การวิจัย (Research) หมายถึง การค้นคว้าหาความรู้ความจริงโดยวิธีการทีมีระบบเชื่อถือได้

ม่อนวิจัย (MON VIJAI) แหล่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยในชั้นเรียนของคณาจารย์สาขาวิชาภาษาไทยและการสื่อสารทางธุรกิจ สาขาวิชาภาษาไทย (ศศ.บ.) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งจากภายในสถาบันและนอกสถาบันที่จะร่วมเรียนรู้การทำวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียนไปพร้อมๆกัน สำหรับบันทึกหน้าแรกของบล็อกนี้ ม่อนวิจัยได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลความรู้ด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนจาก ดร.วิยะดา เหล่มตระกูล อาจารย์จาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ซึ่งได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการกัลยาณมิตรทางวิชาการ ครั้งที่ 2 : การอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ทางภาษาไทยสำหรับคณาจารย์ในเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง โดยในส่วนการทบทวนองค์ความรู้ด้านการวิจัยในชั้นเรียนและการสร้างเครื่องมือซึ่งท่านอาจารย์รับหน้าที่เป็นวิทยากรนั้นพบว่า มีผู้ให้ความสนใจสอบถามถึงกระบวนการและวิธีวิทยาเกี่ยวกับการทำวิจัยกันอย่างกว้างขวาง จากประเด็นปัญหาต่างๆดังที่ได้มีการแลกเปลี่ยนในวันนั้นทำให้ม่อนวิจัยเกิดแนวคิดที่จะได้มีการเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยในชั้นเรียนให้ต่อยอดออกไปมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้บรรยากาศเช่นในวันนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ม่อนวิจัยจึงขอนำเสนอข้อมูลจากโปรแกรมนำเสนอที่ท่านอาจารย์ ดร.วิยะดา เหล่มตระกูล ได้ให้ไว้มาเผยแพร่ในบล็อกนี้ และหากมีข้อผิดพลาดด้านข้อมูลประการใดม่อนวิจัยขอน้อมรับความผิดพลาดนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะได้มีการนำเสนอข้อมูลในลำดับถัดไป ม่อนวิจัยขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ดร.วิยะดา เหล่มตระกูล เป็นอย่างสูงที่ท่านได้ให้ความเอื้อเฟื้อด้านข้อมูลและเป็นกัลยาณมิตรทางวิชาการต่อสาขาวิชาภาษาไทยและการสื่อสารทางธุรกิจ และสาขาวิชาภาษาไทย (ศศ.บ.) เสมอมา

 

มโนทัศน์เบื้องต้นเกี่ยวกับการวิจัย

1.1 ความหมายของการวิจัย

  • Kerlinger(1986)“a systematic controlled empirical and critical investigation of propositions about the presumed relationships about various phenomena”
  • Burns (1994) “a systematic investigation to find answers to a problem”

จึงอาจกล่าวสรุปได้ว่า การวิจัย (Research) หมายถึง การค้นคว้าหาความรู้ความจริงโดยวิธีการทีมีระบบเชื่อถือได้

1.2  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  • เพื่อการแก้ปัญหา (problem solving research)
  • เพื่อสร้างทฤษฎี (Theory–developing research)
  • ใช้อ้างอิง (Generalization)
  • อธิบาย (Explanation)
  • ทำนาย (Prediction)
  • ควบคุม (Control)
  • เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี (theory testing research)

1.3  ขั้นตอนการวิจัย

1.3.1 เลือกหัวข้อปัญหา

1.3.2 ศึกษาค้นคว้าทฤษฎีจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

1.3.3 ให้คำจำกัดความปัญหา/นิยามปัญหาวิจัย

1.3.4 ตั้งสมมติฐาน (ถ้ามี)

1.3.5 กำหนดขอบเขตของการวิจัย(ตัวแปร ข้อมูลและแหล่งข้อมูล)

1.3.6 วางแผนออกแบบการวิจัย

1.3.7 สร้างเครื่องมือ

1.3.8 ทดลองและตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ

1.3.9 เลือกและกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง

1.3.10 เก็บรวบรวมข้อมูล

1.3.11 วิเคราะห์และจัดกระทำข้อมูล

1.3.12 เขียนรายงานการวิจัย

 

1.4 ประเภทของการวิจัย

 1.4.1 จำแนกตามจุดมุ่งหมายและประโยชน์ของการวิจัย

- การวิจัยพื้นฐานหรือการวิจัยบริสุทธิ์ (Basic Research/Pure Research)

- การวิจัยประยุกต์ (Applied Research)

- การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research/ Operations Research)

- การวิจัยและพัฒนา (Research and Development)

- การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Research/ Classroom Action Research)

- การวิจัยนโยบาย (Policy  Research)

- การวิจัยสถาบัน (Institutional Research/ Administrative Research)

1.4.2 จำแนกตามลักษณะข้อมูล 

- การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative  Research)

- การวิจัยเชิงคุณลักษณะหรือเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)

- การศึกษาทางมานุษยวิทยา (Anthropological  Studies)

- การศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณา    (Ethnographic Study)

- การศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณาระดับแคบ (Microethnoraphy Study)

- การศึกษาปรากฏการณ์    (Phenomenological Study)

1.4.3 จำแนกตามลักษณะการจัดกระทำต่อข้อมูล

- การวิจัยเชิงธรรมชาติ (Naturalistic Research)

- การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research)

- การวิจัยเชิงทดลองที่แท้จริง (True  Experimental Research)

- การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research)

1.4.4 จำแนกตามเงื่อนไขเวลา

- การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Research)

- การวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research)

- การศึกษาเชิงสำรวจ  (Survey Studies)

- การศึกษาความสัมพันธ์ (Interrelation Studies)

- การศึกษาเฉพาะกรณี  (Case Studies)

- การศึกษาติดตามผล (Follow-Up Studies)

- การศึกษาเปรียบเทียบ (Comparative Studies)

- การศึกษาสหสัมพันธ์ (Correlation Studies)

- การวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Studies)

- การศึกษาพัฒนาการ (Development Studies)

- การศึกษาความเจริญเติบโต (Growth Studies)

- การศึกษาแนวโน้ม (Trend studies or Educational Future Research)