
ภาพ http://images.google.co.th/images?hl
สภาพแวดล้อมด้านหน้าบ้านจะมีลักษณะคล้ายภาพนี้

ภาพ http://images.google.co.th/images?hl
สภาพแวดล้อมด้านข้างทิศตะวันออกจะมีลักษณะคล้ายภาพนี้

ตุ่น
บ้านของตุ่น
วันนี้ยังเปิดอ่านสมุดบันทึกเล่มเก่า ๆ สลับกับการอ่านหนังสือ และคุยกันใน Facebook บ้าง ทำให้ได้มีเรื่องจากบันทึกมาเล่าผ่านบล็อกอีกแล้ว เข้าข่ายเป็นการ Refinance บันทึกหรือเปล่าหนอ
ยามว่าง ฉันมักจะพาเจ้าตัวโปรดทั้ง ๓ ตัวไปเดินเล่นตามป่ารอบ ๆ บ้านพักเสมอ ธรรมชาติจะสดชื่นตอนฤดูฝน ผู้คนจะมาหาเห็ด หาหน่อไม้ หาปูหาปลา หากบ เขียดในแอ่งน้ำ และเก็บผักที่ขึ้นตามธรรมชาติ บางคนแวะมาทักทายดื่มน้ำและเสนอแบ่งปันสิ่งของที่หาได้ให้ฉัน
วันนั้นเป็นฤดูหนาว ฉันไปเดินเล่นในป่าอีกเช่นเคย ฉันได้ยินเสียงขุดและเสียงคนคุยกันจึงเข้าไปตามเสียงนั้น ได้พบเด็ก ๆ กำลังช่วยกันขุดหลุมขนาดใหญ่ เด็ก ๆ บอกฉันว่า "กำลังขุดตุ่น"
ฉันรอจนกว่าเด็กจะได้ตุ่น พวกเขาอธิบายให้ฉันฟังว่า "การหาตุ่นจะต้องหาดูโขยที่มีดินกองพูน ๆ และเป็นดินโขยค่อนข้างใหม่ หากดินโขยเก่า ตุ่นจะลึกและขุดรูไปเรื่อย ๆ อาจเสียเวลาและเสียแรงในการขุด" ความรู้เหล่านี้ได้มาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษสอนไว้ นับเป็นภูมิปัญญาในการทำมาหากิน
หลุมแรก เด็ก ๆ ได้ตุ่นในหลุม ๔ ตัวน่ารักมาก ๆ ฉันคอยลุ้นให้เด็กจับกันเบา ๆ และเขากำลังจะไปขุดหลุมต่อไป ฉันคิดว่าเด็กคงหวงตัวตุ่นของเขามาก จึงไม่กล้าขออุ้ม หลังจากนั้นพวกเขาไปขุดต่อแต่ไม่ได้
ภายหลังเมื่อถามเขาว่าจะเอาตุ่นไปทำอะไร พวกเขาบอกว่าเมื่อไม่พอแบ่งกันพ่อแม่ก็จะเอาตุ่นไปทำห่อหมก ลาบ หรืออ่อมแล้วตักแจกไปตามบ้านของพวกเขา พร้อมกับสาธยายความเอร็ดอร่อยอวดให้ฟังด้วย และบอกว่าหากขายก็ตัวละ ๒๐-๓๐ บาท
ฉันจึงเอ่ยปากขอซื้อบ้าง "บอกว่าจะเอาไปเลี้ยงดูเล่น" แต่เด็กไม่ยอมขายกลัวพ่อแม่ดุว่าให้มาทำมาหากินแล้วไม่ได้ของกินกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นมีรถมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน เด็กคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายมาพร้อมกับพ่อ "ในมือหิ้วกรงไม้ไผ่มาด้วยและมีตุ่น ๒ ตัวอยู่ข้างในเสนอขายพร้อมกรง ๒๐๐ บาท" ฉันเลี้ยงตุ่นคู่นั้นไว้ประมาณ ๑ สัปดาห์ นำกรงตุ่นใส่ท้ายรถกลับบ้านพิษณุโลก เพื่อจะไปหาที่ปล่อยแถวอุทยานแห่งชาติ เมื่อมาถึงด่านก็ถูกเจ้าหน้าซักถาม เมื่อฉันบอกว่า "ซื้อมาเพื่อจะนำไปปล่อย" เขาก็ให้ผ่านไป ตุ่นคู่นั้นถูกปล่อยที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ถ้าออกลูกออกหลานก็คงจะมีพลเมืองตุ่นเพิ่มขึ้นอีกหลายตัว
ขอขอบคุณภาพhttp://images.google.co.th/images?hl
เรื่องของแสงหล้าและตุ่นhttp://school.obec.go.th/phifo/web/story/st25.html
พี่ครูคิมคะ
เพิ่งเห็นว่าตัวตุ่นเล็กๆ นี่น่ารักมากเลยอะค่ะ
อยากเล่นบ้างจัง...ไว้ไปคราวหน้าแวะเล่นตุ่นก่อนดีไหมเนี่ย....
คิดถึงพี่ครูค่ะ
สวัสดีค่ะน้องอิงชาดา ~natadee
ผมเคยกินเมื่อครั้งอยู่เลิงนกทา เขาหมกให้กินอร่อยมากครับ ตอนนี้หายากมากครับ พี่ปล่อยคงเพิ่มปริมาณตุ่นหน้ามนๆ
สวัสดีค่ะ ผอ.พรชัย
สวัสดีค่ะน้องพิชชา
สวัสดีคะ ครูคิม
แล้วการหาตุ่น มีวิธีการหาแบบอื่นไหมคะ
ฟังแล้วหวาดเสียวจังเลยค่ะ
เห็นตาแป๋วๆ นึกสงสาร แต่เค้าก็เกิดมาเพื่อเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
"การหาตุ่นจะต้องหาดูโขยที่มีดินกองพูน ๆ และเป็นดินโขยค่อนข้างใหม่"
บ้านหนูเรียกโขยดิน ว่าขุยดิน อาจมีการเพื้ยนกันเล็กน้อยค่ะ
มีความสุขมากๆนะคะคุณครู
สวัสดีค่ะน้องดอกบัวขาว
สวัสดีค่ะน้องnamsha
สวัสดีค่ะ
พี่คิมมานคร-สุราษฎร์ธานีเมื่อไรคะ กริ๊งกร๊างมาบ้างนะคะ
ด้วยความระลึกถึงค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม
ไม่เคยรู้เลยว่านำตัวตุ่นมาทำอาหารได้หลายอย่าง ไม่ขอทานดีกว่าสงสารเห็นตาแป๋วๆ
ทุกคนสบายดีค่ะ เมื่อวันเสาร์พาน้องตาลไปสอบที่กรุงเทพมา
พี่คิมสบายดีนะคะขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม หนูเคยอ่านแต่ในนิทานค่ะ เพิ่งเจอตัวจริงก็วันนี้เอง
เจ้าตุ๋นน่าสงสารคะ ในนิทานของครูบันเทิง มันถูกเม่นรุกรานค่ะ เข้าไปอยู่ในรูกับมันด้วย
เดี๋ยวค่อยบันทึกให้อ่านน่ะค่ะ แล้วจะรักตุ่นขึ้นอีกเท่าตัวค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวของเจ้าตุ๋นน้อยค่ะ
ตัวตุ่นน่ารักนะค่ะ...ครูปริมปรางไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม..ขอเสนอเมนูเด็ดจากตุ่นค่ะ..แกงคั่วตุ่น..คล้ายแกงอ่อม..แต่เนื้อตุ่นต้องนำไปผัดกับพริกแกงก่อนนะคะ.และขาดไม่ได้ใบจัน กลิ่นฉุนมากใบใหญ่กว่ากระเพราค่ะ ...แซ่บอีหลี..เด้อหล้าเด้อ..555
อ่านไปลุ้นไป..ดีใจที่น้องตุ่นกลับสู่ป่าตามธรรมชาติค่ะ..
เอาภาพ SCB จิตอาสาพาน้องๆไปเที่ยวทะเลมาฝากคลายร้อนค่ะ.
โล่งอก น้องตุ่นน่ารักปลอดภัย
จะโทษคนที่เขาเอาไปกินก็ไม่ได้
ความคิดต่างกัน วิถีชีวิตต่างกัน
สวัสดีคะพี่ครูคิม แวะมาอวยพรปีใหม่ไทยย้อนหลังคะ
สวัสดีค่ะน้องจิ๋วภัทรานิษฐ์
สวัสดีค่ะน้องบุษรา