"อันความสุขของใครของมัน ฉันไม่รบกวนหรอก"และไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี

      ชีวิตมนุษย์ผู้ใฝ่หาสิ่งที่ชอบ ใฝ่หาสิ่งที่ตนถนัด ใฝ่หาสิ่งที่ตนศรัทธาเลื่อมใส อยู่มาวันหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นกลับเกลียด ชิงชัง กับสิ่งที่สังคมไม่ให้โอกาสกับสังคมเหล่านั้น การไม่ให้โอกาสกับบุคคลผู้นั้น ไม่ให้โอกาสกับสังคมเหล่านั้น บุคคลเหล่านั้น ทำให้เกิดอาการสภาวะขัดแย้งขึ้นภายในจิตใจ จึงทำให้เกิดอาการเกลียดชิงชังหรือรังเกียจกับสิ่งที่ตนรัก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นนามธรรมหรือเป็นรูปธรรม หรือเป็นวิชาชีพหรือจะเป็นสิ่งที่ตนรักและถนัด ฯลฯ

       ความจริงแล้วผู้เขียนเคยอ่านบทความในหนังสือเล่มหนึ่งสะสมมานานหลายปีแล้วผู้เขียนในบทความในหนังสือเล่มนั้นกล่าวว่า "ธรรมชาติของคนรักสิ่งใด ถนัดสิ่งใด จะทำสิ่งเหล่านั้นได้ดี โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แต่กระนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ตนฝึกฝน ตามความถนัด ฝึกฝนสิ่งเหล่านั้นตามใจรัก ฝึกฝนสิ่งเหล่านั้นตามใจชอบ ถึงแม้ว่าไม่เป็นสิ่งที่ต้องการของคนบางกลุ่ม แต่พวกเขาเหล่านั้นก็ทำได้ดี ถ้าใส่ใจเรียนรู้อยู่สม่ำเสมอและฝึกฝนสิ่งเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ"

       บางครั้งความสนใจของคนบางคน ความสนใจของคนบางกลุ่มไม่เป็นที่พอใจของคนบางกลุ่ม แต่เมื่อพวกเขาคิดว่า สิ่งที่กระทำอยู่นี้ พวกเขาหรือพวกเราชื่นชอบแล้ว มีความสุขดีแล้วและนี่คือ "ความถูกต้อง ความชอบ ความถนัด ความชื่นชอบในใจเขา ความถูกใจในใจเขา นั่นก็แสดงว่า การเดินทางทั้งหมด เป็นที่ถูกใจของเขาหรือของพวกเขา นั่นก็แสดงว่า การเดินทางมาถูกทิศทางแล้ว ซึ่งพวกเขาสามารถ ยืนหยัดอยู่ได้ โดยไม่มีใครขัดขวางพวกเขาได้ ดังคำคมที่ว่า "อันความสุขของใคร ของมัน ฉันไม่รบกวนหรอก"

หมายเหตุ บันทึกนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใดแต่เป็นปรัชญาในการดำเนินชีวิต และเป็นข้อคิดชีวิต