วันหยุดที่แสนจะร้อนแสนร้อน ร้อนทั้งอากาศ และร้อนทั้งพิษแห่งภัย (มาร) การเมือง ในวันนี้ ผมเลือก (อันที่จริงคนที่บ้านเป็นคนเลือก) ที่จะมาช่วยหลาน(ของเขา)ขายที่นอนในงานวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ที่แม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม....
กับการเดินทาง วันนี้รู้สึกว่าจะมีรถออกจากรุงเทพเยอะมาก โดยเฉพาะรถส่วนตัว อาจจะเป็นเพราะสัปดาห์หน้ามีวันทำงานเหลืออีกเพียงวันเดียวคือวันจันทร์และหลายคนก็ถือโอกาสลายาวไปเลย กลับมาทำงานอีกทีก็จันทร์หน้าโน้น.. แน่ะ
ถึงที่ร้านขายของซึ่งเป็นร้านที่มุงหลังคาด้วยผืนผ้าใบแค่ช่วงระยะเวลาประมาณ 10 - 11 โมง เดินเข้าร้าน มีความรู้สึกเหมือนกับมีไฟอยู่บนหลังคา อาการร้อนมันแผ่ลงมาสัมผัสจนแทบจะทนไม่ได้ ต้องรีบหาพัดลม มาเปิดเป่าให้ระบายไปบ้าง ทีนี้ก็ไม่ต้องนึกถึงว่า ตอนเที่ยง ตอนบ่าย และตอนบ่ายแก่ ๆ ที่มีแสงแดดส่องมาในร้านจะร้อนอย่างไรนะ สิ่งสำคัญที่ทำให้อาการร้อนทุเลาลงไปได้บ้าง ก็คือ การนำผ้าเช็ดหน้า ซึ่งเป็นผ้าขนหนู ชุบน้ำ ถ้าเป็นน้ำแข็งได้ยิ่งดี หรือใช้ผ้าห่อน้ำแข็ง แล้วมาโปะ ไว้ที่คอ หรือหัว ก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง และต้องหมั่นชุบน้ำ หรือเติมน้ำแข็งไว้จะดีเอง... นี่แหละ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะลดความร้อนลงไปได้บ้าง....
อีกเรื่องที่อยากคุยในนี้ก็คือ ร้านของหลานที่มาวันนี้ เขาขาดแคลนลูกจ้างยกของไปส่งลูกค้ามาก ขอบอกว่าหายากจริง ๆ ลองถามดูว่า ที่ร้านจ้างเขาเท่าไหร่ ก็ได้คำตอบว่า ถ้าช่วงมีงาน จะให้วันละ 200 บาท กินอยู่กับที่ร้าน แต่ถ้า วันที่ไม่มีงาน ก็จะให้ 100 กินอยู่กะที่ร้าน.. ผมไม่รู้หรอกว่าจะเป็นอัตราที่มากหรือน้อย แต่จะเห็นได้ว่า คนหลาย ๆ คนในปัจจุบันนี้ ไม่ชอบงานที่ต้องใช้แรงงาน ต้องเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีคุณวุฒิ หรือไม่มีคุณวุฒิก็ตาม ก็จะคิดคล้าย ๆ กัน ทำให้หลาย ๆ ครั้ง ผมมองว่า คนไทยหรือเด็กไทยรุ่นใหม่ ๆ เป็นคนที่ "หนักไม่เอา เบาไม่สู้" ไปซะเลย แต่ถ้าคิดกลับอีกมุมหนึ่ง บ้านเมืองเราคงจะมีแต่คนที่มีการศึกษาและมีคุณวุฒิสูง ๆ กัน หมดแล้ว หรือไม่ก็ อาจจะเป็นคนที่พอจะมีเงินทองจับจ่ายใช้สอยกันได้อย่างสบาย ๆ เลยเลือกที่จะทำอะไรตามที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น ...
สวัสดีปีใหม่! แบบไทยๆเราครับ