ศปส.- มีบทบาทคู่ขนานภาครัฐในการป้องกันยาเสพติด จัดตั้งบนความพร้อมชุมชน

ข่าวเครือข่ายท้องถิ่นไทย www.thailocal.net (๒ ม.ค. ๕๓)  

ขยายผลนโยบาย 5 รั้วป้องกันยาเสพติด  รัฐบาลตั้ง  ศูนย์ป้องกันยาเสพติดภาคประชาสังคม (ศปส.)  มีบทบาทคู่ขนานภาครัฐ

เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์แก้ปัญหายาเสพติดในระยะที่สอง นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ได้ลงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่  ๒๔๙/๕๒ วันที่ ๑๐ พ.ย.๕๒    สาระสำคัญคือ กำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์  เน้นบูรณาการพื้นที่  กำชับข้าราชการปฎิบัติงานซื่อสัตย์   และตั้ง “ศูนย์ป้องกันยาเสพติดภาคประชาสังคม ศปส.) “ มีบทบาทคู่ขนานภาครัฐ  โดยให้จัดตั้งในทุกจังหวัด และทุกอำเภอเป้าหมาย (๒๕๐ อำเภอระบาดรุนแรง)   ให้ทำงานคู่ขนานกับ ศตส.จ/ ศตส.อ.   และได้จัดให้องค์กรปกครองท้องถิ่นถือว่าอยู่ในกลุ่มประชาสังคมด้วย

                สำนักงาน ป.ป.ส.มีหน้าที่กำหนดแนวทางการจัดตั้ง ศปส. ได้กำหนดคุณลักษณะพื้นฐานดังนี้ :

หลักการประชาสังคม 

          — ภาคประชาชนมีความทัดเทียมภาครัฐ   มีเกียรติ  มีศักดิ์ศรี    ไม่ควรเป็นโครงสร้างอำนาจ  เน้นใช้วัฒนธรรมและมาตรการทางสังคม   ไม่ควรขีดวงกำหนดขอบเขตงานให้ประชาสังคม   ความเหมาะสมประชาชนจะเป็นผู้กำหนดเอง

          — ความเป็นประชาสังคม ควร “สะท้อนความเป็นตัวตนของท้องถิ่น”  มาตรฐานไม่ควรถูกกำหนดโดยภาคราชการ หรือ แนวคิดประชาสังคมจากส่วนกลาง  จะมีคุณภาพแค่ไหน ควรยอมให้เกิดขึ้น และส่งเสริมให้มีการพัฒนาตามความพร้อมของท้องถิ่น  ควรมีความหลากหลาย   แต่ต้อง รักษาความสมดุล    ศปส.ควรมีการทำงาน เสริมภาครัฐ  แต่ไม่อยู่ใต้แผนรัฐ   เพราะรัฐมีวัฒนธรรมการรับฟังน้อย  การสนับสนุนไม่ต่อเนื่อง

หลักการ จัดตั้ง ศปส. ให้มีการจัดตั้งบนความพร้อมของประชาชน  ไม่เร่งรัด  ให้ชาวบ้านเริ่มเองอย่างอิสระ

รัฐทำหน้าที่แค่ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งประชาสังคมต้านยาเสพติด

เงื่อนไขการพัฒนา ศปส.

๑) ความหลายหลายแตกต่าง ย่อมมีแน่  สิ่งที่จะทำให้มีข้อยุติได้คือ  “มีข้อมูลท้องถิ่นที่แท้จริง” นำความจริงมาเป็นข้อยุติ  วัดความคืบหน้างานด้วยข้อมูลที่เป็นจริง 

๒) ใช้ พลังความรู้     พลังวัฒนธรรม  เป็นแกนเชื่อมร้อยกลุ่มต่าง ๆ  ใช้ระเบียบกฎหมายเท่าที่จำเป็น

๓) ต้องคำนึงถึง เงื่อนไขทางสังคม  ได้แก่  สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง   นโยบายและโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ  ที่จะเป็นผลทั้งด้านส่งเสริมและเป็นอุปสรรค

๔) องค์กรปกครองท้องถิ่น จะมีความสำคัญมาก เพราะอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน  ควรส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเข้าใจประชาสังคม และส่งเสริมชาวบ้านในทางบวก  

งานข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผ่านมาข้อมูลเป็นเชิงรับ (Passive) ทำให้มองแคบ ไม่มีพลัง  ควรสร้างข้อมูลเชิงรุก(Active) ที่ก่อผลสะเทือน  ระยะสั้นเพื่อใช้ติดตามงาน  ระยะยาวเพื่อการตรวจสอบและประเมินผล  อยากให้เริ่มด้วยการสำรวจข้อมูลภาคประชาชนอย่างทั่วถึง (Mapping)  

แผนการทำงาน สำนักงาน ป.ป.ส.จะได้เสนอให้ ประธานคณะ กก.ป.ป.ส.(นายกรัฐมนตรี) ลงนามเป็นคำสั่งเพื่อดำเนินการต่อไป        

รายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ www.thailocal.net