ครูเพื่อศิษย์

 

             คำว่าครูกับคำว่าศิษย์เป็นคำที่แยกออกจากกันไม่ได้  เพราะเมื่อใดที่มีครูคำว่าศิษย์ก็จะตามมาเพราะครูเป็นผู้ที่สอนให้ความรู้แก่เด็กความรู้ที่ว่านี้ทั้งความรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนและผู้ที่รับความรู้ที่ครูให้คือศิษย์  ดังนั้นครูต้องมีทั้งความรู้ที่รอบรู้และรู้ลึกรู้จริงในเนื้อหา  เพราะเพราะเด็กเขาจะตามเรา  และที่สำคัญเด็กที่เล็กๆเมื่อเราสอนเขาจะรับสิ่งที่เราสอนโดยขาดการวิเคราะห์  แต่เด็กดตเราแค่ชี้ช่องให้เขาก็สามารถคิดเองได้  ดังนั้นอย่าที่บอกว่าครูเป็นแม่พิมพ์ถ้าครูดีพิมพ์ดีสิ่งที่เราพิมพ์ออกมามันก็จะเหมือนกับแม่พิพ์ดังนั้นคำสองคำนี้จึงแยกออกจากกันไม่ได้เพราะต้องคู่กันไปตลอด

             ครูเพื่อศิษย์ที่ภูมิใจแนะนำวันนี้  คืออาจารย์สุวสรรรณีเป็นครูที่สอนฉันตอนมัธยมหรือมอปลาย ท่านเป็นครูที่สอนวิชาฟิสิกส์ของโรงเรียนหางดงรัฐราชอุปถัมภ์ก่อนหน้าที่ท่านจะเป็นครูท่านทำงานที่สำนักงานปรมนูญเพื่อสันติแต่ท่านบอกว่าท่านสอนหนังสือท่านสบายใจกว่าเพราะใครๆก็รู้ว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่เหนื่อยมากแต่ได้เงินน้อยยิ่งเป็นครูเอกชนด้วยแล้ว   ใครๆก็เรียกอาจารย์สุวรรณีว่าอาจารย์ผึ้งน้อยเพราะอาจารย์ตัวเล็กอ้วนสั้นและใส่แว่นหนามากๆ   ทุกคนแค่รู้ว่าต้องเรียนฟิสิกส์ก็น่าเบื่อแล้วเพราะเป็นวิชาที่ยากแถมยังถ้าใครไม่มาเรียนหรือไม่เข้าใจตั้งแต่แรกจะทำให้เข้าใจเรื่องอื่นยากมากเพราะวิชานี้เป็นวิชาคำนวณที่ใช้จินตนาการสูงเช่นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า,คลื่นเสียง,คลื่นแสง เป็นต้น  ไม่เคยมีใครเคยเห็นแต่เป็นการสมมุติ  และด้วยบุคลิคของอาจารย์ด้วยแล้วทำให้ไม่มีใครอยากเรียน  แต่แปลกอาจารย์สามารถสอนสองชั่วโมงโดยไม่มีใครหลับและทุกคนเข้าใจในเนื้อหารวมถึงฉันด้วย   อาจารย์เลยเป็นต้นแบบในการสอนหนังสอให้แนวิชาแรกที่แนสอนคือฟิสิกส์และเรื่องที่ฉันสอนก้ได้เทคนิคมาจากอาจารย์โดยตรงถึงวันนี้ฉันจะไม่เก่งเท่าอาจารย์แต่ฉันจะเป็นครูที่ดีเหมือนอาจารย์และเอมาอาจารย์เป็นแบบอย่างของฉันต่อไป

             อย่างที่บอกครูเพื่อศิญืคำนี้แยกออกจากกันไม่ได้เพราะวันหนึ่งเมื่อเราเป็นศิษย์สักวันเราอาจเป็นครูก็ได้มันอาจจะถ่ายทอดกนเป็นรุ่นๆแต่อยากที่บอกแม่พิมพ์แต่ละแม่พิมพืมีความต่างกันเราได้แม่พิมพ์ดีพิมพ์ก็จะดีต่มเหมือนได้ครูดีศิษย์ก็ดีด้วย