ไปเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลเรวดีนนทบุรี เมื่อ 22 มิถุนายน เพื่อตรวจติดตามและประเมินตามระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ซึ่งโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนระดับปฐมวัย มีนักเรียนไม่ถึง 100 คน แม้พื้นที่จะคับแคบแต่ก็ดูทั้งครูและนักเรียนมีความสุขดี เข้าทำนอง “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” ผู้ปกครองก็ไว้วางใจส่งบุตรหลานเข้าเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี เพียงแต่โรงเรียนมีความจำกัดเรื่องพื้นทีจึงรับได้เพียงเท่านี้
ด้วยเครดิตที่ผ่านการประเมินเป็นโรงเรียนรับรางวัลพระราชทานระดับเขตตรวจราชการ และความพยายามใช้ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานฯด้านปฐมวัยเป็นตัวตั้งทำให้โรงเรียนมีการดำเนินการตามระบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อมูลทั้งอิงเกณฑ์และอิงสถานศึกษาตามมาตรฐานและตัวชี้วัดแต่ละตัวที่ค่อนข้างครบถ้วน ตามปกติในการประเมินทั้งภายในและภายนอกเราจะมีเกณฑ์ประเมินคุณภาพ แต่ละตัวบ่งชี้ ซึ่งมีรายละเอียดเกณฑ์การประเมินในเชิงปริมาณแต่ละข้อในแต่ละตัวบ่งชี้เป็นค่า “ร้อยละ” ซึ่งที่จริงโรงเรียนจะต้องประเมินตนเองให้ได้ค่าร้อยละทุกเกณฑ์ แล้วเฉลี่ยออกมาเป็นค่าร้อยละแต่ละตัวบ่งชี้ ซึ่งผู้ประเมินจะได้พิจารณาจากข้อมูลเชิงปริมาณ 3 ประเภท คือ
1. ค่าที่เป็นจริง(Exact) ซึ่งดูจากสถิติของสถานศึกษาที่มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เช่นสถิติน้ำหนัก ส่วนสูง เป็นต้น
2. ค่าที่ประมาณได้ (Approximation)จากการพิจารณาค่าที่ต้องการใช้สถิติเทียบเคียงประกอบกับการสังเกต เช่น การมาเรียนทันเวลา มารยาทในเรื่องต่างๆ เป็นต้น
3. ค่าที่คาดเดา (Guesstimation)ซึ่งได้จากการสังเกตของผู้ประเมินอย่างน้อย 2 คน มาพิจารณาร่วมกัน เช่น การร่วมทำกิจกรรม ความรับผิดชอบ เป็นต้น ที่จริงเราอยากได้ค่าตามข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2 ก็ถือว่าใช้ได้ แต่โรงเรียนไม่ค่อยมีข้อมูลเหล่านี้ ผู้ประเมินจึงต้องใช้ค่าข้อที่ 3 ซึ่งพอยอมรับได้ในการประเมินรอบแรก แต่รอบต่อๆไปควรพัฒนาระบบประกันคุณภาพให้ได้ข้อมูลในข้อ 1 หรือ 2 ให้ได้ ซึ่งขณะนี้ โรงเรียนอนุบาลเรวดีนนทบุรี เริ่มมีข้อมูลตามข้อ 1 และ 2 เพื่อรับประเมินแล้ว ซึ่งก็จะนำไปสู่การประเมินที่อิงเกณฑ์ และอิงสถานศึกษาที่น่าเชื่อถือมากขึ้น และมีแนวโน้มให้เห็นถึงความยั่งยืนในการพัฒนาตามวงจร PDCAอย่างต่อเนื่องด้วย
ประกันคุณภาพภายในที่อนุบาลเรวดีนนทบุรี
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น