การที่ได้เข้าไปร่วมประชุมเพื่อจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น  ของโรงเรียนในเขตพื้นที่อำเภอนครไทย สพท.พิษณุโลก เขต ๓ เป็นเวลา ๒ วัน ทำให้ได้โจทย์กลับมาเขียนบันทึกฉบับนี้

           โรงเรียนในอำเภอนครไทยทุกแห่ง   มีสภาพทางกายภาพ  สิ่งแวดล้อม  ภูมิอากาศ และชุมชนคล้ายคลึงกัน  วิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่มีความผูกพันอยู่กับธรรมชาติ ป่า เขา แอ่งน้ำ ลำธาร ท้องไร่ ท้องนา และหาอาหารที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาล  

            อาชีพหลักของชาวบ้านคือการทำไร่ปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง แตงโม สับปะรด การทำนา การสวนผลไม้ การรับจ้างทั่วไปและการเป็นกรรมกรใช้แรงงานตามโรงงานหรือในเมืองใหญ่

            สำหรับการปลูกสับปะรดนั้นนิยมปลูกมากในพื้นที่ตำบลหนองกะท้าวและตำบลบ้างแยง เนื่องจากชาวไร่สับปะรดส่วนมากย้ายไปจากจังหวัดอื่น ๆ และมีอาชีพทำไร่สับปะรดมาก่อน  ซึ่งคนในพื้นที่ได้ขายที่ดินของตนเองให้แก่ชาวไร่  ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการรับจ้างในไร่สับปะรด  และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

           ภายหลังมีการย้ายถิ่นของคนภาคอื่น ๆ เข้าไปอยู่ในพื้นที่อำเภอนครไทยมากขึ้น  โดยการไปปลูกพืชเศรษฐกิจที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันคือการทำสวนยางพารา มีโรงงานอุตสาหกรรมเล็กผลิตน้ำยางพารา  และนับวันมีแนวโน้มว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

           ประโยชน์ที่ชาวบ้านได้รับ  ทำให้ชาวบ้านสามารถขายที่ดินของตนเองในราคาสูง มีเงินปลูกบ้านหลังใหม่ สวยงามทันสมัยมากขึ้น  ทำให้คนหนุ่มคนสาวมีงานทำโดยไปรับจ้างในสวนยางพาราแทนการไปรับจ้างในโรงงานใหญ่ ๆ ที่ไกลบ้าน 

           ถนนสาย ๒๐๑๓ สายบ้านแยงนครไทย  มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จากการที่เคยมองเห็นต้นไม้ ป่าไม้ และไร่ข้าวโพดหรือสวนผลไม้  รวมทั้งบ้านเรือนแบบชาวบ้านมุงหญ้าคา หรือสังกะสีและอยู่ห่างกันเป็นระยะ ๆ นั้น กลับมีต้นยางพาราต่างขนาดขึ้นแทบทุกพื้นที่  และไร่สับปะรดยาวสุดสายตา  รวมทั้งมีการปลูกบ้านเรือนหลังใหญ่ที่มีสีสันสวยงามและแสดงถึงฐานะขึ้นแทนที่รกร้างว่างเปล่า   และสถานที่จำหน่ายกล้าพันธุ์ยาง

           ชาวบ้านที่เคยหาอาหารตามฤดูกาล ตามป่าปลายฤดูหนาวต้นฤดูร้อน ได้แก่ผักหวานป่า ดอกอิรอก ไข่มดแดง  แมงจินูน และเห็ดที่ขึ้นในฤดูนี้  ส่วนฤดูฝนมีดอกกระเจียว เห็ดโคน เห็ดละโงก  เห็ดถ่าน เห็ดไคร และเห็ดทุกชนิดมักขึ้นในฤดูฝน รวมทั้งหน่อไม้ ปู ปลา ตามห้วยหนอง ผักต่าง ๆ ส่วนฤดูหนาวก็จะมีพืชผักพื้นบ้านมากมาย  โดยที่ชาวบ้านจะมีความชำนาญและจดจำสุดยอดอาหารของแต่ละฤดูกาลเป็นอย่างดี  

          เมื่อสภาพของชุมชนได้พบกับความเปลี่ยนแปลงมีการปลูกพืชเศรษฐกิจหรือพืชเชิงเดี่ยวขยายไปเกือบทุกพื้นที่ของอำเภอนครไทย  และพืชเหล่านั้นเมื่อ เกิดศัตรูพืชหรือโรคระบาดก็สร้างความเสียหายหมดทั้งแปลง หรือแม้แต่ระบบเศรษฐกิจ เมื่อราคาผลผลิตตกต่ำลง ก็ต้องขาดทุนแบกภาระหนี้สินที่ปลดเปลื้องด้วยความยากลำบาก

          ผลที่เกิดขึ้นเชิงเศรษฐกิจ หากไม่สร้างความตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของพืชเชิงเดี่ยว พร้อม ยึดแนวพระราชดำรัสองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่หรือเกษตรผสมผสาน

          ส่วนวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย  จะพบความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง  ในการทำมาหากินตามธรรมชาติและฤดูกาล การหาดอกอิรอก หาเห็ด หาหน่อไม้และพืชผักที่ขึ้นตามป่า  หรือรังมดแดงที่ขึ้นอยู่บนตามต้นไม้ในป่า  จะหาได้จากที่ไหนในเมื่อไม่มีต้นไม้ให้ขึ้นอีกต่อไป 

          ชุมชนโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ มีต้นไม้ชนิดหนึ่งเรียกว่า "ต้นกะทอน" ชาวบ้านนิยมนำใบกะทอนมาหมักและเคี่ยวเป็นนำปรุงรส ใช้แทนน้ำปลา  โดยกรรมวิธีของภูมิปัญญา ปัจจุบันต้นผักกะทอนถูกโค่นล้มและปลูกต้นยางพาราแทนที่

         ใครจะเป็นผู้การตอบโจทย์และคลี่คลายปัญหานี้ลงสู่หลักสูตรท้องถิ่น สำหรับใช้ในโรงเรียน ส่วนสำคัญที่จะต้องนำลงบูรณาการหลักสูตรท้องถิ่นคือ "ภูมิปัญญา และความเป็นประวัติศาสตร์หรือวรรณกรรมท้องถิ่น"แต่ฉันเห็นหลายโรงเรียนเลือกหลักสูตรท้องถิ่นเป็นการปลูกยางพารา  บางโรงเรียนก็เลือก "การปลูกสับปะรด" ถ้าหากศึกษาเรียนรู้จะทำให้ทราบว่า อำเภอนครไทยไม่ไร้ซึ่งภูมิปัญญาไทย  เหมือนเช่นท้องถิ่นอื่น ๆ

ดอกอิรอกที่ขึ้นในฤดูร้อน

http://images.google.co.th/imglanding?q