วันนี้เจอสิ่งที่ทำให้ผมอึ้งไปเลยครับ ไม่นึกว่าทีมงานจะทำได้ (แถมดีด้วย) เลยอดที่จะเอามาเขียนบันทึกชมไว้สักนิดหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่หลายท่านในคณะกรรรมการบริหารมหาวิทยาลัยอยากให้เกิดมานานมากแล้วครับ แถมด้วยเป็นประเด็นที่ปรากฏการประกันคุณภาพด้วย แต่แปลกมากที่ไม่เกิดในระดับมหาวิทยาลัยสักทีหนึ่ง ผมเองก็ตั้งเป้าจะหยิบเรื่องนี้มาทำให้เห็นเป็นรูปธรรมสักทีครับ แต่หลายเดือนผ่านไปก็ผ่านไปเฉยๆ ไม่มีเวลาหยิบมาทำ ฮา

สุดท้ายด้วยความวุ่นวายในชีวิต อันโน้นก็ยังไม่ได้ทำ อันนี้ก็ยังไม่ได้ดู แถมหายหน้าหายตาไปจากห้องทำงานมาเกือบๆ สัปดาห์แล้ว เมื่อวานก่อนการประชุมวิชาการของคณะศิลป์ฯ เลยแวะเข้าไปนิดหนึ่ง ฮา เอกสารเต็มโต๊ะเลย เซ็นไม่ทันแน่ๆ อันนี้ดูคราวๆ แล้วยังไม่มีงานรีบเลยไม่เป็นไร ก่อนจะออกจากห้องนึกได้ว่า ไหนๆ ก็ทำไม่ทันแล้ว ลองขอช่วยทีมงานในสำนักงานหน่อยดีกว่า คิดได้นี้ก็บอกด้วยเสียงดังๆ ในสำนักงานไปว่า ใครก็ได้ช่วยผมหน่อย ผมต้องการ 1... 2.... 3...... แล้วผมก็เดินไปประชุม

เย็นของเมื่อวาน ผู้ช่วยเลขานุการ กบม. โทรมาแจ้งสอบถามเรื่องที่จะเสนอในที่ประชุม ตอบไปว่า มีครับ แต่คิดว่าเสนอไม่ทันรอบนี้ ฮา ถ้าทันจะขอเร่งในเช้าวันจันทร์ ปรากฏเช้าวันนี้ หมดสภาพครับ ละหมาดซุบฮีเสร็จ ต้องนอนต่อ แล้วก็นอนนานไปจนห้าโมงเช้าครับ ร่างกายมันบอกว่า ต้องการการพักผ่อนแล้ว ดีอย่างหนึ่งครับ คือ ลูกๆ ไม่มารบกวนเลย มีบ้างที่วิ่งเข้ามาหอมแก้ม แล้วก็ออกไปเล่นต่อ (ชื่นใจ มาชาอัลลอฮ์)

ก่อนออกจากบ้านไปทำงานช่วงบ่าย เช็คเมลดูวาระการประชุม ฮือ วาระน้อยมาก เสียดายงานยังทำไม่เสร็จ ไม่งั้นจะได้เสนอครั้งนี้เลย กรรมการจะได้อภิปรายกันเยอะๆ หน่อย ไปถึงสำนักงาน แกล้งสอบถามเล่นๆ ทีมงานว่า เสร็จมัยที่ให้ทำเมื่อวาน ได้คำตอบว่า เสร็จแล้ว! ฮา ประหลาดใจมาก หยิบมาอ่านดู โอ้โห่ ทำได้ดีมาก ขอไฟล์นั่งแก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ขึ้นอีกนิดหนึ่ง แล้วก็มอบให้ทีมงานถ่ายเอกสารพาเข้าที่ประชุมเลย (อัลฮัมดุลิลลาห์)

ทันใจครับ เริ่มประชุมได้นิดเดียว เอกสารสำคัญของผมก็สามารถแจกจ่ายแก่กรรมการได้ทันที ดูเหมือนเรื่องจะผ่านง่ายไปนิดหนึ่งครับ แต่ในใจอยากให้มีการอภิปราย แล้วก็ได้อย่างใจเลยครับ ท่านอธิการบดีตั้งประเด็นให้ แล้วก็มีการอภิปรายต่อในหลายประเด็น แต่เนื่องจากเรื่องนี้มีดำริจากท่านอธิการบดีหลายครั้งแล้ว แค่คนรับเรื่องไม่ทำเท่านั้นเองครับ ทุกอย่างเลยราบรื่น

ความจริง ผมเริ่มเห็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการในหน้าที่ของผมชัดเจนขึ้นหลายเรื่องครับ จนคิดว่าอยากจะหาผู้ช่วยสักคน แต่พอประเด็นนี้แล้วกลัวจะกลายเป็นภาระทางการเงินให้กับมหาวิทยาลัยอีก สุดท้ายเลือกแนวทางได้มาหนึ่งแนวทางครับ คิดว่าดีที่สุดแล้ว ฮา แต่พอได้ปรึกษากับอาจารย์สุกรี หลังปูเต๊ะ คณบดีศิลปฯ ช่วงที่เดินทางไป กทม.ด้วยกัน ท่านตั้งคำถามว่า จะเพิ่มเพื่อให้มาช่วยงานหรือเพื่อเพิ่มขั้นตอนในการบริหารงาน ฮือ คำถามคือ ผมคิดผิดจริงๆ ท่านก็แนะนำว่า ทำไมไม่ลองคิดแล้วสั่งการแบบเร็วๆ ดูบ้างละ เอ้อ ผมลืมเรื่องนี้ไป ความจริงมันเป็นนิสัยเก่าของผมสมัยเป็นรองคณบดีนี่หว่า ทำไมตอนนี้นิสัยนี้มันหายไปไหน (ความจริงจะว่าเป็นนิสัยที่ดีก็ไม่ใช่หรอกครับ)

สมัยก่อน ผมว่าผมเป็นอย่างนี้ครับ ผมจะให้ทีมงานทำตามที่สั่ง โดยถ้ามีเวลาก็จะอธิบายคอนเซปท์นิดหน่อย หากไม่ทันก็แค่บอกว่า ทำมาเท่านี้นะ ซึ่งบางทีทีมงานก็จะตั้งคำถามกลับว่า จะทำทำไม อย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ ผมจะตอบว่า ไปทำมาอย่างนี้แหละ ฮาฮาฮา เหตุผลง่า่ยๆ ครับ เพราะผมมองเห็นภาพโดยรวม ส่วนทีมงานเห็นเฉพาะที่ถูกมอบหมายให้ทำ

งานส่วนใหญ่ ผมต้องแก้ไขอีกครั้งหรือสองครั้งครับ หรือไม่ก็ต้องอธิบายเพิ่มเติม ผมถือว่า อันนี้เป็นเรื่องปกติ เป็นการสร้างกระบวนการเพื่อการเรียนรู้สำหรับทีมงาน พอเขาทำตามครบกระบวนการเขาก็จะถึงบางอ้อเอง

แต่พอมาอยู่ที่ สบศ. ผมเกือบจะได้ทำอย่างที่เคยทำเลยครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไร งานหลายงานช้าไปอย่างเห็นได้ชัด ดีที่มีคนสะกิดว่า บริหารงานอะไรแบบนี้ ฮิฮิ อินชาอัลลอฮ์ ความไว้วางใจในทีมงานเริ่มมากขึ้นแล้วครับ งานคงเดินได้ตามสไตล์ผมแล้วละ