บริหารปกครองราษฎรเมืองตรัง โดยใช้หลักเมตตาเหมือนพ่อที่มีต่อลูก

 

 

Aj06

     อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) อยู่ในบริเวณสวนสาธารณะเขตเทศบาลเมืองตรังห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่และไม้ดอกนานาชนิดเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและที่ออกกำลังกาย

         วันที่ 10 เมษายน 2553 รองอธิชา รจนะ รองผอ. สำนักงาน  พร้อมทีมงาน กศน.ตรัง นำพวงมาลา ไปร่วมพิธีรำลึก ถึงเจ้าพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ที่บริเวณสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ โดยมี นายณัฐดนัย ศุภนตนาคฐิติส์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตรัง เป็นประธานพิธีวางพวงมาลา และสดุดีพระยารัษฎานุประดิษฐ์ พร้อมด้วยนายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายชาลี กางอิ่ม นายกเทศมนตรีนครตรัง หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมทั้งสกุล ณ ระนอง ซึ่งเป็นต้นสกุลของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ เนื่องในวันครบรอบถึงแก่อนิจกรรม 97 ปี วันที่ 10 เมษายน 2553 อดีตเจ้าเมืองตรัง ผู้นำพันธุ์ยางพาราต้นแรกมาปลูกที่อำเภอกันตัง ในสมัยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง รวมทั้งยังเป็นนักพัฒนาเมืองตรัง

Aj05

   คณะ กศน. ของเราไปถึงตั้งแต่ตอนเช้าและลงทะเบียนวางพวงมาลาได้เป็นอันดับหนึ่ง   วันนี้บรรยากาศภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ อบอวลไปด้วยดอกไม้สด ที่มีหลากสีหลากสไตล์  มีดนตรีบรรเลงเบาๆ ทำให้ทุกคนที่ไปร่วมงานได้มีโอกาสดื่มด่ำ กับความสุนทรีย์ที่ไพเราะ และสวยงาม   ก่อนถึงพิธี นายชาลี กางอิ่มนายกเทศมนตรีได้ทำพิธีบวงสรวงแบบจีน มีการจุดธูป   จุดประทัดเซ่นไหว้ตามธรรมเนียมจีน  เพราะท่านพระยารัษฎามีเชื้อสายจีน   มีคนมาร่วมงานมากมาย ทำให้สวนสาธารณะที่กว้างขวางดูแคบไปเลย  นอกจากนี้ มีมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน จำนวน 13 ทุน ขณะที่ตอนกลางคืน ได้มีการจัดงาน แสง สี เสียง ย้อนรำลึกถึงอดีตเจ้าเมืองตรัง นักพัฒนา บริเวณอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ฯอีกด้วย

Aj02Aj04Aj01

   พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มีวิธีการบริหารปกครองแบบไม่มีใครเหมือน โดยใช้หลักเมตตาเหมือนพ่อที่มีต่อลูก เช่น ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามนโยบายก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก แต่การลงโทษนั้นให้เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนผู้นั้น เช่น ให้ไปทำนา เป็นต้น ชาวบ้านถือมีดพร้าผ่านมาก็จะขอดู ถ้าพบว่าขึ้นสนิมก็จะดุกล่าวตักเตือน แม้แต่ข้าราชการก็อาจถูกตีศีรษะได้ต่อหน้าธารกำนัลถ้าทำผิด หรือแม้กระทั่งดูแลให้ชาวบ้านสวมเสื้อเวลาออกจากบ้าน

หมายเหตุพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี ได้สิ้นชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2456 ที่บ้านจักรพงษ์ ที่ปีนัง ด้วยสาเหตุเจ็บป่วยจากการถูกยิงโดยคนสนิท พร้อมกับหลานชาย (พระสถลสถานพิทักษ์ (คอยู่เกียด ณ ระนอง)) ที่ท่าเทียบเรือกันตัง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456 รวมอายุได้ 56 ปี

Aj03

เมื่อสิ้นชีวิต หลวงบริรักษ์โลหวิสัย บุตรชายได้รับหนังสือแสดงความเสียใจจากบุคคลต่าง ๆ รวมถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชโทรเลขจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีใจความว่า "เรามีความเศร้าสลดอย่างยิ่งในอนิจกรรมของบิดาเจ้า ผู้ซึ่งเรายกย่องอย่างสูง ไม่เฉพาะที่เป็นข้าราชการเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นเพื่อนผู้หนึ่ง ซึ่งเราเศร้าสลดที่ต้องสูญเสียไปเช่นนั้น จงรับความเศร้าสลดและเห็นใจอย่างแท้จริงจากเราด้วย"