หากเธอกับฉันสวนทางกันในความฝัน อยากให้สายตาเราได้จ้องกัน และให้เธอบอกฉัน ว่าฉันข้ามเวลาเพื่อมาพบเธอ

      หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า (The Only Love is Real) "เราจะข้ามเวลามาพบกัน" ออกวางขายเมื่อประมาณต้นปี 51 เป็นเรื่องราวของหญิงสาวกับชายหนุ่มที่ต่างคนต่างตามหารักแท้...พวกเค้าอยู่คนละประเทศและโชคชะตาก็นำพาเค้าทั้งสองคนมาพบกัน (ฉันก็จำเรื่องราวไม่ค่อยได้ซักเท่าไหร่แล้ว) ที่เค้าได้มาเจอกันก็เพราะเค้าทั้งสองต่างคนก็มาหาจิตแพทย์ที่ลือชื่อคนหนึ่ง...จิตใต้สำนึกและเรื่องราว ความรู้สึกของพวกเค้าคล้ายกันมากแทบจะมีความคิดที่เหมือนกันด้วยซ้ำ...จิตแพทย์ก็เปรียบเสมือนกามเทพให้เค้าทั้งสองมาพบกัน...เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่คนอ่านคิดเค้าทั้งสองได้พรากจากกันในที่สุดทั้ง ๆ ที่เค้ายังรักกัน... "โชคชะตาได้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้โดยที่เราไม่มีทางหลีกเลี่ยง เปโดรเคยรักและพลัดพรากจากเอลิซาเบธมาหลายชาติหลายภพ บางชาติทั้งสองเกิดเป็นพ่อลูกกัน บางชาติเป็นพี่น้องกัน บางชาติเป็นคู่รักกัน ทั้งสองผูกพันกันแนบแน่น หากก็ยังมีคนอื่นที่ผูกพันกับชีวิตและได้อยู่ร่วมกันยาวนานกว่า "

      เป็นบทความในหนังสือตอนตอนหนึ่งซึ่งฉันได้จดเอาไว้ในสมุดไดอารี่ของตัวเอง     หลาย ๆ ตอนทำให้คนอ่านแทบทุกคนร้องไห้จนหนังสือเปื้อนเป็นคราบน้ำตา  ในหนังสือยังมีซีดีหนึ่งแผ่น...เป็นซีดีเพลงในนั้นมีประมาณ 4 เพลง มีทั้งเพลงมีเนื้อร้องและเพลงบรรเลง หนึ่งเพลงในนั้นเป็นเพลงที่ ก้อย รัชวินร้องกับผู้ชายคนนึง (จำชื่อไม่ได้)...เนื้อเพลงมีความหมายทำนองว่า "อีกครึ่งหนึ่งของดวงวิญญาณฉันรออยู่...คนเคยรู้ใจคนเคยรู้จัก จำฉันได้ไหม เราเคยพลัดพรากกัน...หากเธอกับฉันสวนทางกันในความฝัน อยากให้สายตาเราได้จ้องกัน และให้เธอบอกฉัน ว่าฉันข้ามเวลาเพื่อมาพบเธอ"

       สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือตอนนี้หนังสือเล่มนี้ไม่ได้อยู่ในมือของฉันแล้ว...! เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนแรกพี่ชายเอามาเล่าให้ฟังว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคู่แท้ที่พรัดพรากกันนักเรียนของเค้าซื้อมาอ่านและฮิตกันมากในโรงเรียนเค้าเลยชวนให้ฉันไปหาซื้อมา...หากันนานเป็นสองอาทิตย์...แต่ก็ไม่มีหมดเกลี้ยงแผงเลยขอให้ญาติที่กทม.หาซื้อมาให้แล้วเค้าก็บอกว่าหมดเหมือนกัน...แต่โชคดีมาหน่อยตรงที่ว่านักเรียนของพี่ถามเอาให้ยืม ว้าว! ได้อ่านล่ะ...พอได้แบ่งกันอ่านสองคนพี่น้องแย่งกันแทบตาย...หลังจากที่อ่านจบด้วยความทราบซึ้ง สุดเศร้า  สุดท้ายก็ต้องคืนนักเรียนไปขนาดที่ว่าอุตส่าห์เอาไปถ่ายเอกสารเก็บไว้(โห...พยายาม)...แต่เหมือนโชคชะตาไม่ให้เป็นเจ้าของ  คุณแม่บังเกิดเกล้าของเราสองคนพี่น้องดันเอาไปขายให้คนซื้อของเก่าเลยกลายเป็นกระดาษรีไซเคิลในที่สุด  จนกระทั่งวันนี้ก็ยังหามาอ่านไม่ได้อีกเลย...เห็นไหมคะว่าขนาดคนกับหนังสือยังต้องพลัดพรากจากกัน...?