ข้าราชการในสำนักงานฯ มีกลุ่มของคนพื้นที่  กลุ่มของคนเดินทางไปกลับและกลุ่มของคนมาพักอาศัยบ้านหลวง  แต่พวกเราอยู่ห้องเล็ก ๆ แม้แต่หัวหน้าการก็นั่งรวมอยู่ห้องเดียวกัน เพียงแต่จัดให้เป็นสัดส่วนว่าเป็นโต๊ะทำงานของ"หัวหน้า"

          ครูวิโรจน์ มีครอบครัวอยู่ที่บ้านนาเสียว  ท่านทำหน้าที่การเงินของสำนักงาน  เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มเบิกบานอยู่ตลอดเวลา  พวกเราชอบพากันไปทานข้าวหรือไปทำกิจกรรมที่บ้านครูวิโรจน์เสมอ  โดยเฉพาะฉันมีความสนิทสนมกับพี่นาง ภรรยาของท่านเป็นอย่างมาก 

        ปลายฤดูหนาวมีการจับปลา  วิดปลาออกจากบ่อ  เป็นที่สนุกสนานมาก  พี่น้องชาวบ้านต่างมาช่วยกันหาปลา  คัดแยกปลาเล็กและปลาใหญ่ออกจากกัน ตัวไหนเป็น ๆ ก็นำไปขังในโอ่ง 

        ปลาช่อนตัวเขื่อง ๆ  นำมาทาเกลือแลพอกด้วยดินเหนียวทั้งตัวแล้วนำไปเผาไฟ  รอให้ปลาสุกจึงนำมาแกะดินและเกล็ดปลาออก  เหลือแต่เนื้อปลาสุกสีเหลืองกลิ่นหอม  พร้อมกับส้มตำ แจ่วปลาร้าและผักสดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติทุกชนิดที่จำได้คือยอดผักกระโดนและยอดชะมวง

        เมื่อถึงหน้าทำนา  ที่บ้านครูวิโรจน์ทำนาฉันก็ไปเป็นกำลังใจให้ผู้คนดำนา  ฉันนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเคียงนาลมพัดเย็นชื่นใจมาก  ได้ทราบว่าไม่มีการจ้างแต่เป็นการเอาแรงหรือลงแขก  ผู้คนไม่มีเหน็ดเหนื่อยหยอกล้อ คุยกันสนุกสนาน 

        วันหนึ่งนั้น ..  ก่อนที่จะดำนามีการไป"ซ้อนฮวก" ฉันยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร เห็นผู้คนลงไปวิ่งไล่และโห่อยู่ในนาที่ยังไม่มีต้นข้าว แต่มีน้ำขังและดินโคลน  ฉันนึกสนุกจึงลงไปลุยโคลนกับพวกเขาบ้าง  โดยมีตาข่ายผืนยาวเท่า ๆ กับบิ้งนา  มีคนจับหัวและท้ายลากข่ายลุยกลับไปกลับมาในนา  แล้วยกข่ายออกมาวางที่คันนาเลือกจับลูกอ็อดกบ "ฮวก" มาใส่กระถาง

http://www.google.co.th/imglanding?q=

        ก่อนที่จะลงไปลากข่ายหรือซ้อนฮวกนั้น  ชาวบ้านเขามีความชำนาญในการไปสำรวจดูก่อนว่า  ตรงไหนมีฮวกกบหรือฮวกเขียด  เพราะฮวกเขียดตัวสีดำและเล็กกว่าไม่นิยมรับประทานแต่ถ้าไม่มีเขาก็อาจจับฮวกเขียดได้เหมือนกัน 

        เขานำตัวฮวกขึ้นมาล้างทำความสะอาดและบีบท้องฮวก เอากระเพาะทิ้ง  แล้วนำฮวกไปอ่อม หมก หรือแกงใส่หน่อไม้ดอง แบบนี้ฉันไม่คิดลองตั้งแต่แรกเห็นตัวฮวกแล้ว แต่ไม่ได้ความแสดงรังเกียจ ทำท่าจิ้ม ๆ จุ่ม ๆ และทานอย่างอื่นแทน  แม้แต่ครูวิโรจน์หรือพี่นางจะพูดเกี่ยวกับสุดยอดอาหารจากฮวกว่า "ใครไม่ทานเสียชาติเกิด" ก็ตาม 

       อาหารที่ฉันลองมาแล้วทุกอย่าง  เพียงเพื่อ "การสร้างมิตรภาพ" อยากทำตัวผสมกลมกลืนกับชาวเมืองที่เราไปใช้ชีวิตร่วม  เมื่อผ่านไปแล้วก็ไม่เคยโหยหาว่าจะต้องหามาทานอีก ผ่านแล้วก็ผ่านไปและได้ประสบการณ์ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยทานแบบนั้นแบบนี้

อาหารจากฮวก

          โจทย์..เรื่องการทานฮวก  ติดตัวฉันตลอดมา  เมื่อกลับมาที่โรงเรียนทำให้ทราบว่าคนพื้นถิ่นนครไทยกลุ่มหนึ่งนิยมทานฮวกเป็นอาหาร  จึงได้ให้ข้อคิดกับครูผู้สอนสังคมศึกษาและครูวิทยาศาสตร์สร้างความตระหนักแก่นักเรียน  จึงเกิดโครงงานเล็ก ๆของนักเรียนชั้นประถมศึกษาเรื่อง"ฉันเป็นแค่ลูก" มีสาระเนื้อหาควรให้ความเมตตา ดูแลและอนุรักษ์ลูกอ็อด และโครงงานนักเรียนชั้นมัธยม"ลูกอ็อด" มีสาระเนื้อหาคล้ายกัน 

        กว่าเด็กพวกนี้จะเติบโตและมีสำนึกดีในการดำรงชีวิต  ไม่แน่ใจว่า "ลูกอ็อดหรือฮวก" จะหลงเหลือให้เด็ก เหล่านี้ได้อนุรักษ์หรือไม่