การพัฒนาตนเองตามทฤษฎีมาสโลว์ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย คือ หาใจตัวเองให้เจอ
ทฤษฎีความต้องการ ๕ ขั้น ของมาสโลว์ เป็นทฤษฎีที่เหมาะสมในการนำมาใช้พัฒนาบุคลากร ด้วยหลักมนุษย์นิยม นั่นคือ จะพัฒนาใคร ต้องมุ่งพัฒนาไปตามความต้องการทั้ง ๕ ขั้น
จะพัฒนาให้คนคิด ก็ต้องพัฒนาคนไปให้ถึงขั้นที่ ๔ เสียก่อนเขาจึงจะคิด
ทีนี้ สำหรับคนที่จะไปพัฒนาคนอื่น ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้อยู่ในขั้นที่ ๔ ด้วย
บันทึกนี้ จะเขียนประเด็นการพัฒนาตัวเองให้อยู่ในขั้นที่ ๔ ก่อนที่จะไปพัฒนาคนอื่น
เพราะขั้นที่ ๔ ที่ดูเหมือนง่ายที่จะเข้าถึง แต่ดูกันลึกๆแล้ว ไม่ง่ายเลยครับ
ขั้นที่ ๔ ของมาสโลว์ คือ ขั้น ความต้องการได้รับได้รับนับถือยกย่อง(Self-Esteem needs) ความต้องการในขั้นนี้ มาสโลว์แยกเป็น ๒ ลักษณะ คือ
๔.๑ ความต้องการนับถือตนเอง(Self-respect) คือ มีความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นในผลสัมฤทธิ์และความสามารถในตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น
๔.๒ ความต้องการได้รับการยกย่องนับถือจากผู้อื่น(esteem from others) คือ ความต้องการเกียรติยศ ได้รับการยกย่อง ได้รับการยอมรับ ได้รับความสนใจ จากผู้อื่น ต้องการมีชื่อเสียง
สำหรับความต้องการได้รับการนับถือยกย่องทั้ง ๒ ลักษณะ นักจิตวิทยามองว่าขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม นั่นคือ
ในสังคมตะวันตก ซึ่งเน้นความเป็นปัจเจกชน จะมีความสุขจากความต้องการนับถือตนเอง
ขณะที่สังคมตะวันออกเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมแบบชุมชน จะมีความสุขจากการได้รับการยอมรับจากคนอื่น
ปัญหาของการสร้างความภาคภูมิใจของสังคมไทย จึงอยู่ที่ตรงนี้ครับ นั่นคือ การมีความภาคภูมิใจด้วยการยอมรับจากคนอื่น
ที่ว่าเป็นปัญหา เพราะสังคมไทย เป็นสังคมที่ไม่ค่อยยอมรับการกระทำของคนอื่นครับ แม้จะทำดีเพียงใดก็ไม่ยอมรับ (ทั้งๆที่ใจจริงอาจจะยอมรับ)
ขณะเดียวกัน หลายๆคน ก็มุ่งจะปรารถนาหาความสุขด้วยการแสวงหาการยอมรับจากคนอื่น จึงจะมีความสุขได้ ซึ่งเป็นความสุขที่เหมือนยากและห่างไกล เพราะในสังคมไทย ทำดีไปเท่าไร ก็ไม่มีใครยอมรับ
ดังนั้น ถ้าจะมีความภาคภูมิใจให้ได้ในสังคมไทย คงจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ไปเป็นการสร้างความภาคภูมิใจด้วยการนับถือตัวเอง
ใครจะยอมรับเราหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอให้เรายอมรับตัวเอง ก็เป็นความภาคภูมิใจของเราแล้ว ดังบทกวีของ จอร์ช ซังค์ นักเขียนสตรีชาวฝรั่งเศส ที่ว่า
“คนเรามีความสุขจากผลการกระทำของตัวเราเอง
เมื่อเรารู้จักสูตรปรับปรุงสำหรับความสุขรสนิยมเรียบง่าย
การมีความกล้าหาญระดับหนึ่ง
การควบคุมตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
การรักการทำงาน
และที่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การมีมโนธรรมที่แจ่มชัด
ความสุขไม่ใช่ความฝันแบบเลือนราง
มันคือสิ่งที่ฉันกำลังรู้สึกอย่างชัดเจนอยู่ในขณะนี้”
ครับ ความภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่ต้องไปหาที่ไหนให้ใครยอมรับ อยู่ในตัวเรานี่เองครับ
หาตัวเองให้เจอ หาความรู้ความสามารถของตัวเองให้เจอ แล้วลงมือทำตามความรู้ความสามารถของตัวเอง เสร็จแล้วก็ชื่นชมผลงานของตัวเอง โดยไม่ต้องไปหวังคำชมจากใคร ไม่ต้องไปแสวงหาการยอมรับจากใคร
หาตัวเองเจอ หาความสามารถตัวเองเจอ ก็หาใจตัวเองเจอครับ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข
มาปรบมือให้เจ้าของบันทึกค่ะ แปะ ๆ ๆๆๆๆๆ ...^__^...
ท้อได้แต่อย่าถอยค่ะท่าน คติเตือนใจของหมูจ๋า สิ่งที่หาเจอคืออยากเป็นครูจริงๆเสียทีค่ะท่าน ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสหรือเปล่า ตราบใดที่ความหวังและกำลังใจไม่มีวันหมดก็พยายามค่อไปค่ะท่าน ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
"หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข"
เหมือนเคยได้ยินจากเพลงของคาราบาวสักเพลง
เพลงอะไรน้า??????
ดีมากเลยครับ สำหรับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาให้กำลังใจ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมชม
เพลง "ทะเลใจ" ของ คาราบาว ครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ อ.small man
"หาความรู้ความสามารถของตัวเองให้เจอ"หาความรู้สึกมาตัดสินเพื่อความสุขค่ะ
ขอบคุณบันทึกโดนใจค่ะ
อ่านแล้ว มีกำลังใจในการทำงานขึ้นเยอะเลย
ขอบคุณคะ