พอได้กลิ่นเล็บมือนางทีไร จะทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคำว่า "บ้าน" บ้านอันร่มรื่นที่เป็นเหมือนจุดกำเนิดหล่อหลอมให้ข้าพเจ้าเป็นเช่นทุกวันนี้
ยามเช้าของเดือนเมษา เดือนที่ร้อนที่สุดในรอบปี สายลมได้พัดพากลิ่นหอม...กลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ อันคุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเยาว์ ข้าพเจ้าหลับตาทบทวนความทรงจำถึงกลิ่นที่แทรกมากับสายลม เป็นกลิ่นของเจ้าดอกเล็บมือนางนี่เอง ที่โชยมาทักทายข้าพเจ้า ราวกับมิตรเก่าที่ห่างหายไปนานแล้วกลับมาพบกันอีกครั้ง

ที่บ้านของข้าพเจ้าปลูกต้นเล็บมือนางมากว่าสิบปีแล้ว บางปีทำเป็นซุ้มให้ข้าพเจ้าและน้องได้ใช้สมมติเป็นบ้านเล็กๆ เล่นขายของ บางปีก็ตัดให้เป็นพุ่ม (แต่ไม่นานเค้าก็เลื้อยยาวระเกะระกะตามธรรมชาติ) บ้างก็เคยถูกตัดเหลือแต่ตอ เนื่องจากคุณแม่เห็นงูเขียวและรู้สึกว่าเจ้าเล็บมือนางต้นนี้ทำให้บริเวณบ้านดูรก...แต่จนแล้วจนรอด เค้าก็สามารถรอดชีวิตจนยืดหยัดแตกพุ่มออกดอกพราวเต็มต้นจนทุกวันนี้

ซุ้มเล็บมือนางรกๆ ที่รั้วหน้าบ้านของข้าพเจ้า
ห้องนอนของข้าพเจ้าอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกของบ้าน (นับเป็นที่ตั้งที่ดีที่สุด อิอิ) ยามค่ำคืนและรุ่งเช้า เมื่อใดที่ดอกเล็บมือนางออกดอก สายลมจะพัดพากลิ่นหอมอ่อนๆ เข้ามาทางหน้าต่างเสมอๆ ข้าพเจ้าสังเกตว่ากลิ่นหอมของเจ้าดอกเล็บมือนางนี้จะหอมแรงในช่วงที่อากาศเย็น เช่นตอนกลางคืนและรุ่งเช้า ส่วนตอนบ่ายจัดๆ ที่อากาศร้อนนั้น กลิ่นหอมจะลดลง
ในวันพักผ่อน ข้าพเจ้าชอบนั่งเล่นที่ระเบียง ชื่นชมกับความงามของต้นไม้ ใบไม้สีเขียว ดอกไม้เล็กๆ ในบริเวณบ้าน และเพลิดเพลินกับเสียงนกร้อง สิ่งเหล่านี้สร้างความสุขให้กับข้าพเจ้าได้เสมอๆ ที่บ้านมักจะมีนกกางเขนคู่บินมาเกาะที่ริมบ่อน้ำ ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว น่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว

ข้าพเจ้าสังเกตว่า ดอกเล็บมือนางนี้ตอนหัวค่ำและตอนรุ่งเช้า จะมีหลายสีในแต่ละช่อ เริ่มตั้งแต่ขาว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม ไล่โทนสีไปจนถึงแดงจัด แต่ทว่าตอนบ่ายๆ จะมีเฉพาะสีแดงให้เห็น...ตอนแรกข้าพเจ้าคิดว่า หรือว่าเจ้าดอกสีขาวนี้จะบานเฉพาะตอนที่อากาศเย็นๆ เท่านั้น?...แต่หากสังเกตจริงๆ จะพบว่า เมื่อเริ่มผลิบาน ดอกเล็บมือนางนี้จะมีสีขาว แล้วก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีแดง คล้ายๆ กับพุดน้ำบุษย์ที่เมื่อเริ่มบานมีสีขาว ต่อมาก็จะเป็นสีเหลืองนวล แล้วก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นความมหัศจรรย์และศิลปะแห่งธรรมชาติจริงๆ

เล็บมือนางมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Quisqualis indica Linn. อยู่ในวงศ์ Combretaceae ลักษณะทั่วไปของเล็บมือนางเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ขึ้นพาดพันไปตามต้นไม้ยืนต้นหรือเสา ตลอดจนซุ้มหลังคา ฯลฯ ใบรูปรีปลายแหลมโคนใบมน ใบดกหนาทึบ ดอกออกตามปลายกิ่งแขนง เป็นช่อรวมกันหลายสิบดอก แต่ละดอกเป็นหลอดยาวคล้ายดอกปีบหรือดอกเข็ม หลอดยาว ๒-๓ นิ้ว มีกลีบที่ปลายหลอดดอกละ ๕ กลีบ ลักษณะกลีบเรียงปลายมนคล้ายเล็บมือ เป็นที่มาของชื่อเล็บมือนาง
ดอกเล็บมือนางมีกลิ่นหอมเย็น โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นในเวลากลางคืน และกลิ่นจะจางลงเมื่ออากาศร้อน ผลของเล็บมือนางมี ๕ พูสีน้ำตาลแดง ผิวมัน ขนาดราวนิ้วมือ เล็บมือนางออกดอกได้ตลอดปี แต่ออกมากเป็นพิเศษในฤดูร้อน ดอกเล็บมือนางมีทั้งชนิดกลีบชั้นเดียว (ลา) และกลีบซ้อน ซึ่งคงเป็นพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมาภายหลังชนิดกลีบชั้นเดียว เพราะนอกจากดอกจะซ้อน และดกกว่าแล้ว เถายังค่อนข้างสั้นและทึบกว่าด้วย
ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของเล็บมือนาง เชื่อว่าอยู่บริเวณเอเชียใต้ (อินเดีย-ศรีลังกา) จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย ฯลฯ) จึงนับได้ว่า เล็บมือนางเป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมในดินแดนประเทศไทยชนิดหนึ่ง ในวรรณคดีไทยที่บรรยายบทชมป่า ชมสวน จึงพบชื่อเล็บมือนางเสมอ ย้อนไปถึงเรื่องลิลิตพระลอซึ่งมีอายุจากยุคกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราว๕๐๐ ปีมาแล้ว รวมทั้งปรากฏในวรรณคดีไทยต่อมาอีกหลายเรื่อง เช่น อิเหนา และพระอภัยมณี เป็นต้น
ประโยชน์ของเล็บมือนาง
เช่นเดียวกับพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยหลายชนิดที่คนไทยคุ้นเคยมาเนิ่นนาน จึงนำมาใช้ประโยชน์ ได้มากกว่าพืชที่เข้ามาภายหลัง โดยเฉพาะนำมาใช้เป็นยารักษาโรค (สมุนไพร) เล็บมือนางก็ถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้หลายอย่างตามตำราแพทย์แผนโบราณของไทย เช่น
ใบและลำต้น : ขับพยาธิและตานซาง
ใบ : ใช้ตำพอกแผลสด ฆ่าเชื้อ หรือพอกฝี
ผล : กินแก้สะอึก ขับพยาธิไส้เดือน
ราก : เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน แก้อุจจาระเป็นฟองและอุจจาระขาว เหม็นคาวในเด็ก
เล็บมือนางทั้งหัว : รสเอียน ขับพยาธิและตานซาง, ตานขโมย และพุงโร
การศึกษาทางเภสัชศาสตร์ พบว่า เมล็ด (ผล) เล็บมือนางมีสารสำคัญในการออกฤทธิ์ขับพยาธิ คือ Quisqualic acid เมล็ดเล็บมือนางจึงถูกนำมาใช้ถ่ายพยาธิอย่างแพร่หลาย ไม่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังนิยมใช้ในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย เป็นต้น ใช้ถ่ายพยาธิได้ ทั้งพยาธิไส้เดือน และพยาธิเส้นด้าย ใบอ่อนของเล็บมือนางใช้กินเป็นผักได้ นิยมในอินโดนีเซีย ใช้ได้ทั้งดิบหรือนึ่งให้สุกเสียก่อน
ประโยชน์ของเล็บมือนางที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด คงเป็นด้านไม้ดอก ที่งดงามและมีกลิ่นหอม ทั้งปลูกง่าย ทนทานอยู่ได้นานปี ไม่ต้องการสารเคมีในการดูแลรักษามากเหมือน ไม้ดอกจากต่างแดน นอกจากนี้ยังออกดอกได้ตลอดปีอีกด้วย เนื่องจากเล็บมือนางเป็นไม้เถา คนไทยจึงนิยมนำมาปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มอยู่ตามประตู ตามรั้ว หรือขึ้นร้านเป็นหลังคาที่นั่งพักผ่อน ให้ร่มเงาเช่นเดียวกับไม้ดอกเถาอื่นๆ เช่น เฟื่องฟ้าหรือการเวก เป็นต้น แม้เล็บมือนางจะมีเมล็ด ทว่าวิธีขยายพันธุ์ที่นิยมกลับไม่ใช่การเพาะเมล็ด แต่เป็นการตอนกิ่งหรือแยกต้นที่งอกจากรากบริเวณโคนต้นเดิม ซึ่งนอกจากจะโตเร็วแล้วยังไม่กลายพันธุ์ไปจากเดิมเหมือนการเพาะเมล็ดอีกด้วย แต่หากต้องการคัดเลือกเล็บมือนางพันธุ์ใหม่ๆ ก็ต้องใช้วิธีการเพาะเมล็ดเท่านั้น
(ที่มา: http://www.doctor.or.th/node/2499)
ประโยชน์ของเล็บมือนาง
เช่นเดียวกับพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยหลายชนิดที่คนไทยคุ้นเคยมาเนิ่นนาน จึงนำมาใช้ประโยชน์ ได้มากกว่าพืชที่เข้ามาภายหลัง โดยเฉพาะนำมาใช้เป็นยารักษาโรค (สมุนไพร) เล็บมือนางก็ถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้หลายอย่างตามตำราแพทย์แผนโบราณของไทย เช่น
ใบและลำต้น : ขับพยาธิและตานซาง
ใบ : ใช้ตำพอกแผลสด ฆ่าเชื้อ หรือพอกฝี
ผล : กินแก้สะอึก ขับพยาธิไส้เดือน
ราก : เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน แก้อุจจาระเป็นฟองและอุจจาระขาว เหม็นคาวในเด็ก
เล็บมือนางทั้งหัว : รสเอียน ขับพยาธิและตานซาง, ตานขโมย และพุงโร
การศึกษาทางเภสัชศาสตร์ พบว่า เมล็ด (ผล) เล็บมือนางมีสารสำคัญในการออกฤทธิ์ขับพยาธิ คือ Quisqualic acid เมล็ดเล็บมือนางจึงถูกนำมาใช้ถ่ายพยาธิอย่างแพร่หลาย ไม่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังนิยมใช้ในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย เป็นต้น ใช้ถ่ายพยาธิได้ ทั้งพยาธิไส้เดือน และพยาธิเส้นด้าย ใบอ่อนของเล็บมือนางใช้กินเป็นผักได้ นิยมในอินโดนีเซีย ใช้ได้ทั้งดิบหรือนึ่งให้สุกเสียก่อน
ประโยชน์ของเล็บมือนางที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด คงเป็นด้านไม้ดอก ที่งดงามและมีกลิ่นหอม ทั้งปลูกง่าย ทนทานอยู่ได้นานปี ไม่ต้องการสารเคมีในการดูแลรักษามากเหมือน ไม้ดอกจากต่างแดน นอกจากนี้ยังออกดอกได้ตลอดปีอีกด้วย เนื่องจากเล็บมือนางเป็นไม้เถา คนไทยจึงนิยมนำมาปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มอยู่ตามประตู ตามรั้ว หรือขึ้นร้านเป็นหลังคาที่นั่งพักผ่อน ให้ร่มเงาเช่นเดียวกับไม้ดอกเถาอื่นๆ เช่น เฟื่องฟ้าหรือการเวก เป็นต้น แม้เล็บมือนางจะมีเมล็ด ทว่าวิธีขยายพันธุ์ที่นิยมกลับไม่ใช่การเพาะเมล็ด แต่เป็นการตอนกิ่งหรือแยกต้นที่งอกจากรากบริเวณโคนต้นเดิม ซึ่งนอกจากจะโตเร็วแล้วยังไม่กลายพันธุ์ไปจากเดิมเหมือนการเพาะเมล็ดอีกด้วย แต่หากต้องการคัดเลือกเล็บมือนางพันธุ์ใหม่ๆ ก็ต้องใช้วิธีการเพาะเมล็ดเท่านั้น
(ที่มา: http://www.doctor.or.th/node/2499)

แม้ว่าเล็บมือนางจะไม่ได้มีดอกใหญ่ โดดเด่น เหมือนเช่นดอกไม้เมืองหนาว...แต่ทว่า เจ้าเล็บมือนางนี้ก็มีกลีบอ่อนหวาน มีกลิ่นหอมเย็น เป็นเสน่ห์แบบไทยๆ ที่ลึกซึ้งและติดตรึง...และก็อาจจะเป็นเพราะความคุ้นเคยกับกลิ่นเล็บมือนางมาตั้งแต่เด็ก พอได้กลิ่นเล็บมือนางทีไร จะทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคำว่า "บ้าน" บ้านอันร่มรื่นที่เป็นเหมือนจุดกำเนิดหล่อหลอมให้ข้าพเจ้าเป็นเช่นทุกวันนี้ บ้านที่เป็นที่พักกาย พักใจยามอ่อนล้า...
มองไปที่ต้นเล็บมือนางครั้งใด ข้าพเจ้ามองเห็นความอดทน เข้มแข็ง ยืนหยัดผ่านร้อนหนาวมานาน คงจะไม่ต่างจากชีวิตคนที่ประสบการณ์มากมายช่วยทำให้แข็งแกร่งขึ้น เรียนรู้ที่จะเผชิญปัญหา...ก้าวข้ามผ่านไป แล้วจะพบว่ามันก็เป็นเพียงแค่บททดสอบบทหนึ่งเท่านั้นเอง!

ได้ความรู้ละเอียด รอบด้าน แม้กระทั่งความทรงจำของผู้เขียน...เรามาเป็นคนแรกเลย..อิ...อิ
มาชื่นชมเจ้าเล็บมือนาง เสียดายไม่มีกลิ่นด้วยย ^^
ดาวขอยกตำแหน่งที่หนึ่งให้เลยค่ะ อิอิ
ขอบพระคุณที่แวะมาทักทายนะคะ
มีความสุข สดชื่นแจ่มใสในวันหยุดสงกรานต์ค่ะ
คุณอ้น...ขอบคุณที่แวะมาชื่นชมเจ้าเล็บมือนาง
อันที่จริงอยากจะใส่กลิ่นหอมเย็นๆ ของเล็บมือนางเข้าไปด้วยนะ แต่ทว่าเทคโนโลยีที่มียังไม่เอื้ออำนวย 555
สวัสดีค่ะ
มารับความสดชื่น
หอมกลิ่นเล็บมือนางในบล็อกนี้
ขอบคุณข้อมูลเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ชอบเล็บมือนางเหมือนกันค่ะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาชมเจ้าเล็บมือนางสีสวยด้วย
เมื่อก่อนตอนพี่เด็กๆตามริมคลองจะมีดอกเล็บมือนางมากมาย
ออกดอกเต็มสองข้างตลิ่ง ไม่มีค่าไม่มีราคา เดี๋ยวนี้หาไม่ได้เลย
ต้องไปซื้อมาจากในเมือง แต่สรรพคุณทางยา มีเพิ่งทราบจากบันทึกนี้
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ
เมื่อก่อนพันธุ์ไม้ไทยๆ มีเยอะนะคะ...มองไปทางไหนก็มีไม้งามๆ ให้ชื่นชม (ตอนนี้ถ้าอยากชมพันธุ์ไม้ต้องไปที่ร้านขายต้นไม้ค่ะ...T-T)
เดี๋ยวนี้ไม่รู้หายไปไหน...มีแต่ตึกรามบ้านช่องขึ้นเต็มไปหมด คิดแล้วก็เสียดายบรรยากาศแบบไทยๆ อันร่มรื่นนะคะ
เมื่อก่อนพันธุ์ไม้ไทยๆ มีเยอะนะคะ...มองไปทางไหนก็มีไม้งามๆ ให้ชื่นชม (ตอนนี้ถ้าอยากชมพันธุ์ไม้ต้องไปที่ร้านขายต้นไม้ค่ะ...T-T)
เดี๋ยวนี้ไม่รู้หายไปไหน...มีแต่ตึกรามบ้านช่องขึ้นเต็มไปหมด คิดแล้วก็เสียดายบรรยากาศแบบไทยๆ อันร่มรื่นนะคะ
พิมพ์ผิดเลย ต่างประเทศ หมายถึง มอญ ครับ เกือบพลาดแล้วไหมละ ฮ่าๆๆๆๆๆ
อยากได้ๆๆๆๆ มีโอกาสจะแวะไปขอมาขยายพันธุ์นะคะ หวังว่าอาจารย์คงให้ อิอิ
ปกติใช้ขุดหน่อมาปลูก ใช้เมล็ดได้ด้วยหรือครับ (แป่วๆๆ เพิ่งทราบ ) น่าจะตอนกิ่งได้นะครับ
เค้าว่าใช้เมล็ดได้ค่ะ แต่ขอสารภาพว่า ดาวก็ยังไม่เคยเห็นเมล็ดเค้าสักที เวลาจะขยายพันธุ์ก็จะขุดแยกกอมาปลูกอ่ะ
ก๊ากๆๆๆๆนึกว่า คุณหมอเคยเห็น เมล็ดเขา เมล็ดเล็กๆๆสีดำๆครับ เจอแล้วจะส่ง EMS ไปให้ แต่สงสัยต้องใช้กล้องขยายหาเมล็ดดอกเล็บมือนาง ...
น้องดาวฟ้า
นำ กุหลาบ (กระดาษ) มาประชันกับ เล็บมือนาง (ของจริง) คร้าบ ;-)
ดอกกุหลาบคาวาซากิ (Kawasaki Rose)
สวัสดีค่ะ
* เล็บมือนางกำลังออกดอก ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ที่บ้านครูใจดีก็ปลูกไว้ที่รั้วซุ้มประตูแบบนี้ กำลังแข่งกันออกดอก สวยจริงๆ ค่ะ
* ตอนนี้ มีต้นเล็กๆ ขึ้นเต็มไปหมด เลย ต้องถอนทิ้ง ไม่งั้น สนามหญ้า จะเต็มไปด้วยต้นเล็บมือนาง ฮิ ฮิ ลมคงพัดเอาเมล็ดไปตกที่สนามหญ้าแน่ๆ เลยค่ะ
* ขอบคุณบันทึกที่งดงามนี้
พอได้กลิ่นเล็บมือนางทีไร จะทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคำว่า "บ้าน" บ้านอันร่มรื่นที่เป็นเหมือนจุดกำเนิดหล่อหลอมให้ข้าพเจ้าเป็นเช่นทุกวันนี้
ดูประโยคเดียวเข้าใจถึงชีวิตเลย.. ขอชื่นชมนะครับ..
สงสัยเล็บมือนางคงต้องถอยให้กับราชินีแห่งดอกไม้ตัวจริงซะล่ะมั้ง 555
ที่บ้านดาวก็มีต้นเล็บมือนางเล็กๆ ขึ้นเหมือนกันค่ะ...คงเป็นเมล็ดที่ลมพัดไปตกแน่ๆ เลย เห็นแต่หลักฐานว่ามีเมล็ด แต่ยังไม่เคยเห็นเมล็ดจริงๆ ของเค้าเลยค่ะ คงต้องรอให้ดอกร่วงแล้วไปส่องหาดูอีกที อิอิ (แต่กลัวเจองูแทนที่จะเจอเมล็ดจัง)
ขอบพระคุณสำหรับภาพสวยๆ ที่นำมาฝากนะคะ^V^