เรื่องของอาจารย์แหววและคนไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่อุ้มผางเริ่มต้นใน พ.ศ.๒๕๕๓ อย่างไร ?
และแล้วคุณแมวจันทราภาก็ส่งอีเมลล์มาหารือเรื่องของคนไร้รัฐในพื้นที่อำเภออุ้มผาง ผู้เขียนค่อนข้างสนใจว่า พื้นที่อย่างนี้น่าจะเต็มไปด้วยชาวเขาติดแผ่นดิน ด้วยประสบการณ์หลายปีที่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้คนไร้รัฐไร้สัญชาติ จึงมีความสนใจใคร่รู้ว่า คนไร้รัฐไร้สัญชาติจะปรากฏตัวในพื้นที่ใดของประเทศไทยอีก และจะปรากฏตัวออกมาในลักษณะอย่างไร ? ความรู้ที่เรามีอยู่แก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ?
อาจารย์แหววและคุณหมอตุ่ย วรวิทย์ พ่อพระแห่งอุ้มผาง
เมื่อทราบจากหลายกระแสว่า ยังมีคนไร้รัฐไร้สัญชาติจำนวนไม่น้อยในอุ้มผาง ผู้เขียนก็ยิ่งทวีความสงสัย มีคำถามเต็มหัวสมองไปหมด มีคนแนะนำให้ไปหาข้อมูลและขอความร่วมมือกับคุณหมอตุ่ย วรวิทย์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ซึ่งเป็นสมาชิกชมรมแพทย์ชนบท และเป็นผู้ที่มีใจต่อมนุษย์ที่ยากไร้อย่างไม่มีเงื่อนไข
ด้วยโอกาสที่ต้องไปสนับสนุนชมรมแพทย์ชนบทในการผลักดันให้สิทธิในหลักประกันสุขภาพ จึงได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณหมอตุ่ย และก็ได้รับทราบว่า คุณหมอตุ่ยก็มีแนวคิดที่จะช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่อุ้มผางที่ยังมีปัญหาสถานะบุคคล ผู้เขียนรีบเสนอแนวคิดคลินิกกฎหมายชุมชนให้คุณหมอตุ่ย และพยายามประสาน UNICEF ให้เข้าช่วยสนับสนุนทางวิชาการและการเงิน แต่ดูว่า คุณหมอตุ่ยก็ไม่อยากรอความช่วยเหลือจาก UNICEF คุณหมอตุ่ยอยากเริ่มต้นเลยด้วยบุคคลากรของโรงพยาบาลอุ้มผาง ทำได้เท่าที่ทำได้
อาจารย์แหววและคุณแมว จันทราภา จินดาทอง
เป็นโชคดีของชาวบ้านที่คุณแมว จันทราภา จินดาทอง มิตรเก่าที่เคยร่วมทำงานด้านคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ไปตั้งรกรากอยู่ที่อำเภออุ้มผางหลังจากการสมรส และดูจะเป็นโชคดีอีกระดับหนึ่งที่ต้นหนาว บุตรชายตัวน้อยของคุณแมว ก็เริ่มไปโรงเรียน คุณแม่แมว ซึ่งไม่เคยเว้นว่างที่จะทำงานเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน แม้ในยามที่ต้องเลี้ยงลูก ๒๔ ชั่วโมง ก็เริ่มมีเวลาที่จะทำอะไรดังที่อยากทำมากขึ้น จิตใจของคนงานเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติยังอยู่ในใจคุณแมวเต็มเปี่ยม ผู้เขียนกล่าวกับคุณแมวเหมือนที่กล่าวกับคุณหมอตุ่ยว่า ถ้ายังมีคนไร้รัฐไร้สัญชาติในอำเภออุ้มผาง ก็ควรจะมีคลิกนิกกฎหมายชุมชนเพื่อรักษาโรคร้ายนี้ และถ้าคุณหมอตุ่ยและคุณแมวจับมือกัน ความเป็นไปได้นี้ก็จะเกิดขึ้น
อาจารย์แหววและคลินิกกฎหมายชุมชนอุ้มผาง
เมื่อผู้เขียนแนะนำให้คุณหมอตุ่ยไปหารือคุณแมวเพื่อเริ่มต้นเก็บข้อมูลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติรอบโรงพยาบาลอุ้มผาง คุณแมวจึงไม่ปฏิเสธที่จะใช้เวลากลางวันที่บุตรตัวน้อยไปโรงเรียน มาทำงานเก่าที่ยังรักฝังใจ ก็คือ การสำรวจปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติของมนุษย์ ดังที่เคยทำสมัยที่ยังเป็นผู้ช่วยของสมาชิกวุฒิสภาที่งดงามในความดีท่านหนึ่ง อันได้แก่ ท่านเตือนใจ ดีเทศน์
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓ คุณแมวก็ได้เริ่มต้นวางระบบที่จะสำรวจปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติของคนในพื้นที่อำเภออุ้มผาง หลายครั้งที่มีการหารือว่า การสำรวจจะทำอย่างไร แต่ก็ยังไม่เห็นผลของการสำรวจเป็นรูปเป็นร่าง
เมื่อคุณแมวเริ่มต้นไปทำงานที่โรงพยาบาลอุ้มผาง ผู้เขียนก็ทราบแล้วว่า คลินิกกฎหมายชุมชนเพื่อป้องกันและรักษาโรคไร้รัฐไร้สัญชาติได้เกิดขึ้นแล้วในโรงพยาบาลอุ้มผาง ไม่สนใจว่า จะมีการยกป้ายคลินิกนี้หรือไม่ ? แต่ในความเป็นจริงที่แม้จับต้องไม่ได้ โอกาสที่คนไร้รัฐไร้สัญชาติแห่งอุ้มผางจะได้รับการรักษาโรคภัยประมาณนี้ได้เริ่มต้นนับหนึ่งแล้ว
อาจารย์แหววและนายสม คนไร้รัฐไร้สัญชาติแห่งอุ้มผาง
และในวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ คุณแมวก็ MSN มาบอกว่า วันนี้ จะมีเคสให้ช่วยตอบแน่นอน จะอีเมลล์ตาม และแล้วในวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. คุณแมวก็อีเมลล์ส่งข้อเท็จจริงเบื้องต้นก็มา “อาจารย์คะ เคสที่เกริ่นในเอ็มวันก่อน หนูทำบันทึกเริ่มต้นไว้ ก็เลยส่งมาให้อาจารย์ดูค่ะ”
สำหรับผู้เขียน กรณีศึกษานายสมมีความสำคัญเพราะเป็นเรื่องจริงแรกที่จับต้องได้ของคนที่อุ้มผางที่จะเป็นคำตอบต่อปัญหาทั้งหมดที่มีในใจ ทำไมยังไร้รัฐไร้สัญชาติกันอยู่ ? ทำไมการแก้ไขปัญหาไม่ไปถึงพวกเขา ?
บันทึกของคุณแมวมีข้อความดังนี้
นายสม (ไม่มีนามสกุล) อายุประมาณ ๒๐ ปี เป็นบุตรชายคนเล็กของนางซ้า เกิดที่บ้านหมู่ ๑ ตำบลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก หมอตำแยที่ทำคลอดยังมีชีวิตอยู่ แต่แม่ไม่ได้ไปทำเรื่องแจ้งเกิด
นายสมให้ปากคำว่า แม่ของตนเป็นคนไทยเกิดในประเทศไทย พี่สาวของแม่เป็นคนไทยเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมานี้ ปัจจุบันเหลือเพียงน้าของแม่(น้องสาวของยาย) ที่พอจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนไทย
พี่ๆ ของนายสมทั้งหมดเกิดที่บ้านเปิ่งเคลิ่ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง นายสมไม่ทราบว่า หมอตำแยที่ทำคลอดยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
เมื่อปีที่แล้ว แม่ของสมพร้อมบุตรทั้งหมด ทำเรื่องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านของญาติที่ตำบลแม่จัน ได้เลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐
ปัจจุบันนายสมสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนพระดาบส โดยทุนสนับสนุนจากคุณหมอตุ่ย หลังจบแล้ว คุณหมอตุ่ยต้องการให้นายสมศึกษาต่อระดับ ปวส.ช่างเทคนิคที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลต่อไป
คุณแมวเล่าว่า มีการให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่นายสมไป ๒ ประการ กล่าวคือ
ประการแรก ให้นายสมและมารดากรอกแบบสอบถาม ๑๒ แผ่นของโครงการบางกอกคลินิก(พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง)
ประการที่สอง พานายสมไปปรึกษาผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑ ต.อุ้มผาง ซึ่งรับปากว่า ช่วงหลังสงกรานต์ จะพานายสมไปปรึกษากับปลัดทะเบียนอำเภออุ้มผาง เพื่อทำเรื่องรับรองการเกิด
นอกจากนั้น คุณแมวมีสิ่งที่ต้องการคำปรึกษาจากอาจารย์แหวว ๓ สิ่ง กล่าวคือ
(๑) หากต้องการพิสูจน์ความเป็นไทยของแม่นายสม มีวิธีการอย่างไรบ้าง (๒) หากพิสูจน์ได้ว่า แม่เป็นไทย จะทำการเพิ่มชื่อบุตรทุกคนได้ ใช่หรือไม่ และ (๓) กรณีการพิสูจน์แม่ยังไม่มีความคืบหน้า ควรจะดำเนินการเรื่องของนายสมก่อนหรือไม่ ?
คำแนะนำประการที่ ๑ : ก่อนที่จะต้องพิสูจน์สัญชาติให้แก่นายสม เราควรจะขจัดปัญหาความไร้รัฐให้แก่นายสมก่อน ?
จากข้อเท็จจริงที่คุณแมวเล่าว่า “เมื่อปีที่แล้ว แม่ของสมพร้อมบุตรทั้งหมด ทำเรื่องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านของญาติที่ตำบลแม่จัน ได้เลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐” ดังนั้น นายสมและครอบครัวจึงได้รับการขจัดปัญหาความไร้รัฐแล้วระดับหนึ่ง แต่ก็ควรจะตรวจสอบถึงความถูกต้องในการได้เอกสารพิสูจน์ตนที่ออกโดยรัฐไทยเพื่อรับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมายของนายสมและครอบครัว
มีความจำเป็นที่คุณแมวจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ให้ชัดเจน หากปรากฏว่า นายสมยังได้รับเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลไม่ครบถ้วน ก็ควรจะต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะประเด็นความไร้รัฐของนายสมและครอบครัวจะได้รับการจัดการจนสิ้นสุดลงก่อน ดังนั้น การแนะนำให้นายสมไปพบผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑ ตำบลอุ้มผางและปลัดทะเบียนอำเภออุ้มผางก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
โดยหลักกฎหมายการทะเบียนราษฎรปัจจุบัน คนไร้รัฐที่ไม่มีประเทศต้นทาง มีสิทธิเข้าสู่การสำรวจและการจัดทำทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘ ก. และสิทธิในบัตรประจำตัวตามกฎหมายทะเบียนราษฎรที่เรียกว่า “บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” ซึ่งผู้ทรงสิทธิในบัตรนี้จะมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๐ ในขณะที่คนไร้รัฐที่ไม่มีประเทศต้นทาง มีสิทธิเข้าสู่การสำรวจและการจัดทำทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘/๑ และสิทธิในบัตรประจำตัวตามกฎหมายทะเบียนราษฎรที่เรียกว่า “บัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย” ซึ่งผู้ทรงสิทธิในบัตรนี้จะมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐ ความต่างของ ๒ พวกดังกล่าวอยู่ที่ว่า พวกแรกไม่มีประเทศต้นทางให้ไปร้องขอพิสูจน์สัญชาติ ในขณะที่พวกที่สองมีประเทศต้นทางให้ร้องขอพิสูจน์สัญชาติ
อยากให้คุณแมวตรวจสอบดูนะคะว่า คุณสมและครอบครัวเป็นคนหมายเลข ๐ จริงไหม ? และได้รับเอกสารตามสิทธิครบถ้วนแล้วยัง ? หรือหากพวกเขาเป็นคนในประเภท ๐๐ ก็ควรอธิบายถึงประโยชน์ที่จะเข้าสู่ช่องทางทางกฎหมายที่ตรงตามสถานะบุคคลของตนเอง ยิ่ง ASEAN กำลังเติบโตอย่างรั้งไม่อยู่ การเป็นคนหมายเลข ๐๐ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่ความไม่รู้สิทธิเท่านั้นที่ทำให้ความเลวร้ายบังเกิดแก่มนุษย์
คำแนะนำประการที่ ๒ : จะต้องพิสูจน์ความเป็นคนสัญชาติไทยของนางซ้าหรือนายสมอย่างไร ?
ในปัจจุบันนี้ ความเป็นคนสัญชาติไทยย่อมเกิดขึ้นใน ๒ สถานการณ์ กล่าวคือ (๑) มีข้อเท็จจริงว่า เป็นคนที่มีสิทธิในสัญชาติไทย และยังไม่เสียไป หรือ (๒) มีข้อเท็จจริงว่า เป็นคนที่มีสิทธิในสัญชาติไทย และเสียไปไปแล้ว แต่ได้กลับคืนมาแล้ว
ส่วนข้อเท็จจริงที่ฟังได้ว่า บุคคลธรรมดาใดจะย่อมมีสิทธิในสัญชาติไทยได้มีอยู่ถึง ๑๗ ประการ[1] ดังนั้น การจัดการปัญหาความไร้สัญชาติของนายสมและครอบครัวจึงเป็นไปได้ ขอเพียงเรามีความชัดเจนในข้อเท็จจริงที่นำไปสู่สิทธิในสัญชาติ
รอข้อเท็จจริงจากคุณแมวค่ะ ก่อนที่จะมีข้อแนะนำในเรื่องการจัดการเรื่องสิทธิในสัญชาติไทยของนายสมและครอบครัว ......
[1] (๑) เกิดจากบิดาสัญชาติไทย (๒) เกิดจากมารดาสัญชาติไทย (๓) เกิดในประเทศไทยก่อน ๒๖/๒/๒๕๓๕ จากบิดาและมารดาเกิดไทย หรือจากบิดาและมารดาต่างด้าวที่มีสถานะคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทย (๔) เกิดในประเทศไทยก่อน ๒๖/๒/๒๕๓๕ จากบิดาและ/หรือมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองไม่ถาวร (๕) เป็นหญิงที่มีสามีที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นคนสัญชาติไทย (๖) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติภายใต้เงื่อนไขทั่วไป (๗) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของคนที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย (๘) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของคนที่บุพการีได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติหรือกลับคืนสัญชาติไทย (๙) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของคนที่เคยมีสัญชาติไทย (๑๐) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของสามีของผู้มีสัญชาติไทย (๑๑) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของภริยาของผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ (๑๒) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติในขณะที่ยังเป็นผู้เยาว์ (๑๓) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของคนไร้ความสามารถซึ่งผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย (๑๔) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของผู้เยาว์ซึ่งอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์มาไม่น้อยกว่าสิบปี (๑๕) มีข้อเท็จจริงที่อาจมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติของบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีและเป็นผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย (๑๖) มีข้อเท็จจริงที่ทำให้ได้สัญชาติไทยโดยกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสัญชาติ และ (๑๗) มีข้อเท็จจริงที่ทำให้ได้สัญชาติไทยโดยกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของรัฐ
ตามมามารับความรู้จาก Facebook ค่ะอาจารย์ การแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาตินี่ซับซ้อนจริงๆนะคะ และเพราะความซับซ้อนนี้เองทำให้คนที่รู้จริงมีน้อย แก้ไขไม่ถูกจุด จนบางคนปล่อยให้ล่วงเลยจนยากจะแก้ไข หนูเองเพิ่งเจอกรณีแบบนี้เหมือนกันค่ะ มึนตึ๊บ เดี๋ยวถ้ามีเวลาจะทำเคสขอปรึกษาจากอาจารย์ค่ะ
ยินดีค่ะ ติดต่อมาเลยค่ะ