อย่างที่เล่าให้ฟังในตอนที่แล้วว่าก่อนจะไปเรียนหลักสูตรนี้ ผู้เรียนต้องทำการบ้าน (Pre-session Assignment) ให้เสร็จเรียบร้อยตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งรวมถึงต้องอ่านบทความที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วย บทความที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้อ่านล่วงหน้ามีเพียง 3-4 บทความ และเป็นบทความที่ไม่ยาวนักแต่น่าสนใจมาก ในแง่ของแนวความคิด ส่วนที่เหลืออีกมากมายต้องไปอ่านตอนที่เรียนที่อเมริกาครับ
บทความเหล่านี้ผมได้อ่านเรียบร้อยแล้ว คิดว่าน่าจะทะยอยนำมาเผยแพร่ใน Blog เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้สำหรับผู้สนใจใคร่รู้เกี่ยวกับการบริหาร (Management) ไม่ว่าจะเป็นการบริหารธุรกิจหรือการบริหารภาครัฐ แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าการเรียนในหลักสูตรดังกล่าวเป็นการศึกษาใน Business School เนื้อหาส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่การบริหารธุรกิจมากกว่า แต่ก็สามาถนำมาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้
สำหรับบทความแรกที่ผมอยากนำเสนอเขียนโดย Professor William G. Pietersen จาก Columbia Business School เรื่อง Strategy in Search of a Method ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนมีนาคม 2548
ในบทความนี้จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน คือ
1. กลยุทธ์คืออะไร? (What is strategy?)
2. กลยุทธ์มีบทบาทอย่างในองค์การ? (What is the role of strategy in an organization?)
3. วิธีการกำหนดกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือวิธีใด? (What is the best method for creating strategy?)
ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกับคำว่า Strategy ก่อนว่า ในบทความนี้จะใช้คำว่า “กลยุทธ์” เนื่องจากเป็นระดับบริษัท ซึ่งบางท่านอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “ยุทธศาสตร์” ซึ่งเป็นระดับมหภาคมากกว่า
1. กลยุทธ์คืออะไร
ในบทความนี้ระบุว่า องค์การต้องมีกลยุทธ์เนื่องจากองค์การมีทรัพยากรจำกัด ความจำกัดของทรัพยากรเป็นแรงผลักดันให้องค์การต้องสร้างทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดนั้นเพื่อทำให้องค์การมีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Competitive Advantage) ดังนั้น คำว่า “กลยุทธ์” จึงสามารถอธิบายแบบง่ายๆได้ว่า เป็นผลรวมของทางเลือกขององค์การที่กำหนดว่าจุดไหนที่องค์การจะสามารถแข่งขันได้ และจะสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าเพื่อตอบสนองแก่ลูกค้าได้อย่างไร รวมทั้งจะสร้างผลกำไรที่เหนือกว่าให้แก่องค์การได้อย่างไร ฉะนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดจะทำให้องค์การสามารถประสบชัยชนะได้
2. กลยุทธ์มีบทบาทอย่างไรในองค์การ?
ผู้เขียนระบุว่า ในโลกแห่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ หากองค์การ (บริษัท)ใดพยายามที่จะเข้าไปแข่งขันในทุกตลาดโดยไม่มีเป้าหมายหรือทิศทางที่ชัดเจน ในที่สุดองค์การนั้นก็จะค่อยๆผลาญทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นให้หมดลงไปเรื่อยๆและจะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันได้ในที่สุด ฉะนั้น บทบาทหลักของกลยุทธ์จึงอยู่ที่การทำให้องค์การมีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจนพร้อมที่จะประสบความสำเร็จในการแข่งขันได้ นอกจากนั้น กลยุทธ์ยังเป็นจุดรวมของจิตวิญญาณของผู้นำองค์การกับพนักงานที่จะมีเป้าหมายร่วมกันที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแข่งขันขององค์การ กลยุทธ์และภาวะผู้นำจึงมีความสัมพันธ์และมีความสำคัญซึ่งกันและกันอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ ทำให้เกิดคำสำคัญเกิดขึ้นมา คือ คำว่า Strategic Leadership
นอกจากนั้น “กลยุทธ์” ยังเกี่ยวข้องกับ “การวางแผน” อีกด้วย โดยมีการกำหนดคำว่า “Strategic Planning” ขึ้นมา อย่างไรก็ตามทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยคำว่า “กลยุทธ์” เป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิด ในขณะที่ “การวางแผน” เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเลข งบประมาณ และโลจิสติกส์ อธิบายได้ด้วยตัวอย่างง่ายๆว่า “กลยุทธ์” กำหนดว่าจะวางรางรถไฟที่ไหน ในขณะที่ “การวางแผน” กำหนดว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้รถไฟวิ่งตรงตามเวลา การนำทั้งสองสิ่งเข้ามาอยู่ในกระบวนการเดียวกันจึงเป็นสิ่งที่อาจจะทำให้เข้าใจได้ยาก แต่ตามหลักแล้ว องค์การจะเริ่มจาก “กลยุทธ์” แล้วจึงตามด้วย “การวางแผน”
3. วิธีการกำหนดกลยุทธ์ที่ดีที่สุด
ปัจจุบันยังมีการถกเถียงกันอยู่ระหว่างผู้รู้ทั้งหลายถึงวิธีการกำหนดกลยุทธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าวิธีการหรือแนวคิดใดถูกต้องหรือดีที่สุด อย่างไรก็ตาม มีเกณฑ์ในการพิจารณาวิธีการต่างๆอยู่ 4 เกณฑ์ คือ
-ในแง่หลักการทางธุรกิจ มีความน่าสนใจแค่ไหน
- มีความง่ายเพียงพอสำหรับทุกคนที่จะเข้าใจหรือนำไปใช้ได้หรือไม่
- สามารถให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องหรือไม่
- ให้เครื่องมือในทางปฏิบัติที่จะนำไปใช้ทำงานให้สำเร็จหรือไม่
จากเกณฑ์ในการพิจารณาดังกล่าว พบว่ามีสำนักทางความคิดในการกำหนดกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอยู่ 4 สำนักความคิด โดยแต่ละสำนักความคิดก็ล้วนมีสมมุติฐานและแนวความคิดเป็นของตนเอง ซึ่งแต่ละสำนักความคิดก็มีทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป สำนักความคิดดังกล่าว ได้แก่
- สำนักความคิดด้านทรัพยากร (The Resources School)
- สำนักความคิดด้านนวัตกรรม (The Innovation School)
- สำนักความคิดด้านการกำหนดตำแหน่ง (The Positioning School)
- สำนักความคิดด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ (The Learning Organization School)
แต่ละสำนักความคิดจะมีแนวคิดอย่างไร มีจุดแข็งและข้อจำกัดอย่างไร แนวคิดไหนดีที่สุด และศาสตราจารย์ผู้เขียนบทความนี้ท่านมีความเห็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป (แหม!!! เหมือนละครน้ำเน่าบ้านเราเลยแฮะ)
ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีปีใหม่ไทย53
รออ่านตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณและดีใจที่มีคนรออ่านครับ
มาติดตามตอนที่ 3 ค่ะ :)
พอจะเข้าใจเรื่องกลยุทธิ์มากขึ้นเรื่อย ๆ และท่านผอ.ได้กรุณาเสริมประสบการณ์ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ที่เชื่อมโยงอย่างลงตัวเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ๆ กับการทำงาน