฉีก หมายความว่าไม่ต้องฉีกให้นักเรียน(กรณีจบช่วงชั้น)เลยใช่หรือไม่?

2)กรณีออกให้แล้ว มาขอใหม่ต้องมีใจแจ้งความใช่หรือไม่?และมีแนวปฏิบัติอย่างไร?

ขอความกระจ่างด้วยคะ

ขอบคุณมากๆครับอาจารย์

ขอบคุณมากครับ

กรณี ปพ.1 นั้น ต้องฉีกออกมาเลยครับ กรอกเอกสารให้เรียบร้อย ห้ามให้นายทะเบียนและผอ. เช็น แล้วถ่ายเอกสารออกมา 1 ชุด จะมีหน้า และหลัง ติดรูปฉบับถ่ายเอกสาร แล้ว ประทับตราโรงเรียนที่รูป แล้วให้นายทะเบียนเซ็นชื่อ และผอ.เซ็นชื่อ มอบตัวถ่ายเอกสารให้กับนักเรียน ตัวจริงเก็บรักษาไว้

แวะเข้ามาดูพี่สาวสุดสวย ศน. กุ้ง คนเก่ง เลยแอบเข้าไปโหลด ปพ. 1 ไปปรับใช้

อยากมาอยู่ สพท. สพ.2 จัง จะมีคนต้อนรับหรือเปล่าเอ่ย

กรณีที่นักเรียนที่จบไปแล้วทำเอกสารหายต้องการขอปพ.ใหม่ รูปสำหรับติดปพ.1สามารถใช้รูปปัจจุบันได้หรือไม่ หรือต้องใช้รูปโรงเรียนเดิมเท่านั้นเพราะนักเรียนบางคน จบไปหลายปีแล้วไม่มีรูปโรงเรียนเดิม หรือบางคนจะไปศึกษาต่อกศน.จะใช้รูปไหนค่ะ

การประทับตราโรงเรียนที่ ปพ.1ป ใช้ตราดนุ หรือ ตรายางสีแดงคะ

ขอสอบถาม เกี่ยวกับนักเรียนที่ย้ายมาเข้าเรียน ม.3  ค่ะ

นักเรียนคนนี้  เรียน ม.1 และ ม.2  จากอีกโรงเรียน ในปีการศึกษา 2552 และ 2553 ตามลำดับ

ซึ่งเป็นการเรียนตามหลักสูตรเดิม 2544  มีการคิดเกรดรายปี  

และมาเข้าเรียนในปี 2555  ซึ่งเป็นการเรียนตามหลักสูตรใหม่ 2551  คิดเกรดเป็นรายเทอม


อยากทราบว่า  โรงเรียนปัจจุบันจะต้องออกใบ ปพ.1  อย่างไรคะ  ขอบพระคุณค่ะ

เรียนคุณปวีณา  ผมขอแลกเปลียนความรู้ด้วยคนนะครับ  ประเด็นคือว่า  ใปปพ.1 ฉบับ 5 ภาคเรียน หรือที่เรียกว่าฉบับสำเนา เพราะพิมพ์จากโปรแกรมStudent 51 จะจั่วหัวไว้เลยว่า ฉบับสำเนา  ที่โรงเรียนผมไม่ติดรูปถ่าย  นายทะเบียนไม่เซ็นต์  ผอหรือรองฯเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องคนเดียว  ผมศึกษาระเบียบวัดผลยังไม่เจอว่าต้องติดรูปถ่ายเหมือนฉบับจริงตอนจบม.3 แต่มีโรงเรียนหนึ่งที่นักเรียนไปสมัครเรียนต่อว่าที่โรงเรียนผมทำผิด  ต้องติดรูปถ่าย  และประทับตราแดงที่รูปถ่าย และนายทะเบียนต้องลงนามเหมือนฉบับจริง ผมยังหาเอกสารมารองรับไม่ได้ว่าแบบไหนถูก  แบบไหนผิด  ถ้ามีข้อมูลช่วยแลกเปลี่ยนด้วยนะครับ/

อยากทราบว่า สำเนาปพ.1 ที่ถ่ายเอกสาร 2 ชุด ต้องติดรูปถ่ายทั้ง 2 ฉบับ  นายทะเบียนและ ผอ. เซ็นต์ชื่อ และประทับตราเรียบร้อย  ส่วนปพ.1 ฉบับจริงต้อง ติดรูป ลงวันที่ นายทะเบียน และผอ. เซ็นต์ เหมือนฉบับสำเนา หรือปล่าวค่ะ  ตอบหน่อยค่ะ  เพราะตอนนี้ ทำตามความเข้าใจ ผิด ๆ  ถูก ๆ  ค่ะ  ขอบคุณล่วงหน้า

ตอบคุณครูตัวน้อยๆค่ะ

แนวปฏิบัติคือฉบับจริงไม่ต้อง ติดรูป ไม่ต้องลงวันที่ นายทะเบียนและผอ. ไม่ต้องเซ็นต์ชื่อค่ะ  เว้นว่างไว้  กรณีมีผู้มาขอภายหลัง จึงถ่ายสำเนาใหม่ 2 ฉบับ ติดรูปถ่ายทั้ง 2 ฉบับ  ลงวันที่ที่ออกให้ใหม่  นายทะเบียนและ ผอ. ในขณะนั้นเซ็นต์ชื่อ และประทับตรา เก็บไว้ที่โรงเรียน 1 ฉบับ  มอบให้ผู้มาขอ 1 ฉบับ ค่ะ

รบกวนสอบถามข้อมูลค่ะ

ปพ.3 เมื่อทำเสร็จแล้วตรงชื่อของ ผอ. เราจะต้องปั้มตราโรงเรียนไหมคะ

กรณีปพ.1สูญหาย นักเรียนมาขอใหม่ ต้องทำอย่างไรค่ะ



ถามผู้รู้คะ หลานย้ายจาก ม2 มาเข้าม3 รร แห่งหนึง ปพ1ไม่ใด้ติดรูป แค่ลงนามจาก ผอ พอมา รร ใหม่เขาว่าเอกสารไม่สมบุร ต้องติดภาพ. พอกลับไป รร เดิมเขาตอบว่า ไม่ต้องติดรูปก้อใด้ ให้ รร.ไหม่อ่านระเบียบดีๆ. ในฐานนะผู้ปกครอง ก้อวิ่งไปมา เพราะ 2 รรนี้มันยุคนละเขตประเทศไทย. ตกลงคำตอบคืออะไร. หรืออ่านอะไรให้ได้คำตอบ เสียเวลามากคะ

กรณี โรงเรียน กรอกเลขชุด ปพ 1 ผิด เช่น 00008 แต่ ตอนพิม เป็น 0008 เลข 0 หายไป 1 ตัว กรณีนี้ ต้องทำยังไงดีคะ ถ้านักเรียนรับเอกสารไปหมดแล้วอะคะ