สิ่งที่ชาวไร่ชาวนาควรได้เรียนรู้
     จากม็อบเสื้อเหลืองและเสื้อแดง 5 : 
------------------------------------------------------------------------
  ภาพอัปยศของความรุนแรงอันเกิดจากการขอคืนพื้นที่การชุมนุม
------------------------------------------------------------------------

                        

                              

           

     เราเพิ่งชื่นอกชื่นใจกับภาพงามของการเจรจาไปได้ไม่กี่วัน  พลันกลับต้องรู้สึกอัปยศอดสู เมื่อปรากฏการปะทะกันด้วยความรุนแรง ในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของรัฐบาลในวันที่  10 เมษายน  2553 


     แม้ไม่ใช่ภาพงามที่เราควรจะจดจำไว้  แต่ก็เป็นภาพแห่งบทเรียนที่เราควรได้เรียนรู้  และเป็นเครื่องเตือนสติของคนไทยทุกคนว่า ความรุนแรงเยี่ยงนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

      โปรดชมภาพเหตุการณ์เพื่อเป็นอนุสติอีกหลาย ๆครั้ง

 

                   


        หากพิจารณากันด้วยสติ...ปัญญาอย่างรอบคอบ  ก็จะเห็นว่าการตัดสินใจใช้มาตรการขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากขั้นเบา ถึงขั้นหนัก เป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูกไม่ควร  เพราะ...

               ในสถานการณ์นี้  มาตรการอย่างนี้  ผลลัพธ์จะต้องจบลงตรงการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ และการสร้างรอยร้าวลึกในใจของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะพี่น้องเสื้อแดงที่มีแผลแตกปริอยู่ในใจอยู่แล้ว

     มีผู้ตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าไหม?????

 

                     

 

                ทางออกของสถานการณ์การขัดแย้งที่มีความเปราะบางอย่างที่เป็นอยู่  มีทางเดียวเท่านั้นที่จะคลี่คลายได้  คือ


                                   การเจรจา!?!?!? 


           และได้มีการดำเนินการแล้ว  2  ครั้ง  ด้วยความพยามยามของหลายฝ่าย       

          แม้ทั้งสองครั้งดังกล่าวยังไม่บรรลุผลใด ๆมากนัก  แต่ก็ได้เห็นวี่แววบางอย่างที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าในการเจรจารอบต่อ ๆไป

          สาเหตุที่การเจรจาไม่ค่อยจะได้ผลมากนักนั้น มีมากมายหลาย ประการ  ที่สำคัญประการหนึ่งซึ่งมีผู้ให้ความเห็นไว้ อย่างน่าสนใจ และน่าใส่ใจเรียนรู้ คือ ความอ่อนด้อยในกระบวนวิธีการของการเจรจา 

          ลองฟังความเห็นดูนะครับ

                

                 

 

          ที่น่าเสียดายคือหลังจากการเจรจากัน  2  ครั้งนั้นแล้ว  ดูเหมือนทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสนใจที่จะใช้การเจรจาเพื่อเป็นทางออกของความขัดแย้งค่อนข้างน้อย  ทั้ง ๆที่ฝ่ายอื่น ๆมีความพยายามที่จะให้มีการเจรจากันอีก และมองหาแนวทางในการปรับการเจรจาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

          แต่อยู่ ๆ รัฐบาลก็หันมาใช้มาตรการขอคืนพื้นที่การชุมนุม เมื่อได้ยินประกาศของศูนย์ฯดังกล่าว  ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้เกิดความสูญเสีย ถึงขั้นบาดเจ็บและชีวิตเลย 

          ผู้มีสติทั้งหลายก็คงคาดเดาได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

          กล่าวได้ว่ามาตรการดังกล่าวนี้ไม่ประสบความสำเร็จ

          และเป็นมาตรการที่รัฐบาลไม่อาจนำมาใช้ได้อีก

          นี่เป็นการตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบอย่างยิ่ง

                   ผู้คนจำนวนมากทั้งคณะรัฐบาล หน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำไม่จึงปล่อยให้การตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบอย่างนี้ออกมาได้

          หลังเกิดเหตุการณ์สด ๆร้อน ๆ  ทางโทรทัศน์ช่องTPBS ได้เชิญบุคคลหลายฝ่ายมาพูดคุยเพื่อหาทางออกสำหรับวันรุ่งขึ้น

          ไม่มีใครมองเห็นทางออกเป็นอย่างอื่น  นอกจาก
                                     

                           การเจรจา!!!!!!!!!
  

      ลองฟังดูซีครับ
      

             

 

           สิ่งที่พึงตระหนัก คือ ไม่มีมาตรการอะไรจะดีไปกว่าการเจรจา  ไม่ว่าการชุมนุมจะก่อการละเมิดสิทธิของใครสักเพียงใด 

           แม้ว่าฝูงชนจะถูกปลุกปั่น จนคลั่งสักเพียงใด

           ในฐานะที่เป็นรัฐบาล  หรือในฐานะประชาชน ผู้มีสติ และปัญญา  ต้องไม่คิดใช้มาตรการเชิงอำนาจ  ในการหยุดยั้งผู้ชุมนุมเป็นอันขาด

           แม้ในระดับบุคล  กลุ่ม หรือชุมชน หากมีความขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น  พึงสังวรเสมอว่า  การเจรจาคือทางออกที่ประเสริฐสุด

          ในวัฒนธรรมของเราเอง ก็มีคำพูดที่บ่งถึงความเชื่อทำนองนี้ไว้  ซึ่งทุกคนคงคุ้นเคย


            "ใจเย็น ๆเข้าไว้...ค่อย ๆพูด  ค่อย ๆจากัน..."


             เพียงแต่  สมัยนี้ คงต้องเรียนรู้กระบวนวิธีของการเจรจาให้ลึกซึ้งถึงแก่นมากขึ้น เพราะว่าชีวิตและโลกมันสลับซับซ้อนมากกว่าสมัยก่อนมาก ๆ


             ขอให้จงมีความสงบสุข และสันติทั่วหน้ากันครับ

                    
           

paaoobtong
13/04/53
22:59