อยู่สบาย ตายก็เป็นสุข

ผู้แต่ง                      พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ชื่อหนังสือ              อยู่ก็สบาย ตายก็เป็นสุข

เรื่องย่อ                    พระพุทธบิดาทรงประชวร พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรด กระทั่งสำเร็จพระอรหันต์แล้วนิพพานเมื่อเสด็จถึงกรุงกบิลพัสด์ได้สด็จเข้าเยี่ยมพุทธบิดา ซึ่งมีพระอาการเพียบหนักแล้ว ทรงแสดงธรรมโปรดพุทธบิดาด้วยเรื่องความเป็นอนิจจังของสังขาร ปฐมโพธิบันทึกพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าครั้งนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า “ดูกรบพิตร อันว่าชีวิตแห่งมนุษย์ทั้งหลายนี้น้อยนักดำรงอยู่โดยพลันบมิได้ยั่งยืนอยู่ช้า ครุวนาดุจสายฟ้าแลบอันปรากฏมิได้นาน...” พระเจ้าสุทโธทนะซึ่งทรงสำเร็จอนาคามิผลอยู่ก่อนแล้ว ได้สดับพระธรรมเทศนาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ได้สำเร็จอรหันต์ในบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพ หลังจากนั้นอีก7 วันก็สิ้นพระชนม์ พระพุทธเจ้าเสด็จสรงน้ำพระศพพุทธบิดา และถวายพระเพลิงพร้อมด้วยพระสงฆ์พระประยูรญาติชาวศากยะทั้งมวลจนเสร็จสิ้น คนเรานี้ เมื่อยังเป็นอยู่ ก็เรียกว่ามีชีวิต เมื่อชีวิตนั้นสิ้นไป ก็เรียกว่าตาย ชีวิตจึงคู่กันกับความตาย เรียกง่ายๆว่า เป็นกับตาย ความตายคู่กับชีวิต และนึกถึงความตายสัมพันธ์กับตัวตน เมื่อนึกถึงความตาย เห็นคนตาย หรือเผชิญกับความตาย จึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัว ประหวั่นพรั่นพรึง หรือไม่ก็รู้สึกสลดหดหู่ตลอดจนเศร้าโศกแห้งเหี่ยวหัวใจ

ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้รู้จักระลึกถึงและพิจารณาความตายให้เกิดผลดี เรียกว่า มรณสติ ซึ่งมีแนววิธีและผลปฏิบัติ แบบที่หนึ่ง ให้เห็นความจริงว่า ชีวิตมนุษย์นอกจากจะสั้น ไม่ยืนยาวแล้ว, ให้รู้เท่าทันความจริงว่า ทรัพย์สินเงินทองโภคทรัพย์ ตลอดจนบุคคลที่รักใคร่ยึดถือครอบครองอยู่นั้น หาใช่เป็นของตนแท้จริงไม่, ให้รู้ตระหนักในหลักความจริงว่า ทุกคนมีกรรมเป็นของตน มีแต่กรรมเท่านั้นที่เป็นของของตนเป็นสมบัติติดตัวที่แท้จริง, ให้ระลึกถึงหลักธรรมดาที่ว่า ทุกคนหวาดหวั่นต่อการทำร้าย ทุกคนกลัวต่อความตาย ชีวิตเป็นที่รักของทุกคน แบบที่สอง ให้รู้เท่าทันตามคติแห่งธรรมดาว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในอำนาจของกฎธรรมชาติ มีความเป็นไปตามธรรมดาว่า ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยการเกิด เมื่อมีการเริ่มต้นแล้วก็ต้องมีความสิ้นสุด การตายคือการสิ้นสุดของชีวิต ชีวิตมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา นี้คือลักษณะแห่งความเป็นอนิจจัง, ให้หยั่งรู้สภาวะของสังขาร รู้เท่าทันความจริงว่าชีวิตนี้เป็นสังขาร อาศัยองค์ประกอบทั้งหลายมาประชุมกันขึ้น เกิดจากปัจจัยต่างๆปรุงแต่ง เป็นของไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

เมื่อรู้เข้าใจความจริงอย่างนี้แล้ว ก็จะหลุดลอยพ้นออกจากความยึดติดถือมั่นในสิ่งทั้งหลายจิตใจจะเป็นอิสระ ปลอดโปร่งโล่งใจ ผ่องใส สว่างด้วยปัญญา และทำการต่างๆด้วยปัญญาเป็นสุขเบิกบานใจได้ทุกเวลา อยู่พ้นเหนือความทุกข์บรรลุอิสรภาพและสันติสุขที่แท้จริง

ข้อคิด                      แนวคิดในเรื่องนี้ ความตาย เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่อยาก  เผชิญกับความตาย เพราะเมื่อนึกถึงความตาย จักทำให้เกิดความรู้สึกที่หวาดกลัว หรือเศร้าโศกเสียใจ ทำให้จิตใจเกิดความหดหู่

หนังสืออยู่ก็สบาย ตายก็เป็นสุข ได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตนขณะที่มีชีวิตอยู่ในเรื่องของความตายเอไว้หลายวิธีด้วยกัน เพื่อให้มองเห็นความตายไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวเมื่อได้เผชิญกับมัน

ชอบหนังสือเล่มนี้ เพราะตัวเองรู้ตัวว่ามีอายุมากขึ้นแล้วตอนนี้มีอายุ 50 ปี รู้สึกหวาดกลัวต่อความตาย ว่าจะมาถึงเมื่อไร และจะตายเช่นไร พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้หวังได้ว่าจะทำใจได้บ้าง และจะวางท่าทีต่อความตายดังวิธีที่ได้อ่านในหนังสือเล่มนี้ โดยไม่ต้องไปกลัวมันอีกแล้ว