คำอธิบายในเชิงพฤติกรรมนี้ ข้าพเจ้าได้เคยเสนอเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อประกอบการพิจารณาในการยกร่างประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก่อนเสนอ อกพ.กรม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๙ และก่อนที่จะโอนย้ายออกจาก สคบ.
คำอธิบายพร้อมด้วยมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมนี้ ได้รับความเห็นชอบร่วมกันในประชาคม สคบ. จึงได้นำมาบันทึกไว้ในที่นี้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม และของข้าพเจ้าในฐานะผู้ร่าง เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง ระดับต้น และข้าราชการรุ่นหลังไว้อ้างอิง เนื่องจากเกรงว่าพวกเราจะลืมในสิ่งที่พวกเราเคยตกลงร่วมกันมา โดยเฉพาะจุดยืนร่วมกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง สคบ. เจ้าหน้าที่ สคบ.กับผู้ประกอบธุรกิจ ที่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ทุกระดับจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและจะต้องแสดงให้สาธารณะได้เห็นเป็นที่ประจักษ์
สิ่งหนึ่งที่สำคัญและอยู่ในใจของข้าพเจ้าที่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งและยอมรับร่วมกันในเหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงขณะนั้นตามข้อเสนอของข้าพเจ้า และได้เวียนแจ้งไปยังประชาคม สคบ.โดยทั่วกัน (แต่จะสนใจหรือใส่ใจกันหรือไม่ยังน่าสงสัย) คือ การรับของขวัญกำนัลแม้จะเป็นไปตามธรรมเนียมประเพณี เช่น ในวันปีใหม่ เป็นต้น ก็ตาม และการรับการสนับสนุนการเดินทางไปต่างประเทศจากผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งสองพฤติกรรมนี้ องค์กรที่ทำหน้าที่คุ้มครองประโยชน์แก่ผู้บริโภคจะต้องหลีกเลี่ยง ยิ่งไปกว่าหน่วยงานใด ๆ
หวังว่าผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และระดับต้นที่กำลังจะก้าวสูงผุ้บริหาระดับกลางคงจำกันได้ เพราะเราเคยตกลงและเห็นพ้องต้องกัน และตราออกมาเป็นมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และหากจะถ่ายทอดแนวปฏิบัตินี้สู่ระดับตัวบุคคลรุ่นหลังหรือข้าราชการใหม่ได้ ก็จะถือเป็นเป็นการกระทำความดีให้แก่พ่อหลวงของพวกเรานั่นนเอง
---------------------------------
มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค:
คำอธิบายในเชิงพฤติกรรม
โดย อัครพงษ์ เวชยานนท์
ผู้อำนวยการส่วนกฎหมาย สำนักกฎหมายและคดี สคบ.
-----------------
โดยที่พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ให้ความหมายไว้ว่า “มาตรฐาน” คือ สิ่งที่ถือเอาเป็นหลักสำหรับเทียบกำหนด
“คุณธรรม” คือ สภาพคุณงามความดี
“จริยธรรม”คือ ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม
ดังนั้น “มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ” จึงหมายถึง สิ่งที่ถือเอาเป็นหลักสำหรับเทียบกำหนดสภาพคุณงามความดีและข้อประพฤติปฏิบัติหรือศีลธรรมที่สอดคล้องกับความถูกต้องดีงามของหน่วยงานนั้น ๆ
ฉะนั้น การจัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนี้ จึงได้นำค่านิยมสร้างสรรค์ ๕ ประการ ซึ่งคณะอนุกรรมการปรับปรุงวัฒนธรรมและค่านิยมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้กำหนดขึ้น ได้แก่ “มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน” “ซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบ” “ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความถูกต้อง และเที่ยงธรรม” “การให้บริการที่ดี” และ “เรียนรู้และพัฒนา” ซึ่งถือว่า เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ โดยการจัดวางระเบียบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน เพื่อเป็นกรอบแห่งความประพฤติปฏิบัติร่วมกัน ซึ่ง อ.ก.พ.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติเห็นชอบแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดังกล่าว ได้กำหนดไว้ในเชิงพฤติกรรมก็ตาม แต่ภายใต้บริบทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีอัตลักษณ์เฉพาะ โดยที่ในแต่ะละองค์กรมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีคำอธิบายพร้อมตัวอย่างในเชิงพฤติกรรมประกอบเพื่อความเข้าใจและสร้างความรู้สึกร่วมกันของสมาชิกในองค์กร เพื่อให้สามารถชี้วัดได้ในเชิงคุณค่า
ลักษณะโดยเนื้อหาของหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจหลักในการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนนั้น ควรจะต้องมีลักษณะเฉพาะของความน่าเชื่อถือต่อสังคมและประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในกรณีที่มีข้อพิพาทกับผู้ประกอบธุรกิจ ดังนั้น หน่วยงานของรัฐใด ๆ ในลักษณะนี้พึงจะต้องสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อสังคมและประชาชนซึ่งนอกจากบุคลากรภายในหน่วยงานทุกคนจะต้องดำรงตนด้วยความเหมาะสมแล้ว จะต้องแสดงตนให้แก่สังคมและประชาชนได้รับทราบด้วยว่าตนในแต่ละคนมีความประพฤติในลักษณะเช่นนั้นจริงเป็นที่ประจักษ์ด้วย
ดังนั้น สิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคคาดหวังให้สำนักงานฯ มีความใสสะอาด ได้รับความยกย่องสรรเสริญและความน่าเชื่อถือจากสังคมและประชาชน นอกจากบุคคลากรภายในองค์กรควรจะปฏิบัติตนในกรอบแห่งจรรยาบรรณข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในลักษณะ “โดยทั่วไป” ดังกล่าวแล้ว บุคคลเหล่านั้นพึงจะต้องสร้างค่านิยมปฏิบัติในรายละเอียด “ลักษณะเฉพาะ”ในการปฏิบัติหน้าที่ภายในหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจเช่นว่านั้นให้ลึกลงไปกว่าที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิให้กระทำหรือให้กระทำได้ในปริมาณหรือจำนวนที่จำกัด (เช่น เกี่ยวกับการรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใด เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น) ในลักษณะที่จะต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อความรู้สึกของประชาชนในฐานะผู้บริโภค โดยได้นำค่านิยมสร้างสรรค์ค์ดังกล่าวมาจัดลำดับใหม่พร้อมทั้งข้อพึงปฏิบัติในเชิงพฤติกรรม ดังนี้
“ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความถูกต้อง และเที่ยงธรรม”
ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานฯ พึงกล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตั้งมั่นในการทำความดี กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ทั้งนี้ อยู่บนพื้นฐานของความสุจริต รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลใด ๆ
“ซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบ”
ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานฯ พึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อตรง พึงไม่รับสิ่งของหรือประโยชน์ใด ๆ ตอบแทนโดยเสน่หาจากผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ "ในทุกโอกาส" ไม่ว่าจะโดยอัธยาศัยสมาคมหรือเทศกาลจารีตประเพณี ทั้งนี้ โดยพึงชี้แจงถึงบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจในฐานะผู้รับบริการเข้าใจในหน้าที่ของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้าง และพึงเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้ร่วมงานและสังคมภายนอก ไม่ปฏิบัติตนไปตามกระแสแห่งการบริโภคนิยม ทั้งนี้ ให้พึงตระหนักว่า การรับของขวัญหรือประโยชน์อื่นใดจากประชาชนหรือผู้ประกอบธุรกิจตามประเพณีจะสร้างความเคยตัว เกิดความอยากได้ และอยากเรียกร้องในที่สุด นอกจากนี้ ความฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ และไม่ประหยัด อันเนื่องมาจากกระแสบริโภคนิยมหรือวัตถุนิยม อาจเป็นสาเหตุแห่งการทุจริตหรือประพฤติมิชอบโดยพฤติกรรมการให้และการรับดังกล่าวนี้ ทั้งนี้ ให้ถือเป็นหน้าที่ของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างทุกคนในสำนักงานฯ จะต้องชี้แนะ แนะนำ อธิบาย ถึงบทบาทหน้าที่ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และควรคืนสิ่งของเหล่านั้นไปโดยความสุภาพและด้วยความเข้าใจทั้งสองฝ่าย
“การให้บริการที่ดี”
ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานฯ พึงให้บริการที่ดี รวดเร็ว ถูกต้องและครบถ้วนตามมาตรฐานวิชาชีพด้วยอัธยาศัยไม่ตรีที่ดีงามอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ประชาชนเสมือนหนึ่งเป็นลูกค้าผู้รับบริการ และเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนต่อการรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ
“มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน”
ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานฯ พึงทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด เกิดผลดีต่อหน่วยงานและส่วนรวม ทั้งนี้ โดยใช้ทรัพยากรของทางราชการให้คุ้มค่าเสมือนหนึ่งการใช้ทรัพยากรของตนเอง โดยได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายและคุ้มค่า ทั้งในส่วนของการใช้เงินและใช้เวลา โดยประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเป้าหมายและเนื้อหาสาระของงานที่ตรงกัน ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบไม่ประมาท รักษาผลประโยชน์ให้แก่หน่วยงานอย่างเต็มความสามารถ คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดมีประสิทธิภาพประสิทธิผล และโดยไม่ยึดติดกับกฎ ระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน แต่มุ่งเป้าหมายขององค์กร โดยมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมว่าการทำงานนั้น ๆ บรรลุเป้าหมายหรือไม่โดยมีการติดตามผลเป็นระยะ ๆ
“เรียนรู้และพัฒนา”
ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานฯ พึงสร้างนิสัยรักการเรียนรู้และพึงถือเป็นหน้าที่ของตนในการเข้ารับการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาศักยภาพ ความรู้และวิสัยทัศน์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและทักษะของตนเองให้เกิดประโยชน์แก่สำนักงานและประชาชน ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาการสร้างวัฒนธรรมการทำงานใหม่ให้แก่เจ้าหน้าที่
ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่หวังไว้ว่าเป็น “คุณธรรมและจริยธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ต่อประชาชนในการอำนวยความเป็นธรรม” ซึ่งได้แสดงถึงพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงความ“ซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบ” “ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง และเที่ยงธรรม” และ “การให้บริการที่ดี” เป็นตัวอย่างในเชิงพฤติกรรมนำไปปฏิบัติ อันเป็นสิ่งที่จะทำให้สำนักงานฯ และหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศไทยใสสะอาด และจะต้องเสริมสร้างพฤติกรรมให้ตกผลึกในสำนักงานฯ และระบบราชการ และเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างและสั่งสมให้เกิดเป็นจิตวิญญาณร่วมกันและวัฒนธรรมขององค์กร ด้วยมาตรการทางการบริหาร
----------------------
อ้างอิง
- http://www.fact.or.th/th/trans_new2.htm
- แผนกลยุทธ์ “หน่วยงานใสสะอาด” สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๑
http://www.ocpb.go.th/board_post.asp?id=3286&idsub=9
นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น แต่ยังไม่เห็น
สุดท้าย ก็เป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียว และสูญหายไปเรียบร้อยแล้ว
"ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ข้อ ๖ ข้าราชการต้องละเว้นจากการแสวงประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ และไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้ (๑) ไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือยอมให้ผู้อื่นเรียก รับ หรือยอมจะรับซึ่งของขวัญแทนตนหรือญาติของตน ไม่ว่าก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยา หรือเป็นการให้ตามประเพณีหรือให้แก่บุคคลทั่วไป ฯลฯ" การรับบริการพาทัวร์ต่างประเทศทุกปีโดยมีการแจกพ๊อกเก็ตมันนี่จากผู้ประกอบธุรกิจนั้น อย่าไปตึความว่าเป็นการให้ตามประเพณี
งานคุ้มครองผู้บริโภคในทุก ๆ ปี และไม่ว่ากิจกรรมใด เช่น งานปีใหม่ หรือที่คล้ายกัน อยากให้ สคบ.เลิกเสียที่จะขอรับการสนับสนุนจากผู้ประกอบธุรกิจ อย่างน้อยเพื่อความสง่างามหากไม่มองในแง่จริยธรรมจรรยาบรรณ ข้าพเจ้าเคยถามหน่วยงานของรัฐด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในต่างประเทศประเทศหนึ่ง และจากการสังเกตุประเทศต่าง ๆ ได้รับคำตอบว่าไม่รับและไม่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินหรืออื่นใดจากผู้ประกอบธุรกิจ เรื่องนี้ เป็นจรรยาบรรณวิชาชีพหรือจรรยาบรรณองค์กร แล้วระดับจริยธรรมขององค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยนั้นมีหรือไม่ หรือหายไปไหน เรื่องนี้ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเมื่อพ้นหน้าที่แล้วไปรับทำหน้าที่ที่ปรึกษาผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ต่าง ๆ แล้วพยายามที่จะกลับมาเป็นกรรมการในองค์กรนั้น ๆ ตรงนี้ ก็เป็นจรรยาบรรณมโนสำนึกอีกเช่นกันว่าท่านเหล่านั้น จุดยืนจะอยู่ตรงไหน หรือกลับเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ใด
สังคมและภาคประชาชนควรตรวจสอบและแซงค์ชั่นแม้ว่ากฎหมายจะเอาผิดไม่ง่ายก็ตาม