การแก้ปัญหาความแตกแยกในระบอบประชาธิปไตย


บางครั้งการแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องหาคนผิด และในหลายๆกรณีก็ไม่มีคนถูก

          เมื่อวานนี้ 22 เมษายน 2553 ได้มีโอกาสชมรายการโทรทัศน์ช่องนก (ซึ่งนับว่าเป็นสื่อที่เปิดโอกาสให้คนทั่วๆไปหรือนักวิชาการและ ฝ่ายรัฐบาลได้มีโอกาสมาร่วมแสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิจารณ์ ตอบคำถาม แก้ตัว ฯลฯ ) รายการหนึ่ง ซึ่งได้เชิญ สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านวุฒิสมาชิกสรรหา และนักวิชาการอาจารย์ พิชญ์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการแก้ปัญหาประเทศไทย กรณีความขัดแย้งอันรุนแรงก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย และเศรษฐกิจเสียหายในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มองเห็นว่าประเทศไทยเรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างยิ่งใหญ่และ ทำให้เรามีความหวังว่า หากเราก้าวผ่านปัญหาครั้งนี้ไปได้ ประเทศของเราก็ถือว่าเป็นพัฒนาการอีกขั้นสำหรับการก้าวสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ

            ซึ่งมีอีกหลายๆประเทศที่เกิดความขัดแย้งขึ้นมาจากสาเหตุของความแตกแยกทางความคิด แต่ปัญหาทุกอย่างต้องมีทางแก้ไขขึ้นอยู่กับว่าช้าหรือเร็ว และต้องสูญเสียไปมากเท่าไหร่กว่าเราจะหาทางออกพบ

            แต่เมื่อได้ฟังท่าน สว.ท่านนั้นกล่าวว่า ในทางแก้ปัญหานั้นๆ รัฐสภาไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆได้ เพราะสส.และสว.แต่ละท่านก็ล้วนแล้วแต่ห่วงผลประโยชน์ของพรรคพวกตน(ทั้งๆที่ตัวท่านเองก็เป็นสว.) ฟังอย่างนี้แล้วทำให้ประชาชนอย่างเรารู้สึกหดหู่มากขึ้นอีก ว่านี่หรือ คือบุคคลที่พวกเราเลือกสรรมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาพี่น้องชาวไทย พอถึงเวลาก็ปัดความรับผิดชอบกันง่ายๆแบบนี้โดยไม่คิดจะต่อสู้อะไรเพื่อใครนอกจากตัวเองเลย ได้แต่สงสัยว่าหากรัฐสภาไม่สามารถแก้ปัญหาได้แล้วมีไว้ทำไม ?

           สำหรับด้านนักวิชาการนั้นพูดจารู้เรื่องและดูเหมือนว่าเราพยายามที่จะหาทางออกให้ประเทศของเราอยู่ โดยไม่เลือกข้างหนึ่งข้างใด และพยายามเข้าใจทุกๆฝ่าย

           ได้แต่ภาวนาให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายโดยเร็วและถูกต้องอย่างดีที่สุด โดยไม่ลืมว่าการปกครองแบบประชาธิปไตยจะใช้ได้ผลดีกับระบบคุณธรรม(Merit system) หากเรายังมีระบบอื่นมาผสมหรือแทรกแซงอยู่มันไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง 

           หากทุกคนเข้าใจหัวใจของระบอบการปกครองนี้แล้วร่วมมือกัน โดยเริ่มจากตัวเองก่อน หากลองพิจารณาดูเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบกับตนเองแล้ว มองดูว่าอะไรมีคุณธรรมที่แท้จริงด้วยหลักการและข้อมูลที่ถูกต้องไม่ใช่เชื่อเพราะใช้ความรู้สึก

          

           โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจ มี อาวุธ และมีกำลังคน ขอให้นึกถึง พระคุณของแผ่นดินเกิดมากกว่าพระคุณของเจ้านายที่มีอำนาจแต่งตั้งให้ตนเป็นใหญ่ได้  เพราะความร่ำรวยมั่งคั่ง อยู่กับเราไม่นานหรอก วันใดที่ท่านตายไปแล้วตาไม่หลับเพราะห่วงลูกหลานจะเอาชีวิตไม่รอดในสังคมที่เห็นแก่ได้และไม่มีสันติสุขเช่นนี้ ต่อให้เป็นเจ้าของประเทศ นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี  ผู้บัญชาการผบ.ทบ. ตร. หรือมหาเศรษฐีก็ใช้เงินซื้อชีวิตดีดีกลับคืนมาไม่ได้

 

หมายเลขบันทึก: 353435เขียนเมื่อ 23 เมษายน 2010 11:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 มิถุนายน 2012 14:08 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี