การแสวงความรู้คือ การเข้าไปสังเกตด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 คลุกคลีกับแหล่งความรู้จริงๆ ไม่ใช่ด้วยการศึกษาเพียงทฤษฎีเท่านั้น

 

ผมเพิ่งได้อ่านเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่นี้จากหนังสือเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์อารมณ์ดี ”ฟายน์แมน อัจฉริยะโลกฟิสิกส์ Surely You Joking Mr. Feyman”จากงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้เอง ซึ่งก็เป็นการพิมพ์ออกมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ก่อนหน้านี้ก็พบตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อ จนกระทั่งมาเจอที่งานสัปดาห์หนังสือเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาก็ได้ตัดสินใจซื้อด้วยเพราะมีการขายเป็นชุด 3 เล่ม ร่วมกับหนังสือ ”ฟายน์แมน อัจฉริยะอารมณ์ดี What Do You Care What Other People Think “ และหนังสือ “ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข”ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข : The man who loved only numbers” ด้วยราคาเพียง 550 บาทเท่านั้น

 

 

ภาพจาก http://www.se-ed.com/eshop/Products/

 

เรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลปี 1965  คนนี้ น่าจะสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน ในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาตร์เป็นอย่างดี ในหนังสือได้เล่าเรื่องราววีรกรรมของเขาได้อย่างสนุกสนาน ทั้งในมุมมองของความเป็นอัจฉริยะฉลาดหลักแหลม และรูปแบบการใช้ชีวิตที่สนุกสนาน แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคนแต่ละคนไม่ได้สมบูณ์ 100 % ย่อมมีด้านมืด ด้านสว่าง ในหนังสือจะยกย่องเรื่องทุกเรื่องที่เขาคิด ที่เขาทำ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาคิดและทำอาจจะเหมาะสำหรับสังคมบริบทสำหรับชาวตะวันตก ซึ่งบางเรื่องอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนตะวันออกก็ได้

 

 

ภาพจาก http://th.wikipedia.org/wiki/

 

สิ่งที่ผมชื่นชมคุณฟายน์แมนก็คือเรื่องของแนวคิดการเรียนรู้ เขาจะเป็นคนใฝ่รู้เพื่อแสวงหาความจริงตามแนววิทยาศาสตร์เพื่อนำไปใช้ในทางปฏิบัติได้จริง แนวคิดทางการศึกษาของฟายน์แมนเป็นแนวคิดที่นักการศึกษาต้องฉุกคิด เขาได้วิพากษ์การศึกษาที่มีอยู่ในระบบได้อย่างแสบสันต์ เพราะที่ผ่านมาการศึกษาเป็นระบบท่องจำ หรือถึงแม้การคิดก็ไม่ได้มีประโยชน์ต่อการการนำใช้งานจริง เหมือนเรียนเพื่อให้รู้ ตอบข้อสอบได้ แต่นำไปทำอะไรไม่ได้

 

เรื่องราวในชีวิตของเขาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความฉลาดทางด้าน IQ เป็นส่วนใหญ่ จะเห็นได้จากประวัติตอนเด็กและวัยรุ่นที่พยายามเรียนรู้เพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย เช่น การซ่อมวิทยุ การประดิษฐ์เครื่องหั่นผัก ผ่ามันต้ม เป็นต้น ฟายน์แมนจัดเป็นคนประเภทใฝ่รู้อย่างกัดไม่ปล่อย ถ้าเขาต้องการรู้อะไร เขาจะพยามศึกษาให้ลึกที่สุดอย่างถ่องแท้ครบทั้ง KUSA (Knowlwdge/Undertand/Skill/Attitude)เขามองว่าสิ่งที่เขายังไม่รู้และเขาต้องการรู้ เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่จะเข้าไปศึกษาเพื่อให้ได้ความรู้นั้นมา ตรงจุดน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีใในด้านของการใฝ่รู้และเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่สอนให้เราเข้าใจว่าการแสวงความรู้นั้นคือการเข้าไปสังเกตด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 (ฟัง ดู สัมผัส ดมกลิ่น ลิ้มรส) คลุกคลีกับแหล่งความรู้จริงๆ ไม่ใช่ด้วยการศึกษาเพียงทฤษฎีเท่านั้น

 

สิ่งที่ผมไม่ชอบในตัวของฟายน์แมนคือเรื่องความเป็นตะวันตกของเขา ที่ให้ความสำคัญกับความสุขนอกกายทางด้านวัตถุ เช่น เรื่องสุรา นารี เป็นต้น อีกทั้งเขายังเป็นหนึ่งในผู้สร้างอาวุธร้ายแรงอย่างระเบิดปรมณูที่ใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย เขาเป็นคนที่ไม่มีศาสนา จึงเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง และความรู้ที่เขาศึกษาค้นพบส่วนใหญ่เป็นความรู้ทางโลกที่ยิ่งศึกษา ยิ่งค้นพบ ก็ยิ่งมีเรื่องให้ศึกษาให้ค้นคว้าอย่างไม่รู้จบ ผมคิดว่าถ้าเขาเปิดใจยอมรับและเข้ามาศึกษาศาสตร์ ปรัชญา ศาสนาของตะวันออกบ้าง เขาน่าจะค้นพบสัจธรรมของชีวิตที่นำไปสู่ความสุขสันติภาพอย่างยั่งยืนได้