ความเจ็บป่วย ไม่ว่าทางกาย หรือทางใจ เมื่อเกิดขึ้นทำให้เป็นทุกข์ เพราะเป็นทุกข์ประจำสังขาร วิธีแก้ทุกข์ยามเจ็บป่วย พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ท่านแนะนำว่า...
โรคกายไม่เท่าไหร่ โรคใจหนักกว่า
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
โอ๋-อโณ · 19 เม.ย. 2553
เพลินเพลง · 19 เม.ย. 2553
๐Red_Head๐แบงค์ · 19 เม.ย. 2553
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 19 เม.ย. 2553
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 19 เม.ย. 2553
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 19 เม.ย. 2553




สวัสดีค่ะ
ป่วยกาย แต่ใจไม่ป่วย ครับ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
ไปอวยพรมาเรียบร้อยแล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะท่านรอง
ป่วยกาย แต่ใจไม่ป่วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ป่วยกายหมอรักษาหาย ป่วยใจต้องรักษาเองนะคะ
สวัสดีคุณชาดาครับ
ทุกข์ที่มีอยู่แล้วต้องยอมรับ
แต่ย่ามีทุกข์ใหม่ที่ปรุงแต่งโดยขาดสติ
อนุโมทนาสาธุครับ...
น้องอิงค่ะ..นี่แหละคนเข็มแข็ง..ป่วยกายใจไม่ป่วยก็หายวันหายคืนนะคะ..พี่ใจชอบป่วยก่อนกายประจำค่ะ..555
สวัสดีค่ะขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อกพี่ ธรรมะคงดึงดูดให้ไปหากันด้วยมังคะ
การน้อมรับธรรมะไว้ในชีวิตทำให้มีความทุกข์น้อยลง ความเจ็บป่วยกายเป็นเรื่องที่สังขารมนุษย์ต้องเผชิญกันทุกคน หากมีความเข้าใจ ใจก็จะปล่อยวางทุกข์เป็น และไม่ไปหาทุกข์อื่นเข้ามาเพิ่มทุกข์กายนั้น ขอบคุณค่ะที่นำสิ่งดีๆมาฝากกัน
สวัสดีค่ะคุณ
Phornphon
ต้องยอมรับทุกข์เก่า....ไม่ปรุงแต่งทุกข์ใหม่
อนุโมทนาสาธุค่ะ
สวัสดีค่ะพี่
คุณนายดอกเตอร์
การปล่อยวาง เป็นสิ่งที่ทำยากมากมาย แต่ก็จะลองฝึกทำให้สำเร็จให้ได้ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
คนเราเดี๋ยวนี้สารพัดโรคใจครับ ควรดีท็อกซ์ใจให้ใสสะอาด